“มาเซราติ” ยุคใหม่ ผสานส่วนผสม บนความ “เฮอริเทจ”-
รายงาน
โดย วุฒิณี ทับทอง
เอ่ยชื่อรถยนต์ “มาเซราติ” หลายคนค่อนข้างคุ้นหูกับชื่อเสียงและความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถสัญชาติอิตาเลียนค่ายนี้
เรียกว่าเป็นแบรนด์ระดับตำนานก็ว่าได้ ด้วยความเก๋า ซึ่งโลดแล่นอยู่บนโลกยานยนต์มาไม่น้อยกว่าร้อยปี
ภาพความเป็นแบรนด์หรูหรา สปอร์ตคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยความแตกต่าง
ถูกส่งผ่าน ความรุ่งโรจน์…
ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ “ตรีศูล” จากลูกค้าในประเทศอิตาลีกระจายไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
ทั้งยังกลายเป็นความภาคภูมิใจให้กับมาเซราติในฐานะผู้ผลิต และบรรดาผู้ครอบครองทั่วทุกมุมโลก
มรดกแห่งความภาคภูมิใจนี้ถูกถ่ายทอดจากอดีตมาจนปัจจุบัน
มาเซราติยังคงอัตลักษณ์ข้างต้นไว้ครบถ้วน ทั้งยังเป็น “เฮอริเทจ” พรีเมี่ยมคาร์ที่ผสานส่วนผสมของ “ความหรูหรา” และ “สมรรถนะสปอร์ตซูเปอร์คาร์” ได้อย่างกลมกลืน
เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน มาเซราติได้วางกลยุทธ์ระดับโลก (global strategy) ตัวเองใหม่
โดยจะเห็นว่า ผลจากความสำเร็จของการกำหนดกลยุทธ์ใหม่นั้น ทำให้มาเซราติมียอดขายที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 จากยอดขายที่หลัก 5,500 คันต่อปี
เพิ่มมากเป็น 32,900 ต่อปี หลังจากแนะนำรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นใหม่ โดยได้นำชื่อ “กิบลี่” กลับมาในปี 2557ส่งผลให้สามารถสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย
ก่อนที่ปี 2559 มาเซราติจะขยายไลน์ไปสู่ตลาดรถยนต์เอสยูวี ด้วยการแนะนำเอสยูวีรุ่นใหม่ อย่าง มาเซราติ “ลาแวนเต้” ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งประเทศไทย
เรียกว่า รถ 2 รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ช่วยให้มาเซราติสามารถเปลี่ยนผ่านจากโลกยุคก่อนเข้าสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ในปี 2559 นั้น มาเซราติ “ลาแวนเต้” สามารถผลักดันให้ยอดขายมาเซราติก้าวขึ้นไปแตะหลัก 4 หมื่นคันได้อย่างสวยงาม
ส่วนปี 2560 ที่ผ่านมา ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ มาเซราติประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ด้วยยอดขายที่หลัก “ครึ่งแสน” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มาเซราติยังคงจุดเด่นฝังความ “เฮอริเทจ” เอาไว้อย่างดีเยี่ยม
รถยนต์มาเซราติทุกคัน…นั้น
“เมดอินอิตาลีแท้ 100%”
จากฐานการผลิตของโรงงานในเมืองตูริน “GRUGLIASCO PLANT” ซึ่งผลิตรุ่น ควอตโตรปอร์เต้, กิบลี่ และลาแวนเต้
รุ่นแกรนทัวริสโม่ และแกรนคาบริโอนั้นผลิตที่เมืองโมเดน่า “MODENA PLANT”
ส่วนหัวใจของขุมพลังงานนั้น ผลิตจากแหล่งผลิต 2 ที่ คือ เครื่องยนต์เบนซินนั้นผลิตที่ FERRARA ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล เป็นที่ทราบกันดีกว่าผลิตที่เมือง MARANELLO
หรือโรงงานของ “เฟอร์รารี่” นั่นเอง
การก้าวข้ามผ่านความสำเร็จครั้งนี้ มาเซราติสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ หรือ core values ผ่าน 4 เสาหลัก
คือ ความโดดเด่นในเรื่องของ “ดีไซน์” อันเป็นเอกลักษณ์ การผสมผสานของความลงตัว ทั้งความแข็งแรงทรงพลัง และความอ่อนโยนของการออกแบบ
ทำให้รถของมาเซราติสามารถสะกดทุกสายตา และสะกิดทุกทัวใจให้หันกลับมามอง
“ความพิเศษ” ถือเป็นสิ่งที่มาเซราติตั้งใจ และนำมาใส่ลงไว้ในทุกรายละเอียดของรถยนต์ทุกคัน ทั้งภายในและภายนอกของห้องโดยสาร ทั้งจากตัวรถ บริการหลังการขาย
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผ่าน “ไลฟ์สไตล์” อันแตกต่าง แต่เหนือระดับ
เพื่อให้เจ้าของรถมาเซราติรวมถึงผู้โดยสาร สัมผัสกับความเป็น “exclusivity” ในแบบฉบับของ “มาเซราติ” โดยเฉพาะ
“เพอร์ฟอร์แมนซ์” ขุมพลังของเครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพของการขับขี่ ที่มาเซราติบรรจงสรรค์สร้างพัฒนามาอย่างยาวนาน
โดยเฉพาะ ความเป็น “จูเนียร์ ซูเปอร์คาร์” เนื่องจากเครื่องยนต์นั้นผลิตที่โรงงานเดียวกับเฟอร์รารี่
และ “เสียงอันเป็นเอกลักษณ์” หรือ “signature sound” ที่ใครได้ฟังต้องหลงใหล
ส่วนประเทศไทยนั้น “มาเซราติ” เป็นแบรนด์ที่คุ้นหูลูกค้าชาวไทยมากว่า 20 ปี
ล่าสุดหลังจากค่ายมาเซราติ ประเทศไทย ในนามบริษัท ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือเอ็มจีซี-เอเชีย (MGC-ASIA)
ได้รับการแต่งตั้งให้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาเซราติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
กำลังมาสร้างความคึกคักให้กับบรรดาแฟน ๆ มาเซราติบ้านเรา รวมทั้งอีกหลายคนที่กำลังจด ๆ จ้อง ๆ
ด้วยการถ่ายทอดความเป็นแบรนด์เฮอริเทจ อันมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
เพื่อเข้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่คงความโดดเด่น และชื่นชอบความแตกต่าง
ภายใต้การดูแล การตลาด และบริการหลังการขาย ของ “ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค”
ที่พยายามสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560
การเปลี่ยนผ่าน ค่อย ๆ เห็นผลของความสำเร็จ ด้วยยอดจองอย่างไม่เป็นทางการกว่า 50 คัน
สำหรับรถยนต์ 1 โมเดลใหม่ คือ มาเซราติ ลาแวนเต้ กับระยะเวลาการทำตลาดที่แท้จริงเพียง 5 เดือนเท่านั้น ถือว่าไม่ธรรมดา
ยังไม่นับยอดจองที่ได้มาจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในช่วงปลายปี 2560 ที่มาเซราติ ไทยแลนด์ ตุนมาในกระเป๋า
ทั้งยังส่งผ่านความเป็นเฮอริเทจแบรนด์จากไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายใส่ส่วนผสมความเป็นอิตาเลียน
เพื่อให้มาเซราติ ไทยแลนด์ ขยับเข้าไปครองใจลูกค้าชาวไทย ที่มีแคแร็กเตอร์ของตัวเอง ชื่นชอบความแตกต่าง และคงเอกลักษณ์
คงต้องมาดูกันว่า บริษัทแม่ที่อิตาลีพัฒนาวัตถุดิบ
ผสานส่วนผสม ดีไซน์ ผลิตภัณฑ์ ให้ถูกใจลูกค้าปีที่แล้วกว่า “ครึ่งแสน”
ส่วนบ้านเราคงต้องดูว่า “ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค”
จะนำสิ่งที่มีอยู่มาปรุงกับส่วนผสมในแบบ “ไทยสไตล์” เพื่อเสิร์ฟ และมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมและแตกต่างให้กับลูกค้าชาวไทย
จะถูกกับจริต…มากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ชวนให้ต้องติดตาม
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
