ราคาน้ำมันดิบ (10 ก.พ. 66) ปรับลด ตลาดคลายกังวลอุปทานตึงตัวจากแผ่นดินไหว
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดคลายกังวลอุปทานตึงตัวจากแผ่นดินไหว ขณะที่ปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลงกว่า 1% หลังตลาดคลายกังวลอุปทานตึงตัว จากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรียกระทบท่อการขนส่งน้ำมันจากอิรักและอาเซอร์ไบจาน
โดยล่าสุดการขนส่งจากอิรักกลับมาดำเนินการได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม BP Azerbaijan ซึ่งประกาศเหตุสุดวิสัยเพื่อระงับการส่งมอบน้ำมันดิบ Azeri เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา แจ้งล่าสุดว่าการขนส่งคาดจะยังไม่กลับมาปกติจนกว่าจะสัปดาห์หน้า
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 9 ก.พ. 2566 อยู่ที่ 78.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.41 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 84.50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.59 เหรียญสหรัฐ
อุปสงค์จากจีน มีแนวโน้มเพิ่มตัวขึ้นหลังการเปิดประเทศ โดย ANZ คาดว่า ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในจีนจะเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ โดยจะเริ่มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 และคาดการณ์ว่าอุปสงค์เชื้อเพลิงของทั้งโลกเพิ่มขึ้นกว่า 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงจับตามองท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะยังคงปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 455.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ มิ.ย. 64
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านบาร์เรลอย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลของจีนมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือน มี.ค. ขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านบาร์เรล
