Skip to content

‘กรมทรัพยากรน้ำ’ หนุน NbS ตั้งรับ-ปรับตัว Climate Change แก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม อย่างยั่งยืน

05 เม.ย. 2566 | 11:00น.
‘กรมทรัพยากรน้ำ’ หนุน NbS ตั้งรับ-ปรับตัว Climate Change แก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม อย่างยั่งยืน

กรมทรัพยากรน้ำ ยึดแนวทาง NbS เป็นแกนขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ นำร่องจังหวัดเชียงรายและสุราษฎร์ธานี สองพื้นที่สำคัญของระบบนิเวศน้ำจืดและชายฝั่ง เพื่อนำไปสู่การรับมือและปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังสามารถบรรเทาปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนอย่างรุนแรงในช่วง 3-5 ปีให้หลังมานี้ ทำให้หลายภาคส่วนต่างช่วยกันออกแรงร่วมกันหาทางออกและบรรเทาสถานการณ์ให้เบาบางลง เช่นเดียวกันกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะองค์กรร่วมดำเนินงานฝ่ายรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 24 แห่ง

หนึ่งในพันธมิตรหลัก คือ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) หน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณู และการปกป้องผู้บริโภคแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV) ขับเคลื่อนร่วมกันภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Urban Resilience Building and Nature)

‘โครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติ’ และการขับเคลื่อนเพื่อตั้งรับและปรับตัว เป็นการดำเนินภายใต้แนวทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยธรรมชาติ หรือ NbS เป็นแนวคิดหลัก ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัด อาทิ การมีพื้นที่สีเขียวและสีน้ำเงินในเมือง เป็นการทำให้เกิดกลไกด้านสภาพภูมิอากาศ สังคม สุขภาพของคนดีขึ้น การป้องกัน ฟื้นฟู และจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ การมีพื้นที่ทางน้ำไหลตามธรรมชาติ เป็นการสร้างพื้นที่ทางน้ำไหล เพื่อป้องกันน้ำท่วม และเกิดความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ

ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ระหว่างเปิดโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติฯ นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้เสนอแนวคิดอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐานการจัดการ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยอาศัยระบบนิเวศ (EbA) เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ในระยะยาวอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอแนวคิดและขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้การจัดการงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับ สถาบัน IHE ประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ Nature-based Solutions and Climate Resilience for Extreme Water Events โดยได้รับเกียรติจาก แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการสภาพอากาศรุนแรง แนวทางในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยอาศัยแนวทาง NbS

ตลอดทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ อาทิ การรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง บทเรียนจากภัยพิบัติที่ยุโรปปี 2564 แนวปฏิบัติในการจัดการฝนตกรุนแรงและภัยแล้ง การสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงโอกาสและความท้าทายของแนวคิด NbS สู่การปฏิบัติงานจริงอีกด้วย

สำหรับแนวทาง NbS กรมทรัพยากรน้ำ ได้นำมาประยุกต์ใช้และดำเนินงานในโครงการ Urban Resilience Building and Nature ผ่านการทดลองและสาธิตพื้นที่นำร่องเพื่อเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในพื้นที่เขตเทศบาลใน 2 จังหวัดนำร่อง คือ จังหวัดเชียงราย พื้นที่เทศบาลนครเชียงราย ตัวแทนของภูมิทัศน์ระบบนิเวศน้ำจืด และจังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ตัวแทนของระบบนิเวศชายฝั่งทะเลที่มีความสำคัญ

ซึ่งโครงการ Urban Resilience Building and Nature กรมทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการและยกระดับผลลัพธ์เข้าสู่นโยบายภายใต้เป้าหมายในระดับชาติ ขณะที่ IUCN ดำเนินการด้านการบริหารจัดการ คู่ขนานกับ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFTC) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)

แบ่งระยะการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเตรียมการ เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2566 รวม 11 เดือน และระยะที่ 2 ระยะโครงการหลัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2571 รวม 60 เดือน

การดำเนินงานเพื่อรับมือและปรับตัวต่อการสถานการณ์การเปลี่ยนทางภูมิอากาศ ล้วนเกิดจากการมีส่วนร่วม ‘ลงมือทำ’ เพื่อต่อยอดและขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของการรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการทั้งในภาวะน้ำแล้งน้ำท่วม และสร้างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะในด้านที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน