เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

กอบศักดิ์ ตีแผ่ ระบบทุนนิยมไม่ยั่งยืน “เหลื่อมล้ำสูง-ฆ่ารายย่อย”

15 ก.ค. 2566 | 18:34น.
กอบศักดิ์ ภูตระกูล

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ตีแผ่ ระบบทุนนิยม สร้างความไม่ยั่งยืน “เหลื่อมล้ำสูง-ฆ่านักลงทุนรายย่อย” แนะนำรัฐบาลใหม่แก้ไขปัญหา-ขับเคลื่อนตั้งแต่เริ่มสร้างความแข็งแกร่งจากฐานราก เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

วันที่ 15 กรกฎาคม 2566 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวในงานเสวนา “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) 2566” เปิดโลกนวัตกรรม ก้าวทันเทรนด์ การเงินยั่งยืน ในหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน ตลาดทุนไทย ในมิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า

ปัจจุบันระบบทุนนิยมถือเป็นแนวคิดในการขับเคลื่อนและพัฒนาการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้สร้างปัญหาทิ้งไว้ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ การทำลายสิ่งแวดล้อม การบุกรุกป่า ปัญหามลพิษ PM 2.5 ทรัพยากรน้ำขาดแคลน ชนบทที่อ่อนแอ และปัญหาแรงงานในชุมชนเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้านความไม่เท่าเทียมของรายได้ ซึ่งพบว่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา กลุ่มคนที่มีรายได้สูง 20% และกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำ 20% มีรายได้เติบโตขึ้นต่างกันถึง 10 เท่า ในขณะที่สัดส่วนการถือครองที่ดินอ้างอิงจากสถิติเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็พบว่ากว่า 80% ของที่ดินในประเทศไทยอยู่ในมือคนรวย และมีประมาณแค่ 0.25% ที่อยู่ในมือคนจน หรือเรียกได้ว่าต่างกันถึง 300 เท่า

นอกจากนี้สัดส่วนของบัญชีเงินฝาก ที่พบว่ามีคนที่มีเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป รวมแล้วเกือบ 2 แสนบัญชี จากทั้งระบบ 110 ล้านบัญชี แต่คนกลุ่มนี้มีเงินเท่ากับครึ่งหนึ่งของระบบแบงกิ้งของไทย และเมื่อนับรวมกับกลุ่มคนที่มีเงิน 1 ล้านบาทขึ้นไปแล้วรวมกันทั้งสิ้น 1 ล้านบัญชี จะมีสัดส่วนเงินฝากมากกว่า 70% จากปริมาณเงินฝากทั้งระบบ

หรือแม้แต่ปัญหาในตลาดทุนไทย ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “สุสานของรายย่อย” เพราะบางครั้งการพยายามดึงนักลงทุนรายย่อยเข้ามาสู่ตลาดทุนจำนวนมาก แต่ก็ไม่ค่อยปกป้อง ทั้งที่พวกเขาเข้ามาด้วยความหวังจากการนำเงินสะสมเพื่อการเกษียณมาลงทุน แต่มาเจอหุ้นปั่นได้รับความเสียหาย

และกลายเป็นบัญชีร้างเต็มไปหมด อาจจะมีคนทำกำไรได้บ้างแต่แค่ส่วนน้อย ฉะนั้นเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวัง และถ้าตลาดหลักทรัพย์ฯดำเนินการแก้ไข หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ จะทำให้เป็นตลาดหุ้นไทยน่าเข้ามาลงทุนมากขึ้น และคนคิดไม่ผิดที่จะนำเงินมาลงทุน เพราะรู้สึกปลอดภัย

“คือเรามองเขา (ระบบทุนนิยม) ในแง่ดีเกินไปว่าเขาคือคำตอบในการพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศ แต่ลืมมองด้านมืดไปว่าจริง ๆ แล้ว เขาก็สร้างระบบประเภทมือยาวสาวได้สาวเอา จนส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย ฉะนั้นถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงกันตั้งแต่วันนี้ ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะอยู่กันยากมาก นั่นคือเหตุผลที่เราต้องพูดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

ฉะนั้นแนวคิดที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ไขปัญหานี้ที่รัฐบาลใหม่ต้องขับเคลื่อนคือ เริ่มสร้างความแข็งแกร่งจากฐานรากไปสู่คนระดับบน เพราะคนกลุ่มบนที่มองว่าเป็นหัวรถจักรสำคัญคงไม่ใช่ทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นเราต้องเข้าใจลงไปถึงระดับชุมชนและช่วยผลักดันเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งเพื่อจะได้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งมีหลายโครงการที่ดำเนินการไปร่วมกันได้ ทั้งเอกชน ภาคการเงิน และตลาดทุน

“วันนี้ถ้าฐานมันอ่อนแอ ข้างบนไม่มีทางเข้มแข็ง ดังนั้นเราต้องทุ่มสรรพกำลังสร้างฐาน นี่คือหัวใจ ทำยังไงที่เศรษฐกิจไทยจะมีฐานที่เข้มแข็ง แต่การเอาเงินไปสาดให้จะไม่ยั่งยืน โดยมองปัญหาตอนนี้คือ 1.ปัญหาหนี้นอกระบบ 2.ปัญหาระบบคนกลางที่ครอบครองส่วนต่างมากเกินไป 3.ปัญหาขาดแคลนความรู้และนวัตกรรมใหม่”

“ฉะนั้นวิธีแก้ไขคือ 1.สร้างผู้นำเข้มแข็ง 2.รวมกลุ่มชุมชนเพิ่มอำนาจต่อรอง 3.ส่งเสริมเอกชนเข้ามาสนับสนุนชุมชน ซึ่งแลกกับการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ 4.ภาครัฐต้องลดข้อจำกัดในด้านกฎระเบียบต่าง ๆ ด้วย” ดร.กอบศักดิ์กล่าว