เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
News ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
ดูทั้งหมด

แบงก์ล้มจุดชนวนวิกฤตรอบใหม่ ตลาดหุ้นผันผวนหนัก-หนีซบทองคำ

15 มี.ค. 2566 | 07:01น.
SVB

สัญญาณเตือนภัย หวั่น 3 แบงก์สหรัฐล้มไฟลามทุ่ง เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยง hard landing นายกฯสมาคมนักวิเคราะห์ประเมิน สหรัฐเสี่ยงสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สารพัดปัญหารุมเร้า กสิกรฯเผยกระทบตลาดเงินตลาดทุนอยู่ในภาวะผันผวนยาว 5-6 เดือน นักลงทุนวิ่งหาสินทรัพย์ปลอดภัยดันราคาทองพุ่ง 1,900 เหรียญต่อออนซ์ แนะชะลอลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐ ประเมินเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยรอบมี.ค. ธปท.-คลังเกาะติดใกล้ชิด

ไม่ซ้ำรอยวิกฤตซัพไพรม

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีธนาคารซิลเวอร์เกต, Silicon Valley Bank (เอสวีบี) และ Signature Bank ซึ่งเป็นธนาคารเฉพาะกลุ่มที่เน้นปล่อยกู้ venture capital และ startup ในสหรัฐล้มละลายนั้น จะไม่เหมือนกับแบงก์ล้มในอดีตที่เกิดจากความผิดพลาดจากการปล่อยสินเชื่อ หนี้เสียพุ่ง หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์ (DW) เหมือนในช่วงวิกฤตซับไพรม

แต่เหตุการณ์รอบนี้แบงก์ล้ม จากที่อัตราดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้นเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริหารจัดการการลงทุนที่ผิดพลาดของธนาคาร ที่รู้ทั้งรู้ว่าเงินฝากเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น แต่นำเงินไปลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวมากเกินไป จนเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดขึ้นเร็ว มูลค่าของพันธบัตรที่ธนาคารซื้อเอาไว้ปรับตัวลดลง ซึ่งถ้าจะขายต้องมีส่วนลด (discount) เพื่อชดเชยดอกเบี้ยของผู้ซื้อตราสาร จนเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องเพราะเผชิญการถูกแห่ถอนเงิน (bank run)

ขณะที่ข้อดีคือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าใจเหตุการณ์รอบนี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการที่แบงก์ปล่อยกู้ผิดพลาด จึงยอมเข้าไปอุ้ม ทำให้มองว่าโอกาสที่จะลุกลามเริ่มน้อยลง แต่เชื่อว่าอาจจะยังคงเกิดปัญหาคนแห่ถอนเงินอยู่ เพราะบางคนอาจรู้สึกกังวล แต่ดีกรีความแรงลดลงมา ประกอบกับแบงก์ขนาดใหญ่ของสหรัฐที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไม่ได้เกิดปัญหา การบริหารจัดการระหว่างทรัพย์สินและหนี้สิน (ALM) ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะเฟดค่อนข้างเข้มงวด ระดับเงินกองทุนแบงก์ใหญ่ก็ยังคงแข็งแรงดี ดังนั้นโอกาสแบงก์ล้มลุกลามทั้งระบบเศรษฐกิจคงไม่มาก

หุ้นโลกแกว่งขาลง 2-3 เดือน

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนกลับไปสู่โหมดกลัวความเสี่ยง (risk-off) โดยเงินลงทุนไหลออกจากตลาดหุ้นกลับไปสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ที่เชื่อว่าระยะนี้จะยังคงแข็งค่าอยู่ เพราะเฟดน่าจะยังคงขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เนื่องด้วยยังไม่แน่ใจเรื่องภาวะเงินเฟ้อ

หากมีความชัดเจนเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ซึ่งคงยังไม่ได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยขนาดไหนยังตอบไม่ได้วันนี้ ฉะนั้นในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในโหมดไซด์เวย์ดาวน์ จะขึ้นไปแรง ๆ คงยาก

สหรัฐปิดประตู Soft Landing

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ในส่วนตลาดหุ้นไทยคงเกาะกระแสร่วงไปด้วย แต่อาจจะดูดีกว่าตลาดหุ้นโลก เพราะปัญหาแบงก์ล้มที่สหรัฐเผชิญอยู่ แต่ของไทยไม่ได้มีปัญหาอะไร เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ค่อนข้างเข้มงวดมาก เงินกองทุนของแบงก์ไทยแข็งแรงมาก

“เชื่อว่าระบบธนาคารของไทยวันนี้ไม่มีปัญหาเลย และสภาพคล่องในระบบมีสูง ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อไทยเริ่มลดลงแล้วตามราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยไม่ได้ปรับขึ้นมาก แต่แน่นอนคงต้องรอให้สภาพตลาดภายนอกดูดีขึ้น เพื่อให้นักลงทุนกลับสู่โหมด risk-on เพื่อให้เงินไหลกลับสู่สินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับไปเป็นแหล่งพักเงินทุน (safe haven) ในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกผันผวนเหมือนปีที่แล้วได้ ที่เราเป็นหลุมหลบภัย เพราะเชื่อว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยแน่นอน”

ทั้งนี้ ต้องติดตามว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดเงินตลาดทุนแบบ super hard landing หรือ hard landing เพราะวันนี้ผลกระทบแบบ soft landing คงหมดหวังไปแล้ว ทำให้เมื่อเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจริงจะมีปัญหาที่มองไม่เห็นตามมาอีก จึงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนยังคงกังวล ดังนั้นภาพตลาดหุ้นสหรัฐช่วงครึ่งปีหลังยัง outperform ได้ยาก

ตลาดหุ้นไทยมีลุ้น Safe Haven

“ประเทศไทยถ้าโชคดี เงินเฟ้อกลับเข้าที่เข้าทาง ดอกเบี้ยขึ้นจนสุดที่ 2% และท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างดี เลือกตั้งประกาศผลเรียบร้อยไม่ได้มีปัญหาอะไร มีรัฐบาลใหม่และทีมเศรษฐกิจที่ดี จะทำให้ครึ่งปีหลังเรามีโอกาสจะเป็น safe haven ที่ทำให้เงินทุนน่าจะไหลกลับเข้ามาได้” นายไพบูลย์กล่าว

ส่วนการประชุมเฟดรอบวันที่ 21-22 มี.ค. 2566 นี้ นายไพบูลย์คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.25% จากเดิมที่มองว่าจะขึ้น 0.50% เพราะเฟดน่าจะลังเลเพราะเริ่มมีแบงก์เกิดปัญหา จึงไม่อยากจะเสี่ยงกับความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน รวมทั้งมีเหตุผลให้ขึ้นดอกเบี้ยได้แค่ 0.25% อาทิ อัตราจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือน ก.พ. 2566 ยังสูงกว่า 3 แสนราย และอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ 3.6%

ตลาดผันผวนยาว 5-6 เดือน

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (ห้องค้ากสิกรไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีธนาคาร SVB และธนาคารอื่น ๆ ของสหรัฐประสบปัญหาจนล้มละลาย จะส่งผลกระทบให้ตลาดเงินและตลาดทุนตกอยู่ในภาวะความผันผวนไปอีก 5-6 เดือนข้างหน้า กว่าที่ความเชื่อมั่นจะทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคสถาบันการเงิน จะมีลักษณะคล้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารเลห์แมน บราเธอร์ส เมื่อปี 2551 ซึ่งหุ้นธนาคารร่วงจาก 0.9 เท่าของมูลค่าทางบัญชีลงมาอยู่ที่ 0.3 เท่าของมูลค่าทางบัญชี และทยอยฟื้นตัวหลังนักลงทุนได้เห็นงบการเงินของธนาคาร

“ผมมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ SVB ไม่แตกต่างจากเดือน ก.ย. 2551 ที่ธนาคารเลห์แมน บราเธอร์สล้ม และมีโอกาสซ้ำรอยเดิม โดยถือเป็นช่วงแรกของเศรษฐกิจขาลง และเป็นช่วงเริ่มต้นจะเห็นว่ามีการประกาศปิดตัวของธนาคารเป็นแห่งที่ 2-3 แห่ง”

อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามว่าความเสียหายจากธนาคาร SVB จะกระจายวงกว้างมากน้อยขนาดไหน และระดับใด เพราะหากย้อนดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เลห์แมน บราเธอร์ส จะพบว่าความเสียหายกระจายและลงลึกมาก โดยมีบริษัท เอไอจี (AIG) ที่เข้าไปรับประกันสินเชื่อให้กับทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในสถานการณ์ดังกล่าว

กระทบ ศก.สหรัฐเข้าสู่ถดถอย

นายกอบสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหรัฐ จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกคน ซึ่งหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ เนื่องจากเงินสกุลดอลลาร์ มีสถานะเป็นเงินทุนสำรองของโลก และเฟดก็ถือว่าเป็นธนาคารกลางของโลก หากสหรัฐดำเนินการอะไรทั่วโลกจะได้รับผลกระทบหมด ส่วนไทยหากดูการค้าขายระหว่างประเทศประมาณ 90% ยังคงใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นหลักในการซื้อขายระหว่างกัน ย่อมมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแน่นอน

หากดูวัฏจักรการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอดีต จะพบว่าในการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 14 ครั้ง จะมีประมาณ 12 ครั้งที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยส่วนตัวมองว่าประมาณ 90% ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้นจริง เพราะปริมาณสินเชื่อเพื่อเข้าสู่ระบบจะหายไป ภายหลังจากสถาบันการเงินล้ม ทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อหายไป และกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคเศรษฐกิจ ทั้งการบริโภคและกำลังซื้อ ซึ่งกดดันภาวะเศรษฐกิจสหรัฐไม่ให้เติบโต

คาดเฟดคงดอกเบี้ยรอบ มี.ค.นี้

ทั้งนี้ในการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 21-22 มี.ค.นี้ เชื่อว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.50-4.75% เพื่อดูข้อมูลสิ่งที่เกิดขึ้นกับธนาคาร SVB ว่าสาเหตุและความเสียหายที่แท้จริง ก่อนจะมีการพิจารณาทางเลือกและทางออกที่ดีที่สุด และตัดสินใจในรอบการประชุมอีกครั้งในวันที่ 2-3 พ.ค. 2566 เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อของเฟด ถือเป็นการเพิ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้กับสถาบันการเงิน

“ปฏิกิริยาแรกของตลาด คือ หนีตายก่อน เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ตลาดจะอยู่ในช่วงผันผวนไปอีก 5-6 เดือน ก่อนความเชื่อมั่นจะกลับมาเหมือนเดิม ช่วงที่เกิดขึ้นกับเลห์แมน บราเธอร์ส เช่นเดียวกับวิกฤตศรัทธาของเฟดที่หายไป เพราะเหมือนหลับในและปล่อยให้สถาบันการเงินล้ม เพราะเป็นแห่งที่ 2-3 แล้ว ซึ่งในช่วงภาวะระแวงไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจโต และก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะกระจายวงกว้างหรือไม่ ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยมีสูงถึง 90% ถ้าเฟดยังสนใจแค่เรื่องเงินเฟ้อ แต่ไม่ได้ดูเสถียรภาพการเงินว่าก็มีต้นทุนเหมือนกัน”

หุ้นไทยร่วงระนาว 2 วันติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี silicon valley bank ตลาดกังวลว่าจะลุกลามไปยังสถาบันการเงินอื่น ๆ ทำให้เกิดแรงขายหุ้นออกมาอย่างมาก ทั้งสหรัฐและยุโรป ขณะที่หุ้นไทยก็ตกแรงต่อเนื่อง 2 วัน โดยวันที่ 13 มี.ค. ปิดตลาด -26.58 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,573.07 จุด ส่วนวันที่ 14 มี.ค. ปิดตลาดภาคเช้า -20.37 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,552.70 จุด และ ในช่วงบ่ายดัชนี SET ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ณ เวลา 16.46 น. อยู่ที่ 1,523.89 จุด หรือ -49.18 จุด

หนีซบทองคำดันราคาพุ่ง

นางสาวกฤติกา บุญสร้าง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากที่ห้องค้ากสิกรไทยคาดว่าตลาดจะใช้เวลาต่อการรับรู้ผลกระทบราว 5-6 เดือนก่อนที่วิกฤตจะผ่านพ้น และความเชื่อมั่นกลับคืนมา เมื่อเห็นสัญญาณวิกฤต น้อยคนที่จะอยู่รอดูว่าเป็นวิกฤตจริงหรือไม่ คนส่วนใหญ่มักตื่นตระหนกและหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก
ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงตลอดทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะสั้นที่ปรับตัวลดลงมากกว่าพันธบัตรระยะยาว ท่ามกลางความกังวลต่อวิกฤตเศรษฐกิจระลอกใหม่

“เราประเมินว่า soft landing ของเฟดอาจไม่เกิดขึ้นจริง และผลกระทบจากการล้มของ SVB ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด” นางสาวกฤติกากล่าว

นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ราคาทองคำ Spot ทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ จากแรงซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อันเป็นผลจากกรณีธนาคาร SVB ของสหรัฐล้ม

“แม้ว่าเฟด กับกระทรวงการคลังสหรัฐจะออกแถลงการณ์ร่วมกันในการป้องกันผลกระทบ แต่ว่าตลาดก็ยังคงกังวลอยู่ ว่าจะมีผลกระทบกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ตามมา เกี่ยวกับสถาบันการเงินและธุรกิจสตาร์ตอัพ”

แนะชะลอซื้อกองทุนสหรัฐ

ขณะที่รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด ได้ชี้แจงต่อผู้ลงทุนถึงกรณีของ ธนาคาร SVB ถูกปิดกิจการเนื่องจากขาดสภาพคล่องว่า ทาง บลจ.กสิกรไทย ไม่มีการลงทุนตรงใน SVB แต่มีการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนหลักในสัดส่วนที่น้อยมาก จึงทำให้ได้รับผลกระทบน้อยมากและผันผวนในระยะสั้นเท่านั้น

ทั้งนี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะยังคงมีความผันผวนและได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่อภาคธนาคารของสหรัฐ แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐจะเข้ามาดูแลปัญหาของ SVB ได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงินและผู้ลงทุนได้มากน้อยเพียงใด และประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะไม่ลุกลามและอยู่ในกรอบจำกัด โดยอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกได้ในระยะสั้น แต่มองว่าเป็นโอกาสเข้าลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ดี บลจ.กสิกรไทย แนะนำให้ผู้ลงทุนชะลอการลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐ

ปัญหาและผลที่แตกต่าง

นายสงวน จุงสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย Investment and Markets Research สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรณี SVB ธนาคารขนาดใหญ่ลำดับ 16 ของสหรัฐ เกิดภาวะ bank run ในอดีตธนาคารล้มจะเกิดจากมีการปล่อยสินเชื่อและมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก แต่ธนาคารสมัยใหม่มาจากการลงทุน อย่าง SVB ก็มีสัดส่วนสินเชื่อค่อนข้างน้อย แต่มีการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ในภาวะตลาดผันผวนจึงได้รับผลกระทบมาก

ทั้งนี้ หากดูผลกระทบต่อไทย 3 ด้าน ได้แก่ 1.สัดส่วนการลงทุนในตลาดพันธบัตร (บอนด์) ธนาคารไทยมีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับธนาคาร SVB ที่มีพอร์ตการลงทุนพันธบัตรเกินครึ่งของสินทรัพย์รวม จากตัวเลขงบดุลระบบธนาคารไทยย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 มีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรประมาณ 15-20% ของสินทรัพย์ทั้งหมด

ขณะเดียวกันการลงทุนในพันธบัตรของระบบธนาคารไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้ลงทุนในบอนด์ระยะยาว ซึ่งโดยธรรมชาติบอนด์ยาวมีความเสี่ยงสูงกว่าบอนด์สั้น ดังนั้นหากตลาดผันผวน ไทยจะกระทบน้อยกว่า

2.ธนาคารต่างประเทศในไทยมีไม่ถึง 10% ของสินทรัพย์รวมของระบบธนาคารไทย โดยธนาคารต่างประเทศในไทยมีอยู่ 12 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธนาคารญี่ปุ่น และเน้นทำธุรกรรมเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้เป็นธุรกรรมสินเชื่อ ผลกระทบต่อไทยจึงต่ำ

และ 3.กองทุนรวม กรณีเกิด bank run จะมีผลต่อการปิดกองทุนรวมหรือไม่นั้น มองว่า กองทุนรวมที่ไทยออกไปลงทุนในตลาดสหรัฐมีน้อย ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนในกองทุนรวมแถบตะวันออกและจีนเป็นหลัก แม้ว่าจะมีความผันผวนเกิดขึ้น แต่เป็นการผันผวนตามปัจจัยราคาหุ้น ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานของธนาคาร จึงไม่มีปัญหาถึงขั้นต้องปิดกองทุน

เฟดลดดีกรี “ขึ้นดอกเบี้ย”

ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และ SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เชื่อว่าเฟดจะนำประเด็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงินแม้จะมีการอุดรอยร้าวนี้ทัน มาเป็นปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจในการประชุม FOMC ในวันที่ 21-22 มี.ค.นี้ โดย Fed fund futures และตลาดพันธบัตรบ่งชี้ว่า ตลาดเริ่มประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะกลับไปขึ้นดอกเบี้ยแบบเร็วและแรงเริ่มมีน้อยลง

SCB CIO ยังคงมุมมองเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบเดือน มี.ค. สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อ ๆ ไป วิเคราะห์เป็น 2 กรณี คือ

1) Base case (โอกาส 80%) เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% อีก 1-2 ครั้ง ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุดจะอยู่ที่ 5.25-5.5% และคงระดับนี้จนถึงปลายปี 2566

2) Worse case (โอกาส 20%) เฟดให้น้ำหนักกับเสถียรภาพระบบการเงินและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่ยังห่วงเงินเฟ้อที่ลงช้า เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจนขึ้นไประดับสูงสุดที่ 5.75-6% และมีโอกาสที่เฟดจะต้องลดดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

ธปท.-คลังเกาะติดสถานการณ์

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากข้อมูลในตลาดการเงินโลก ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารโดยรวมปรับลดลง และราคาในการประกันความเสี่ยงปรับเพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อการลุกลามไปยังธนาคารอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซี

อย่างไรก็ดี การที่ทางการสหรัฐประกาศคุ้มครองผู้ฝากเงินทุกรายเต็มจำนวน และจัดตั้ง Bank Term Funding Program เพื่อปล่อยสภาพคล่องให้แก่ระบบธนาคาร น่าจะช่วยลดโอกาสที่สถานการณ์จะลุกลามจนส่งผลอย่างมีนัยต่อเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินของสหรัฐ ทั้งนี้ ธปท.จะติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์ในไทย ผลกระทบจากกรณี SVB ต่อเสถียรภาพระบบการเงินไทยมีจำกัด เนื่องจากไม่มีแบงก์ไทยที่มีธุรกรรมโดยตรงกับ SVB และปริมาณธุรกรรมโดยรวมของกลุ่มแบงก์ไทยใน fintech และ startup ทั่วโลกมีน้อยกว่า 1% ของเงินกองทุนของกลุ่มธนาคารไทย

“ที่สำคัญ พบว่าแบงก์ไทยไม่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่กลุ่มธุรกิจของธนาคารถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับต่ำที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่ง ธปท.มีการกำกับดูแลธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ venture capital ที่เข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบจากความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต่อเงินฝากของประชาชน”

นางสาวสุวรรณีกล่าวด้วยว่า ส่วนค่าเงินบาท ล่าสุดปรับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค ภายหลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ข้างต้นจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เงินดอลลาร์ สรอ.ปรับอ่อนค่าลงเร็ว ซึ่งความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐ จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินโลก และความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะถัดไป

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งต่อไป