เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
Politics ‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
Tech ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
Economic ‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
Business ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
ดูทั้งหมด

ศิษย์วังบางขุนพรหม “ไม่ทน” นโยบายหาเสียง

03 พ.ค. 2566 | 09:09น.
ธาริษา วัฒนเกส-ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ-ดร.วิรไท สันติประภพ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

นับถอยหลัง เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 แคมเปญหาเสียงก็ยิ่งดุเดือดมากขึ้น

แบบเกทับ ทั้งรัฐสวัสดิการ แจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกว่าต้องใช้เงินมหาศาล แถมนโยบายจำนวนมากก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหา ทั้งจะสร้างปัญหาให้ประเทศในระยะยาว

กระทั่งบรรดาเทคโนแครตออกมาส่งเสียงเตือน โดยเฉพาะ 2 อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แห่งวังบางขุนพรหม และผู้ว่าการแบงก์ชาติคนปัจจุบันที่ส่งสัญญาณอันตราย จากนโยบายหาเสียงที่เสี่ยงจะกระทบต่อเสถียรภาพหลาย ๆ ด้านของประเทศ

เริ่มจาก นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่า ธปท. เขียนเรื่อง “ภาระการคลังของการแจกเงิน” โดยพุ่งเป้าไปที่นโยบายแจกเงิน 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย ที่แจกให้กับประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน โดยตั้งคำถามว่า จะเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาจากไหน ซึ่งมาตรการเดียวต้องใช้เงินกว่า 5 แสนล้านบาท

และจัดหนักว่า “แจกเงิน” เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ถือเป็นนโยบายไร้ความรับผิดชอบ สร้างหนี้ ทำประชาชนขาดวินัย ไม่มีผลในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว

ขณะที่ ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการ ธปท. อีกท่านออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ยังไม่เห็นข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง จะเห็นแต่มาตรการประเภทสัญญาว่าจะให้เพื่อเอาใจฐานเสียงกลุ่มต่าง ๆ มากกว่าที่จะบอกถึงเป้าหมายเศรษฐกิจไทย และจะทำอย่างไรให้เกิดผลได้จริง

ทั้งเสนอว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจจะต้องให้ความสำคัญกับคำสามคำ คือ productivity (ผลิตภาพ) immunity (การสร้างภูมิคุ้มกัน) และ inclusivity (การกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง) เพราะทั้งสามเรื่องถือเป็นปัญหาใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น

ดร.วิรไทสะท้อนว่า “ต้องเลิกทำนโยบายประเภทสัญญาว่าจะให้แบบเหวี่ยงแห โดยเฉพาะพวกนโยบายที่ใช้งบประมาณแบบปลายเปิด จนควบคุมได้ยาก หรือนโยบายที่ทำให้ประชาชนเสพติดเงินอุดหนุนรูปแบบต่าง ๆ”

ในทางตรงกันข้าม ต้องเร่งทำนโยบายเพิ่มศักยภาพการจัดหารายได้ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบภาษี การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และการหารายได้จากทรัพย์สินของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ดินของรัฐ และสัมปทานต่าง ๆ เพราะรายจ่ายสวัสดิการของรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างสังคมสูงอายุ

อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติระบุว่า เรื่อง inclusivity สำคัญมาก เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจไทยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาคนจนข้ามรุ่นจะเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย

ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยเข้มแข็งมากขึ้น ความสามารถทำกำไรสูง แต่ SMEs แหล่งจ้างงานใหญ่ของประเทศมีแนวโน้ม “ฝ่อลง”

และโจทย์สำคัญพบว่า ต้นทุนทำธุรกิจของ SMEs สูงกว่าต้นทุนของธุรกิจใหญ่ เพราะกฎเกณฑ์หลายเรื่อง กำหนดมาตรฐานไว้สูง จนทำให้กลายเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs

นี่คือโจทย์ประเทศไทย ที่อดีตผู้ว่าการ ธปท.ที่ชื่อ ดร.วิรไท ฝากถึงพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้งหลาย

และอีกเสียงจากวังบางขุนพรหม ก็คือ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นห่วงนโยบายหาเสียงที่จะส่งผลต่อฐานะการคลังของประเทศว่า บริบทเศรษฐกิจไทยตอนนี้เรื่อง “เสถียรภาพ” สำคัญมากกว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจ” เพราะแม้เศรษฐกิจจะฟื้นช้าแต่ก็ฟื้น

นโยบายที่สำคัญกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น คือการเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้เศรษฐกิจไปได้ในอนาคต

เพราะนโยบายกระตุ้นระยะสั้น จะได้ผลชั่วคราวในแง่ตัวเลข แต่มีผลข้างเคียง เช่น หนี้สิน ตามมา และยังมีค่าเสียโอกาสของงบประมาณที่มีจำกัด

ผู้ว่าธปท.ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรดำเนินนโยบายแบบ “ทอดแห” เพราะทำให้เงินไม่ไปในจุดที่ควรไป เช่น บางนโยบายที่คนรวยอาจจะได้ด้วย การช่วยเหลือควรเป็นนโยบายแบบ targeted เฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งย้ำว่า นโยบายอะไรที่มาบั่นทอน “เสถียรภาพ” เป็นความเสี่ยงที่จะนำไปสู่วิกฤตได้

นี่คือการส่งสัญญาณเตือนจากคนวังบางขุนพรหม