เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
Finance EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
Finance KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
Tech เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาการประชุมเฟด

16 มี.ค. 2561 | 19:55น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (12/3) ที่ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9/3) กระทวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้น 313,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี ส่วนตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.15% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.2% สู่ระดับ 26.75 ดอลลาร์และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งในช่วงกลางสัปดาห์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ท่ามกลางความไม่พอใจจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ออกรายงานเดือนกว่า การที่สหรัฐตัดสินใจใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมนั้น อาจก่อให้เกิดสงครามการค้า และอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกเป็นวงเงินสูงถึง 4.7 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563 ขณะที่วันพุธ (14/3) กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 0.5% ในเดือนมกราคม ทั้งนี้การชะลอตัวของดัชนี CPI ในเดือนกุมภาพันธ์ มีสาเหตุจากการร่วงลงของราคาน้ำมันเบนซิน ขณะที่ราคาอาหารทรงตัว หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ หลังเกิดความขัดแย้งด้านนโยบายต่างประเทศหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการโยกนายไมค์ ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแทนนายกเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ในวันพฤหัสบดี (15/3) มีการประกาศยอดค้าปลีกปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2555 ที่ยอดค้าปลีกลดลง 3 เดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% โดยยอดค้าปลีกที่ปรับตัวลง ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของยอดขายรถยนต์ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ปรับตัวขึ้น 0.1% ในขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.พ.เมื่อเทียบรายเดือนหลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมกราคม โดยการดีดตัวขึ้นของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในภาคบริการดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนมกราคม นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายเดือนสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และในวันศุกร์มีการเปิดเผยข้อมูลขอรับสวัสดิการครั้งแรกลดลงสู่ 226,000 ตำแหน่ง ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 227,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมเฟดที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 20-21 มีนาคม โดยระยะสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.11-31.35 บาท/ดอลลาร์ และปิดตลาดวันศุกร์ (16/3) ที่ระดับ 31.17/19 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.2333/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/3) ที่ระดับ 1.2301/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9/3) สำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี เปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือน ม.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในขณะที่ตัวเลขดุลการค้าของเยอรมนี เกินดุล 21,300 ล้านยูโร มากกว่าที่คาดการณ์ว่าจะเกินดุล 21,200 ล้านยูโร ในวันอังคาร (13/3) นายเบนัวต์ โคเออร์ สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำมากต่อไป จากอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายคำกล่าวของนายโคเออร์บ่งชี้ว่า ECB ยังไม่มีแนวโน้มที่จะถอนตัวออกจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในเร็ว ๆ นี้ แม้ ECB จะมีการตัดข้อความที่ระบุว่า “ECB อาจเพิ่มวงเงิน QE หรือขยายเวลาใช้มาตรการ QE หากมีความจำเป็น” ออกจากแถลงการณ์ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า การยกเลิกข้อความดังกล่าวบ่งชี้ว่า ECB กำลังเตรียมชะลอและยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในไม่ช้า หลังจากที่ได้ดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนก่อนหน้านี้ ในขณะที่วันพฤหัสบดี (15/3) นางเซซิเลีย มาล์มสตรอม กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าขั้นตอนแน่นอนในการยกเว้นการเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมนำเข้าของสหรัฐจะออกมาในรูปแบบใด โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ใน 15 วัน ในขณะที่สหภาพยุโรปพร้อมใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2303-1.2413 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2319/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (12/3) ที่ระดับ 106.68/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/3) ที่ระดับ 106.70/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9/3) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตร โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระยะยาว ให้เคลื่อนไหวที่ระดับ 0% โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้ว่า BOJ อาจจะเพิ่มมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็น เพื่อให้ BOJ สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ขณะที่ในวันอังคาร (13/3) นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความต้องการให้นายทาโร อาโสะ รัฐมนตรีกระทรวงคลังใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการสืบสวนกรณีที่รัฐบาลขายที่ดินให้กับโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในราคาต่ำกว่าการประเมิน โดยมีชื่อของนางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเกรงว่าเรื่องดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งทางกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์ยอมรับในว่า ทางกระทรวงได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาในเอกสารที่ดินของรัฐซึ่งขายให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่งในราคาต่ำกว่าราคาประเมิน โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาค้าส่ง (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับค้าส่ง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันและราคาโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้แม้ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 แต่ดัชนี PPI เดือนกุมภาพันธ์ ขยายตัวในอัตราช้าลงจากเดือนมกราคมที่ขยายตัว 2.7% ซึ่งได้แรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.63-107.10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาด ที่ระดับ 105.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ