เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
ดูทั้งหมด

ธุรกิจจัดตั้งใหม่ปี’65 มีจำนวน 76,488 ราย เพิ่มขึ้น 5% แรงหนุนนักท่องเที่ยวจีน

25 ม.ค. 2566 | 11:22น.
ก่อสร้าง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่ปี 2565 มีจำนวน 76,488 ราย เพิ่มขึ้น 5% จากการท่องเที่ยวเติบโต การจับจ่ายมากขึ้น ส่วนคาดการณ์ปี 2566 ใกล้เคียงปี 2565 ที่ 77,000 ราย ผลบวกจากการท่องเที่ยวส่งผลความเชื่อมั่นการลงทุนรัฐ-เอกชน

วันที่ 25 มกราคม 2566 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยตัวเลขการจดทะเบียนธุรกิจ ธุรกิจจัดตั้งใหม่ปี 2565 พบว่าจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ ปี 2565 จำนวน 76,488 ราย เมื่อเทียบกับปี 2564 จำนวน 72,958 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 3,530 ราย คิดเป็น 5% และเมื่อเทียบปี 2563 จำนวน 63,340 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 13,148 ราย คิดเป็น 21%

“เป็นผลมาจากภาพรวมเศรษฐกิจมีทิศทางดีขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ มีการจับจ่ายใช้สอยจากการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ประกอบกับเข้าสู่ช่วงเทศกาล มีการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้มีความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ”

ทศพล ทังสุบุตร
ทศพล ทังสุบุตร

ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 7,061 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 4,833 ราย คิดเป็น 6% และธุรกิจในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 3,014 ราย คิดเป็น 4% ตามลำดับ

ขณะที่ธุรกิจเลิกประกอบกิจการปี 2565 จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำปี 2565 มีจำนวน 21,880 ราย เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 127,048.39 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 2,012 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,023 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 623 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2566 มีการคาดการณ์ว่า GDP จะอยู่ที่ 3-4% จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จะส่งผลการขยายตัวในการลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การบริโภคมีการเพิ่มขึ้น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่งผลต่อปัจจัยบวกในการดำเนินธุรกิจ แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนก็ตาม และคาดการณ์ว่าการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในปี 2566 จะใกล้เคียงปี 2565 อยู่ระหว่าง 72,000-77,000 ราย

นายทศพลกล่าวอีกว่า การจดทะเบียนในเดือนธันวาคม 2565 พบว่าจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนธันวาคม 2565 จำนวน 4,008 ราย เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 21,215.60 ล้านบาท

ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 352 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 318 ราย คิดเป็น 8% และอันดับ 3 คือธุรกิจในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 201 ราย คิดเป็น 5% ตามลำดับ

ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนธันวาคม 2565 จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการประจำเดือนธันวาคม 2565 มีจำนวน 5,784 ราย เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 22,069.76 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 514 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 241 ราย คิดเป็น 4% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 167 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

ส่งผลให้ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนธันวาคม 2565 อยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 65) ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 850,480 ราย มูลค่าทุน 21.19 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 200,437 ราย คิดเป็น 23.57% บริษัทจำกัด จำนวน 648,661 ราย คิดเป็น 76.27% และบริษัทมหาชน จำกัด จำนวน 1,382 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ

สำหรับการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว ปี 2565 (มกราคม-ธันวาคม) เดือนมกราคม-ธันวาคม 2565 คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจำนวน จำนวน 583 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 128,774 ล้านบาท

ส่วนเดือนธันวาคม 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 53 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจจำนวน 20 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจจำนวน 33 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 16,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170% จากเดือนพฤศจิกายน 2565 (เพิ่มขึ้น 10,279 ล้านบาท)

นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ได้แก่ ญี่ปุ่นจำนวน 14 ราย เงินลงทุน 515 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์จำนวน 13 ราย เงินลงทุน 3,894 ล้านบาท และจีนจำนวน 6 ราย เงินลงทุน 629 ล้านบาท ตามลำดับ