โครงการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ สู่คุณภาพชีวิตที่ดี 3 ปี 6 พันราย-
โปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน หรือ ADTEC ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมสานต่อพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านงานทันตกรรม เปิดตัว “โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” ช่วยลดปัญหาในช่องปากตั้งเป้า 3 ปี 6,000 ราย ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC) กล่าวว่า จากความสำเร็จของ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” สู่ “โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” ที่ให้บริการฝังรากฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จำนวน 10,000 ราย และ8,400 รายทั่วประเทศตามลำดับ ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาล 9 ที่ทรงห่วงใยประชาชนในเรื่องของสุขภาพฟัน โดยทรงมีพระราชดำรัสว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” และยังได้รับสั่งอีกว่า “คนเรานั้นถ้าสุขภาพในช่องปากไม่ดี ก็จะทำให้สุขภาพด้านอื่น ๆ ด้อยไปด้วย”
จากพระราชดำรัสในครั้งนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมมือจัดทำโครงการขึ้น ซึ่งโครงการที่ผ่านมานั้นสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุที่ฟันหลุดหมดปากจะนิยมใส่ฟันเทียม เมื่อใส่ไปแล้วเวลาพูด ฟันเทียมมักจะหลุดออกมา หรือเวลาเคี้ยวอาหารก็จะทำให้รู้สึกเจ็บ การฝังรากฟันเทียมลงไป จะทำให้ฟันเทียมทั้งปากแน่นขึ้น สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น โดยให้ผู้สูงอายุที่ขาดโอกาสในการรักษาสุขภาพช่องปาก ได้มีโอกาสเข้ารับบริการฝังรากฟันเทียมบริเวณขากรรไกรล่าง รายละ 2 ชุด ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการฝังรากฟันเทียมสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“โครงการบริการฝังรากฟันเทียมผู้สูงอายุ” ในครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านอีกครั้ง ซึ่งโปรแกรมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์วัสดุฝังใน (ADTEC) ได้เล็งเห็นงานทันตกรรมรากฟันเทียม เพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับแผนทันตกรรมสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่ต้องการให้มีการเพิ่มการเข้าถึงการบริการ การส่งเสริมการรักษา และฟื้นฟูสภาพช่องปากของผู้สูงอายุให้เพิ่มมากขึ้น
โครงการปีนี้จะแตกต่างจาก 2 โครงการที่ผ่านมา คือ จะใส่รากฟันเดี่ยวให้กับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันในบางส่วน โดยเฉพาะฟันบดเคี้ยวหรือฟันกรามคนละ 2 ราก ตั้งเป้า 3 ปี จำนวน 6,000 ราย เฉลี่ยปีละ 2,000 ราย ซึ่งรากฟันที่ใส่ให้คนไข้จะมีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 10 ปี หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการรักษา
ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และต้องผ่านการคัดกรองจากทันตแพทย์ โดยสามารถไปติดต่อได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีทั้งหมด 20 แห่ง ดังนี้

ภาคเหนือ ได้แก่ รพ.เชียงคำ จ.พะเยา, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย, รพ.แพร่ จ.แพร่, รพ.ลำปาง จ.ลำปาง, รพ.น่าน จ.น่าน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ รพ.เทพรัตน์ จ.นครราชสีมา, รพ.สิรินธร จ.ขอนแก่น, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น, รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
ภาคใต้ ได้แก่ รพ.ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์, รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, รพ.สตูล จ.สตูล, รพ.ตรัง จ.ตรัง, รพ.ตะกั่วป่า จ.พังงา, รพ.สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎ์ธานี
ภาคตะวันออก ได้แก่ รพ.ขลุง จ.จันทบุรี, รพ.ระยอง จ.ระยอง
ภาคกลาง ได้แก่ โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี, สถาบันประสาทวิทยา กรุงเทพฯ และคลินิกทันตกรรม ADTEC จ.ปทุมธานี
ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ กล่าวอีกว่า จากการดำเนินงานโครงการบริการรากฟันเทียมผู้สูงอายุ ทำให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ มากมาย โดยส่วนใหญ่พบว่า ผู้สูงอายุในต่างจังหวัดจะไม่ใส่ใจในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก เนื่องจากไม่มีความรู้ และอีกอย่างคือ ทุกคนต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จึงคิดว่า ไม่มีฟันก็ไม่เป็นไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฟันคือสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากจะทำให้มีความมั่นใจ ฟันยังช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้น การมีสุขภาพฟันที่ดี สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย
ปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปาก ถือเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุ จากผลสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุในปัจจุบันประเทศไทย มีจำนวน 14 ล้านคน โดย 88 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันไปบางส่วน และอีก 12 เปอร์เซ็นต์ คือคนที่ไม่มีฟันเลย
“อาจพูดได้ว่า ผู้สูงอายุทุกคนจะมีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เพราะฟันบางส่วนหลุดไป และต้องใช้ฟันหน้าเคี้ยวอาหารแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะรากฟันจะค่อย ๆ สึกไปเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพปากและฟัน ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ แปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี หมั่นไปตรวจสุขภาพฟันทุก ๆ 6 เดือน” ผศ.ทพ.วิจิตรกล่าวปิดท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2564-6960-1, 0-2564-7000 หรือ www.adtec.or.th
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
