เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
Tech กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ

29 ต.ค. 2569 | 18:19น.

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 จับตาปัจจัยเสี่ยงตะวันออกกลาง แนะไทยต้องสร้างโมเมนตัม เหยียบคันเร่งขึ้นเขา ดึงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ประเมิน 1-2 ปีเศรษฐกิจเป็นจุดต่ำสุด หากไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ระยะยาว 3-4 ปีจะสร้างโอกาสประเทศ ดันจีดีพีโต 3-4.5% ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมดึงการลงทุนจากต่างประเทศ – ประเทศจีนเข้ามาสู่ไทย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีนี้ การส่งออกขยายตัวได้ประมาณ 20% ต่อเนื่องมาหลายเดือน แต่ภาคการท่องเที่ยวมีความน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้ค่าเดินทางแพงขึ้นและผู้คนเริ่มชะลอการท่องเที่ยวปลายปี จึงเริ่มเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างหาดใหญ่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและติดปัญหาเพดานหนี้ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณมากกว่า 2% บวกหรือลบเล็กน้อย

ขณะที่สิ่งที่ประเมินและคาดการณ์ยากที่สุดในช่วง 2 เดือนนี้ คือ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยที่ผ่านมาสหรัฐฯ แทบไม่ได้เปิดการโจมตีอิหร่านหรือดำเนินมาตรการรุนแรง เพียงแค่ปิดกั้นไว้ และรอให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสร็จสิ้น แต่สหรัฐฯ ยังคงเรือบรรทุกเครื่องบินไว้ 2-3 ลำในพื้นที่ อาจจะเตรียมพร้อมทำบางอย่างหลังเลือกตั้ง ซึ่งหากโชคไม่ดีและมีการใช้กำลังทหาร จะเกิดความเสียหายระดับภูมิภาคที่กระทบกลับมายังไทย ทำให้มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 อาจไม่ดีอย่างที่คาดไว้ และอาจเกิดช็อก ต่างๆ ตามมาได้ ทางด้านการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหากโดนัลด์ ทรัมป์ หรือฝ่ายรีพับลิกันชนะ อาจจะเดินหน้าจัดการปัญหาในตะวันออกกลางให้จบอย่างรวดเร็ว และอาจทำสงครามแข่งขันทางเทคโนโลยีกับจีนอย่างเข้มข้น เนื่องจากมีเวลาบริหารจำกัด

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เข้มข้นขึ้น ประเทศไทยต้องเร่งสร้างแรงส่งโมเมนตัมทางเศรษฐกิจไว้ล่วงหน้า เปรียบเหมือน “การเหยียบคันเร่งก่อนขับรถขึ้นเขา” เพื่อให้สามารถก้าวข้ามความผันผวนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือการดึงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ เนื่องจากเม็ดเงินงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐในประเทศมีข้อจำกัดและติดเพดานหนี้ ประเทศไทยจึงต้องมองหาเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาหมุนเวียนเพื่อสร้างกระตุ้นและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ

สำหรับในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนในไทยได้เกิดกระแสการย้ายฐานผลิตออกจากจีนและไต้หวันเนื่องจากเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าตัวเลขทางการที่ประกาศไว้ว่ามีการขยายตัว 4% มาจากสินเชื่อภาคธนาคารในจีนที่ติดลบ และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 10-20% ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่หดตัว นักลงทุนจึงถอดประกอบโรงงานย้ายมาตั้งฐานผลิตในไทย ซึ่งหากประเมินข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีจากนิคมอุตสาหกรรมของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA พบว่าเงินลงทุนประมาณ 2 ใน 3 มาจากจีน ขณะที่รัฐบาลจีนเองได้เข้มงวดสกัดกั้นกลุ่มทุนสีเทา และสนับสนุนเฉพาะบริษัทที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาลให้ออกมาลงทุนต่างประเทศ

นอกจากนี้ทิศทางการลงทุนในไทย ยังผลมาจากโครงการ BOI to IPO ของภาครัฐบาล โดย บริษัท ฉางอาน (Changan) ได้ประกาศตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย คาดว่าจะมีทีมวิศวกรและบุคลากรทำงานกว่า 2,000 คน พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่ เพื่อเป็นฐานในการผลิตและส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งหากธุรกิจเติบโตก็มีความสนใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยผ่านโครงการ BOI to IPO ในระยะต่อไป ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน และร่วมมือกับมณฑลต่างๆ ในจีนเพื่อนำกลุ่มทัวร์นักลงทุนเข้ามาตั้งฐานในไทย ซึ่งในปัจจุบันธนาคารกรุงเทพได้มีสำนักงานและทีมงานในประเทศจีน อีกทั้งประเมินว่า ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จะมีบริษัทต่างชาติชั้นนำในกลุ่ม New Sector เข้ามาทำ IPO ในตลาดหุ้นไทยประมาณ 10 บริษัท ซึ่งการดึงเฉพาะบริษัทใหญ่ที่มีเทคโนโลยีชั้นนำและเป็นดาวเด่นเข้ามา จะช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดและสภาพคล่องให้ตลาดหุ้นไทยได้ดีกว่าการเน้นเพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั่วไป

ดร. กอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ที่มีการขยายตัวในระดับ 2% ซึ่งตัวเลขนี้คือศักยภาพการขยายตัวบนโครงสร้างเทคโนโลยีเดิม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ดั้งเดิมที่เน้นรับจ้างผลิต และเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจรูปแบบเดิมมานานกว่า 40 ปี แต่หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ชิปเซมิคอนดักเตอร์ (SIM CU) แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ AI จะช่วยผลักดันทำให้เศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป มีโอกาสเติบโตได้ถึง 3% 4% หรือ 4.5% เหมือนยุคที่นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาสร้างฐานอุตสาหกรรมในไทยเมื่อ 30 ปีก่อน

ทั้งนี้เมื่อประเมินในช่วง 1-2 ปีนี้ จึงเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นช่วงผลัดใบที่โรงงานเดิมปิดตัวขณะโรงงานใหม่กำลังก่อสร้าง แต่ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าเมื่อลงฐานรากเสร็จ จะเห็น Ecosystem ที่ดีมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากสินค้า AI ที่ส่งออกโต 24% และการส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว 50% แม้จะถูกเก็บภาษี 19% อีกทั้งยังมีโอกาสสำคัญสำหรับทำการค้าในภูมิภาคอาเซียน ที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น การค้าภายในภูมิภาค (Intraregional Trade) มีโอกาสขยายตัวจาก 22% เพิ่มเป็น 40% ในอนาคต

ขณะที่ทิศทางการดำเนินนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย ธปท. คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ซึ่งประเมินว่าโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในอีก 15 เดือนข้างหน้ามีน้อยมาก ซึ่งการรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไว้ก่อน จะต้องช่วยผ่อนคลายภาระหนี้เสียของภาคครัวเรือนและเอสเอ็มอี ซึ่ง ธปท. ประเมินเงินเฟ้อของแบงก์ชาติอยู่ที่ 2.1% และจีดีพีในปีหน้าอยู่ที่ 2.1% อีกทั้งการรักษาค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยส่งเสริมภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม ซึ่งในอนาคตหากเศรษฐกิจเติบโตได้ 4%-4.5% การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2-3% จึงมีความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยที่ระดับ 1,560 – 1,600 จุด ถือเป็นระดับที่ปลอดภัย การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปปีละ 10-20% มีความมั่นคงกว่าการพุ่งขึ้นแรงแล้วดิ่งลงรุนแรง เหมือนในต่างประเทศที่เกิดปัญหาขึ้นมา ส่วนในภาวะที่ตลาดผันผวนสูง ให้เน้น รักษาเงินต้นไว้ก่อน ถือเงินสดบางส่วนไว้เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม