ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน
ททท. ชี้ภาพรวมอัตราเข้าพักโรงแรมจังหวัดสงขลาเดือนตุลาคม’69 เฉลี่ยร้อยละ 73 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อยจากเทศกาลดีปาวลีมาเลเซียเป็นแรงหนุนสำคัญขยับไปอยู่ในเดือน พ.ย. แจงกรณีสมาคมโรงแรมหาดใหญ่เปิดตัวเลขยอดจองล่วงหน้ามีแค่ร้อยละ 10 เป็นแค่ยอดจองกรุ๊ปทัวร์ คาด 2 เดือนสุดท้าย พ.ย.-ธ.ค. สงขลาจะมีผู้เยี่ยมเยือนรวมประมาณ 935,700 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.20 และสร้างรายได้ราว 7,550 ล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เป็นผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาว่าในดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมาโรงแรมที่พักในจังหวัดสงขลามีอัตราการเข้าพัก (OR) เฉลี่ยประมาณร้อยละ 73 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.12 จุดร้อยละ (ตุลาคม 2568 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 80.12
อัดกิจกรรมใหญ่หนุนต่อเนื่อง
โดยพื้นที่หาดใหญ่–สงขลามีกิจกรรมหลากหลายต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นถึงปลายเดือน ครอบคลุมการท่องเที่ยวด้านอาหาร ศรัทธา กีฬา วัฒนธรรม และกิจกรรมยามค่ำคืนซึ่งเป็นองค์ประกอบสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม
ประกอบด้วยช่วงวันที่ 9–18 ตุลาคม มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ เทศกาลกินเจหาดใหญ่ วันที่ 9–16 ตุลาคม เทศกาลซากดึกดำบรรพ์คาบสมุทรไทย วันที่ 12–16 ตุลาคม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ. และ PT Songkhla Grand Prix 2026 วันที่ 14–18 ตุลาคม ณ บริเวณหาดชลาทัศน์
“กิจกรรมดังกล่าวมีศักยภาพดึงดูดทั้งผู้เดินทางเพื่อร่วมเทศกาล กลุ่มครอบครัว ผู้สนใจกีฬา ตลอดจนผู้จัดงาน ผู้จัดแสดง และผู้ติดตามจากนอกพื้นที่ทำให้จังหวัดมีเหตุผลในการเดินทางที่หลากหลายภายในช่วงเวลาเดียวกัน” นางสาวฐาปนีย์กล่าว และว่า
ในช่วงวันที่ 22–30 ตุลาคม ยังมีงานประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว เทศกาลอาหารดนตรี 4 ภาค วันที่ 23 ตุลาคม งาน AMAZING SONGKHLA BEACH LIFE 2026 วันที่ 23–25 ตุลาคม ประเพณีแข่งเรือชักพระคูเต่า วันที่ 26–27 ตุลาคม และ Hatyai Lantern Night Fest 2026 วันที่ 26–30 ตุลาคม โดยการจัดกิจกรรมเชื่อมกับวันหยุดวันที่ 23 ตุลาคม เพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกในการวางแผนท่องเที่ยวต่อเนื่องระหว่างหาดใหญ่และเมืองสงขลา ทั้งการชมงาน ชิมอาหาร ท่องเที่ยวชายหาด และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนยังมีกิจกรรมในย่านเมืองเก่า ตลาดนัดสร้างสรรค์ และ Dannok Halloween Run รวมถึงงานแสดงสินค้าและอาหารที่จัดต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ได้แก่ Southern OTOP & Food Fest ตลาดเท่ง เถิดเทิง ออนทัวร์ และ OTOP & SMEs City to Songkhal ซึ่งช่วยรักษาความต่อเนื่องของกิจกรรมและโอกาสการใช้จ่ายในพื้นที่ข้ามเดือน

ปีนี้เทศกาลดีปาวลีมาเลเซียขยับไปเดือน พ.ย.
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบ OR เดือนตุลาคมกับปีก่อนต้องพิจารณาปฏิทินวันหยุดของตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียร่วมด้วย โดย เทศกาลดีปาวลีของมาเลเซียในปี 2568 ตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม ขณะที่ปี 2569 ตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน ทำให้แรงสนับสนุนจากวันหยุดดังกล่าวเปลี่ยนจากเดือนตุลาคมไปอยู่ในเดือนพฤศจิกายน เป็นปัจจัยประกอบที่ทำให้โอกาสการเดินทางในเดือนเดียวกันของแต่ละปีแตกต่างกัน
ททท. จึงประเมินว่าเดือนตุลาคม 2569 มีแรงสนับสนุนจากกิจกรรมในพื้นที่หลายประเภท ขณะที่อัตราการเข้าพักที่ต่ำกว่าปีก่อนสะท้อนความจำเป็นในการพิจารณาทั้งจังหวะวันหยุด การตอบรับของแต่ละกลุ่มตลาด และการกระจายการเข้าพักตลอดเดือนประกอบกัน
อัตราเข้าพักร้อยละ 10 ของ ส.โรงแรมหาดใหญ่แค่กรุ๊ปทัวร์
ส่วนข้อมูลที่ ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่–สงขลา ได้รับข้อมูลว่ามียอดจองล่วงหน้าประมาณร้อยละ 10 ตามที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาไปนั้น นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่าเป็นข้อมูลการจองของกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ โดยนายกสมาคมฯ ระบุว่าในสถานการณ์ที่ผ่านมา ยอดจองของตลาดกลุ่มนี้จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 40–50 เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวต้องวางแผนโปรแกรม จัดเตรียมการเดินทาง และสำรองห้องพักล่วงหน้าการที่ยอดจองปัจจุบันอยู่ในระดับร้อยละ 10 จึงสะท้อนว่า การยืนยันจองของตลาดกรุ๊ปทัวร์ยังชะลอตัวเมื่อเทียบกับระดับที่ผู้ประกอบการเคยได้รับ” นางสาวฐาปนีย์กล่าว
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบในช่วงเวลาล่วงหน้าและฐานห้องพักเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวจะต่ำกว่าระดับเดิมที่อยู่ในอัตราประมาณร้อยละ 30–40 อย่างไรก็ตาม ททท จะประสานสมาคมฯ เพื่อยืนยันจำนวนโรงแรม จำนวนห้องพักที่ใช้เป็นฐานคำนวณ และช่วงวันเข้าพัก รวมถึงแยกข้อมูลกรุ๊ปที่อยู่ระหว่างตัดสินใจ กรุ๊ปที่เลื่อนการเดินทางและกรุ๊ปที่ยกเลิก เพื่อให้สามารถอธิบายสาเหตุและขนาดการชะลอตัวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง หรือ FIT มีจังหวะการจองแตกต่างจากกรุ๊ปทัวร์ โดยบางส่วนเลือกจองใกล้วันเดินทางตามความพร้อม วันหยุด และข้อเสนอด้านที่พัก จึงอาจมียอดจองทยอยเข้ามาภายหลังตัวเลขร้อยละ 10 จึงเป็นสัญญาณการจองล่วงหน้าของตลาดกรุ๊ปทัวร์ตามข้อมูลที่สมาคมฯ ได้รับยังไม่ใช่ยอดจองรวมทุกกลุ่มตลาด หรืออัตราการเข้าพักจริงตลอดเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม”

คาดอัตราเข้าพักเดือน ธ.ค. อยู่ในระดับร้อยละ 75
นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวโน้มเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2569 ททท.ประมาณการอัตราการเข้าพักเดือนพฤศจิกายนเบื้องต้นที่ร้อยละ 65 ใกล้เคียงกับร้อยละ 64.83 ในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญอยู่ในช่วงต้นเดือนจากงาน Southern OTOP & Food Fest ที่จัดต่อเนื่องถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน ตลาดเท่ง เถิดเทิง ออนทัวร์ ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน และ OTOP & SMEs City to Songkhal ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยกิจกรรมด้านอาหารและสินค้าท้องถิ่นช่วยเพิ่มทางเลือกในการท่องเที่ยวและการจับจ่าย ควบคู่กับการเดินทางตามปกติของตลาดหาดใหญ่–สงขลา
โดยช่วงเวลาดังกล่าวยังเชื่อมกับเทศกาลดีปาวลีวันที่ 8 พฤศจิกายน และวันหยุดเพิ่มเติมของโรงเรียนมาเลเซียตามกลุ่มรัฐจึงเป็นโอกาสสนับสนุนการเดินทางระยะสั้นของตลาดครอบครัวและผู้เดินทางด้วยตนเอง ขณะที่ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเดือนพฤศจิกายนยังอยู่ระหว่างเปิดภาคเรียน ทำให้เงื่อนไขการเดินทางของตลาดครอบครัวแตกต่างจากเดือนธันวาคมที่มีวันหยุดต่อเนื่องยาวกว่า
ส่วนเดือนธันวาคม ททท.ประมาณการอัตราการเข้าพักเดือนธันวาคม 2569 เบื้องต้นที่ร้อยละ 75 สูงกว่ากรอบเดือนพฤศจิกายนร้อย10 โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย กิจกรรมท่องเที่ยวปลายปี และแผนสิทธิประโยชน์ด้านที่พักที่มุ่งเพิ่มจำนวนคืนพัก
“ปฏิทินกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียกำหนดปิดภาคเรียนปลายปีตั้งแต่วันที่ 4–31 ธันวาคม 2569 สำหรับกลุ่มรัฐ A ได้แก่ เคดาห์ กลันตัน และตรังกานู และวันที่ 5–31 ธันวาคม 2569 สำหรับกลุ่มรัฐ B ซึ่งรวม ปีนัง เปอร์ลิส เประ และกัวลาลัมเปอร์ ช่วงวันหยุดดังกล่าวเปิดโอกาสให้ตลาดครอบครัววางแผนเดินทางได้หลายช่วงตลอดเดือน และมีความยืดหยุ่นในการพักต่อเนื่องมากกว่าการเดินทางเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์”
ส่วนกิจกรรมในพื้นที่ประกอบด้วย งาน “เนรมิต @หาดใหญ่” วันที่ 18–27 ธันวาคม 2569 เป็นกิจกรรมสำคัญในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนและกำหนดช่วงเดินทางที่ชัดเจนให้กับนักท่องเที่ยว โดยสามารถเชื่อมกับอาหาร ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวของหาดใหญ่–สงขลา เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของการพักค้างในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ททท. มีแผนจัดกิจกรรม Neramit Night Run@Hatyai วันที่ 25 ธันวาคม 2569 ร่วมกับชมรมวิ่งหาดใหญ่และพันธมิตร เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักวิ่ง ผู้รักสุขภาพ และผู้ติดตาม พร้อมเชื่อมกิจกรรมกับตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน และโครงการส่วนลดค่าห้องพักคืนที่ 2 ซึ่งมีบทบาทสนับสนุน OR ผ่านการจูงใจให้ผู้เดินทางใช้เวลาในพื้นที่เพิ่มขึ้น

คาด 2 เดือนสุดท้าย นทท. กว่า 9 แสคน-ครั้ง รายได้กว่า 7.5 พันล้าน
นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า ข้อมูลสถิติเบื้องต้นเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 พบว่า จังหวัดสงขลามีผู้เยี่ยมเยือนรวม 826,604 คน-ครั้ง แบ่งเป็นชาวไทย 347,182 คน-ครั้ง และชาวต่างชาติ 479,422 คน-ครั้ง มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนรวม 6,602.22 ล้านบาท (ชาวไทย 2,737 ล้านบาท ชาวต่างชาติ 3,907 ล้านบาท) ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2567 มีผู้เยี่ยมเยือน 1,203,540 คน-ครั้ง แบ่งเป็นชาวไทย 574,039 คน-ครั้ง และชาวต่างชาติ 629,501 คน-ครั้ง มีรายได้รวม 9,643.70 ล้านบาท (ชาวไทย 4,610 ล้านบาท ชาวต่างชาติ 5,033 ล้านบาท)
ฐานข้อมูลดังกล่าวสะท้อนโอกาสในการส่งเสริมการเดินทางควบคู่กับการเพิ่มระยะเวลาพำนักและการใช้จ่ายของ ผู้เยี่ยมเยือน ททท. จึงมีแนวทางใช้กิจกรรมช่วงปลายปีสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง และเชื่อมกับสิทธิประโยชน์ด้านที่พัก เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจอง การพักต่อเนื่อง และการกระจายรายได้ในพื้นที่
สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 ททท. ประเมินเบื้องต้นว่า จังหวัดสงขลาจะมีผู้เยี่ยมเยือนรวมประมาณ 935,700 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.20 จากช่วงเดียวกันของปี 2568 และสร้างรายได้ประมาณ 7,550 ล้านบาท โดยคาดการณ์ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติที่ 535,700 คน-ครั้ง รายได้ 4,440 ล้านบาท และกำหนดสมมติฐานตลาดไทยสำหรับการวางแผนที่ 400,000 คน-ครั้ง รายได้ 3,110 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นกรอบประเมินเบื้องต้นสำหรับการวางแผน โดย ททท. จะติดตามข้อมูลการเดินทาง และแนวโน้มการจองห้องพัก เพื่อทบทวนประมาณการให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมภาพรวมการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดตลอดสองเดือน ทั้งการเดินทางตามปกติและการเดินทางที่ได้รับแรงกระตุ้นจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว