เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
Politics ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
Politics ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
Politics รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
Politics ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
ดูทั้งหมด

“กฤษฎา” เตรียมชงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการยางพาราควบคุมการผลิต-ราคายางพารา

28 ก.พ. 2561 | 21:57น.
“กฤษฎา”เตรียมชงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการยางพาราควบคุมการผลิต-ราคายางพารา พร้อมเรียก4ประเทศผู้ผลิตยางหารือแนวทางใหม่เพื่อลดการกรีดยาง
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ขณะนี้เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการยางพารา เนื่องจากอำนาจตามพระราชบัญญัติ(พรบ.)ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปี 2542 ซึ่งกำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูกลไกราคายางพารา
 
โดยคณะกรรมการฯจะประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ เอกชน และชาวสวนยางพารา และมีอำนาจหน้าที่ในการไปดูต้นทุนยางพารา ดูการผลิตยางว่าราคาใดเหมาะสมกับการรับซื้อ หรือราคาใดเหมาะสมกับการส่งออก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร
 
“หากสามารถตกลงเรื่องข้อกฎหมายกับกระทรวงพาณิชย์ได้ก็เตรียมนำเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะเสนอในที่ประชุม นอกจากแนวทางการหยุดกรีดยาง 3 เดือน ในการประชุมวันที่ 2 มี.ค.61 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เรียกประเทศผู้ผลิตยางพาราส่งออก อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย มาร่วมหารือซึ่งทุกประเทศตอบรับคำเชิญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่ประเทศอินเดีย ที่ทางกระทรวงเกษตรฯ กำลังส่งเจ้าหน้าที่เชิญมาร่วมหารืออีกประเทศ”
 
สาเหตุที่เชิญอินเดียมาเข้าร่วม เนื่องจากพบว่าประเทศอินเดียเริ่มส่งออกยางและขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอีกรายหนึ่ง ทั้งนี้ หากทุกประเทศเห็นชอบด้วยกับแนวทางของไทย ก็จะทำให้เกษตรกรทุกประเทศได้รับความเป็นธรรมในการขายสินค้า
 
สำหรับมาตรการหยุดกรีดยาง ขณะนี้มี 2 แนวทางที่กระทรวงเกษตรฯกำลังหารือกันอยู่ คือ 1.หยุดกรีดยาง 3 ล้านไร่ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ค.61 และ 2.หยุดกรีดยางทุกไร่ แต่กรีดแบบวันเว้นวันหรือกรีดยาง 15 วัน หยุดกรีดยาง 15 วัน เพื่อลดปริมาณยางในตลาด ซึ่งขณะนี้กำลังหาแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงเรื่องงบประมาณที่จะใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ ระหว่างชะลอการกรียดยางหรือหยุดกรีดยาง
 
“แนวทางนี้จะต้องไม่ให้เป็นภาระกับงบประมาณ เนื่องจากเราเคยบริหารผิดพลาด ซื้อยางเอามาเก็บ ต้องเสียค่าเก็บ ราคายางก็ลดลง เกิดความเสียหายขาดทุน ทั้งนี้การที่ชะลอการกรีดยางนั้นเป็นชะลอน้ำยางไว้ที่ต้น ทำให้ภาครัฐไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”
ส่วนเรื่องการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือไปแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบจ.)ทุกจังหวัด สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ให้ดำเนินตามมติคณะรัฐมตรีวันที่ 12 ธ.ค.60 เรื่องเร่งรัดการใช้ยางในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาอบจ.หลายแห่งไม่กล้าดำเนินการเพราะติดขัดเรื่องระเบียบอยู่ โดยจากการสอบถามพบว่ามีหลายจังหวัด เริ่มดำเนินการแล้วใช้ยางในการทำถนนแล้ว อาทิ จังหวัดบึงกาฬ และสงขลา ส่วนเรื่องบประมาณกระทรวงมหาดไทยให้อบจ.ใช้งบประมาณได้ 2 ทาง คือ งบสะสมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และงบสำรองจ่าย 25%
“ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่ามีน้อยและไม่เพียงพอนั้น ได้แจ้งว่าสามารถซื้อได้จากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือสถาบันเกษตรกรที่กยท.รับรอง เพื่อที่จะได้อุดหนุนเกษตรกรโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรที่กยท.รับรองกว่า 800 แห่ง กระจายอยู่ กว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ”
ทั้งนี้เพื่อให้ความต้องการใช้ยางทั้งในและนอกประเทศมีความสมดุลกัน กระทรวงเกษตรฯ และกยท.คำนวณแล้วว่า จะต้องลดปริมาณยางออกสู่ตลาด จากเดิมไทยผลิตอยู่ที่ปีละ 4.5 ล้านตัน เหลือเพียง 3.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นจำนวนที่พอเหมาะสม เพราะไทยส่งออกที่ประมาณ 3.8-4 ล้านตันต่อปี ดังนั้นหากลดผลผลิตได้้ราคายางก็จะอัพขึ้นจาก 50 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ไปสู่ราคาเป้าหมาย 80 บาทต่อกก. ซึ่งไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุน
“ผมไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ว่าราคายางจะขึ้นไปถึง 80 บาทต่อกก.ที่ตั้งไว้เมื่อไหร่ เพราะจะส่งผลต่อกลไกลของตลาด และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ไม่อยากให้เอาเรื่องราคาพืชผลมาใช้หาเสียง หรือสร้างผลงาน ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯจะทำเพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกร และมั่นใจว่ามาตรการที่ออกไปอาจจะเห็นผลช้าแต่มีความมั่นคง โดยราคายางจาก 42 บาทต่อกก. ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ราคา 49 บาทต่อกก.แล้ว และภาครัฐไม่ต้องเสียงบประมาณซื้อยางแม้แต่แผ่นเดียว”