เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
ดูทั้งหมด

กำลังซื้อในประเทศลดฮวบ ภาวะสุญญากาศตั้งรัฐบาลไม่ได้

26 ก.ค. 2566 | 06:22น.
กำลังซื้อในประเทศ

สำรวจค้าส่ง-ค้าปลีก เหนือ-ใต้-กลาง-อีสาน กำลังซื้อฟุบหนักเศรษฐกิจรากหญ้าดิ่ง ค่าครองชีพพุ่งแต่รายได้เท่าเดิม สะท้อนดัชนีความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่อง ชี้การเมืองทำทุกอย่างหยุดนิ่ง กระทบงบประมาณปี 2567 เงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มี เมืองท่องเที่ยวพัทยาช่วงโลว์ซีซั่นกำลังซื้อลดลงมาก โรงงานในนิคมลดโอที-ลดกำลังผลิต ส่งผลอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับลดการผลิต อสังหาครึ่งปีหลังก็แย่ ยอดกู้ไม่ผ่านกว่าครึ่ง เอกชนเร่งขอตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการค้าปลีกกล่าวถึงภาพรวมของค้าปลีกครึ่งปีแรกที่ผ่านมาค่อนข้างทรงตัว ไม่เป็นไปตามที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์ว่า จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้า “กลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์” การเติบโตอยู่ในภาวะที่ทรงตัวถึงลดลง เนื่องจากภาครัฐไม่มีการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายเหมือนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มห้างสรรพสินค้า-เสื้อผ้า-แฟชั่น มียอดขายดีขึ้น ซึ่งปัจจัยที่สนับสนุนในส่วนนี้เกิดจากการเปิดประเทศ ในช่วงต้นปีที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น และทำให้มีเม็ดเงินสะพัดเข้ามาในระบบ

สอดคล้องกับผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (retail sentiment index) ของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงไตรมาส 1 และ 2 พบว่า retail sentiment index ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาสแล้ว โดยไตรมาส 1/2566 ลดลง 13.5 จุด เทียบไตรมาสต่อไตรมาส และไตรมาส 2/2566 ดัชนีลดลงมาที่ 47 จุด หรือ “ต่ำกว่า” ค่าเฉลี่ยกลางที่ระดับ 50 จุด โดยดัชนียอดขายสาขาเดิม ไตรมาสต่อไตรมาส ยอดใช้จ่ายต่อครั้ง ไตรมาสต่อไตรมาส และความถี่ในการจับจ่าย ไตรมาสต่อไตรมาส ปรับตัวลดลง สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคฐานรากยังอ่อนแอ ภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าโดยสาร กดดันให้ผู้บริโภคมุ่งเน้นซื้อสินค้าที่จำเป็น รวมทั้งยังไม่มีมาตรการใหม่จากรัฐในการกระตุ้นการจับจ่าย

โดยภาพที่เกิดขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจที่ไม่สมดุล โดยพื้นที่ท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าพื้นที่อื่น ทางด้านธุรกิจห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, สุขภาพและความงาม มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ส่วนร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง มีการชะลอตัวและร้านค้าส่งไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงไม่ฟื้นตัว

การเมืองกระทบเชื่อมั่น

ขณะที่ นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า การเติบโตของค้าปลีกในขณะนี้ยังเป็นในลักษณะของการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน หรือ K-shaped recovery โดยกลุ่มกลางไปถึงบนจะยังเติบโตได้และไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากเป็นกลุ่มไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มระดับกลางลงล่างอาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง จากค่าครองชีพหลาย ๆ อย่างที่เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มที่ยังต้องการการอัดฉีดเงินเข้าช่วย อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัดก็พบว่า ตัวเลขเดือนกรกฎาคมนี้เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา แนวโน้มเริ่มดีขึ้นบ้าง

แหล่งข่าวจากวงการเสื้อผ้าแฟชั่น-เครื่องสำอางรายหนึ่งกล่าวในเรื่องกำลังซื้อว่า จากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายลง ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติและการเปิดประเทศทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมเริ่มกลับมาคึกคักและมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ทำให้อารมณ์การจับจ่ายและตัวเลขยอดขายค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) แต่หลังจากนั้นมาในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมากลับพบว่า พฤติกรรมการจับจ่ายเริ่มชะลอตัวลง ทั้งนี้อาจจะเป็นผลมาจากค่าสาธารณูปโภคหลาย ๆ อย่างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ค่าไฟแพง ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาที่ทำให้ผู้บริโภคเริ่มชะลอการจับจ่าย ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นผลกระทบในช่วงสั้น ๆ แต่ปัจจัยทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะการตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าอาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ลดลง พฤติกรรมการจับจ่ายก็อาจจะชะลอตามลงไปด้วย

นายวีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ตลาดค้าปลีกจะมีความท้าทายมากขึ้น เพราะนอกจากมีช่วงหน้าฝนที่เป็นโลว์ซีซั่นแล้ว ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคการเกษตรทำให้กำลังซื้อของเกษตรกรลดลง เช่นเดียวกับสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งทิศทางนโยบายเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน และการลงทุนของภาครัฐล่าช้า ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมลดลงด้วย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจจับจ่ายโดยให้น้ำหนักกับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการค้าปลีกที่จะต้องรับมือ

ดบ.-กู้ไม่ผ่านทุบกำลังซื้ออสังหาฯ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังกำลังซื้อชะลอตัวลงชัดเจน จากยอดกู้ไม่ผ่านอยู่ที่ 30-50% จากเดิมต่ำกว่านี้ ทั้ง ๆ ที่บ้านและคอนโดฯเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็น นอกจากนี้ดอกเบี้ยขาขึ้นมีผลต่อภาระผ่อนต่องวดเพิ่มขึ้น กรณีกำลังซื้อเท่าเดิม การหาซื้อบ้านต้องซื้อบ้านที่ถูกลง แต่ความเป็นจริงราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้นจากต้นทุนพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น ทั้งราคาที่ดิน วัสดุ ค่าแรงอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งหมด “เฉลี่ยราคาอสังหาฯขึ้นแล้ว 8% แต่รายได้คนเท่าเดิม จำเป็นที่รัฐบาลต้องมีมาตรการสนับสนุนให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัย”

พัทยา ศก.ชะลอตัว

นายจักรรัตน์ เรืองรัตนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากร แอสเซท จำกัด จ.ชลบุรี ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และเจ้าของตลาดกลางรัตนากรค้าส่ง-ค้าปลีกกว่า 11 แห่งใน จ.ชลบุรี และระยอง กล่าวว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของพัทยา ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-เม.ย.) ถือว่าดี แต่พอเข้าเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม 2566 ยอดขายชะลอลงมาก เป็นช่วงโลว์ซีซั่นไม่มีต่างชาติเข้ามาและคนไทยเป็นช่วงเปิดเทอม มาถึงช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2566 ถึงปัจจุบันเริ่มมีต่างชาติเข้ามา แต่ส่วนใหญ่เป็นทัวร์เอเชีย มาเลเซีย เวียดนาม จีน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก แต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนน้อย หากเทียบกับช่วงไฮซีซั่นที่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาติตะวันตก ยุโรป สแกนดิเนเวียน รัสเซีย มีกำลังซื้อต่อหัวสูง ดังนั้นช่วงนี้ถือว่าเศรษฐกิจของพัทยาชะลอลง เห็นได้ชัดเจนจากยอดขายใน “ตลาดรัตนากร” การใช้จ่ายต่อหัวลดลง สมมุติช่วง 4 เดือนแรกของปี การใช้จ่ายประมาณ 100 บาทต่อหัวต่อคน ตอนนี้เหลือจ่ายเพียงประมาณ 60 บาทต่อหัวต่อคน หายไป 40 บาท

หากพิจารณาการใช้จ่ายทั้งภาคตะวันออก แบ่งกำลังซื้อเป็น 2 ส่วน คือ ภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมการส่งออกปีนี้ติดลบมาเป็นเดือนที่ 6 และทั้งปีอาจจะติดลบ หรือศูนย์ ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมลดการผลิตเหลือเพียง 50% เพราะมีออร์เดอร์น้อย ทำให้แต่ละโรงงานลดการจ่ายค่าล่วงเวลา (OT) และเอาคนออก โดยเริ่มส่งผลกระทบหนักช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน 2566 ทำให้กำลังซื้อตามนิคมอุตสาหกรรมค่อนข้างเงียบ เชื่อว่าดรอปลงไปไม่ต่ำกว่า 25-30% จากที่แย่อยู่แล้ว และหนักกว่าภาคการท่องเที่ยวมาก เพราะภาคการท่องเที่ยวไปได้เรื่อย ๆ

K&K ภาคใต้ยอดขายลดลง

ด้าน นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ เคแอนด์เค จังหวัดสงขลา ผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคใต้ และกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าในภาพรวมส่งผลกระทบต่อนักลงทุนต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะ “คนต่างชาติ” จะไม่เชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยจะมีเสถียรภาพเพราะพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากไม่ได้เป็นนายกฯ และไม่รู้ประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่

ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าส่งผลกระทบต่อปัจจัยภายในประเทศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณปี 2567 ล่าช้าเพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติเงินงบประมาณมาใช้ได้ รัฐบาลรักษาการจะจ่ายได้เฉพาะแผนงานที่ใช้งบประมาณต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายตามแผนงานใหม่ ๆ ไม่สามารถอนุมัติการจ่ายได้ ทำให้เงินที่จะหมุนเวียนเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในระบบหายไป ทำให้เสียโอกาสในการลงทุน

นอกจากนี้ ทางด้านภาคการเกษตร โดยปกติเมื่อราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ รัฐบาลจะมีนโยบายมาช่วยพยุงราคา “แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้” ตรงนี้ทำให้รายได้ของประชาชนหายไป ส่งผลให้กำลังซื้อในจังหวัดสงขลาชะลอตัวลงไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (พฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม 2566) หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอนนี้กำลังซื้อลดลงไปประมาณ 15% แล้ว

“ยอดขายของบริษัท เคแอนด์เคฯ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดขายเพียง 420 ล้านบาท จากปกติครึ่งปีมีรายได้ประมาณ 500 ล้านบาท และใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่รู้ บรรยากาศคลุมเครืออย่างนี้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนไม่เอื้อ ตอนนี้ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ขอให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว จะเป็นแมวจะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้” นายกวิศพงษ์กล่าว

ยงสงวน อุบลฯลุ้นมหา’ลัยเปิด

ด้านนายประกอบ ไชยสงคราม ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง บริษัท ยงสงวนกรุ๊ป จำกัด จ.อุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังซื้อของลูกค้า บริษัทยงสงวนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏยอดขายดีเพราะเป็นช่วงเปิดภาคเรียน และคิดว่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ แต่มาถึงตอนนี้ “ยอดขายกลับทรงตัวและไม่ดีเลย” สาเหตุมาจากปัญหาเดิมคือรายได้ของผู้บริโภคไม่มาก ทำให้ไม่มีกำลังซื้อมากพอ ทั้งที่ปกติคนในภาคอีสานจำนวนมากที่ไปทำงานต่างถิ่น มักส่งเงินกลับมาให้คนที่บ้านใช้ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ชลบุรี หัวหิน รายได้น่าจะไม่ต่ำกว่า 500 บาทต่อวัน

อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ประเด็นเรื่องการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องการเมือง ทำให้นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและช่วงนี้อยู่ในภาวะสุญญากาศทำให้กำลังซื้อหดตัวลงอย่างแน่นอน “ทุกวันนี้รายได้คนไม่ขยับขึ้นเลย แต่สินค้าทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง เงิน 10,000 บาทที่เคยซื้อสินค้าได้เต็มจำนวน ปัจจุบันซื้อสินค้าได้ปริมาณเพียง 7,000 บาท ผมไม่รู้ว่าผู้บริโภคมีหนี้สินไฟแนนซ์เท่าไหร่ด้วย แต่ภาพที่เห็นตอนนี้เจ้าของกิจการก็ลำบาก โดยเฉพาะกิจการร้านอาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ ซื้อเข้าครัว 2-3 วันขายไม่หมดต้องทิ้งและขาดทุน” นายประกอบกล่าว

แม้ยอดขายจะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ “ยงสงวน” ยังมีโอกาสทางการค้าอยู่เพราะสินค้าสามารถเก็บไว้ได้นานนับเดือน และเดือนสิงหาคม 2566 จะเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิด ยังมีความหวังว่ากำลังซื้อจะกลับมา พร้อมกับธุรกิจอื่น ๆ ที่มีลูกค้าเป็นนักศึกษา แต่ไม่แน่ใจว่าจะกระตุ้นการจับจ่ายซื้อของได้มากน้อยเพียงใด

ค้าส่งเชียงรายกระทบมาก

ด้านนางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP จังหวัดเชียงราย ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อในภาคเหนือนั้น “ไม่ดีเท่าไหร่” สังเกตได้ว่าสินค้าประเภทของใช้จำเป็นยอดขายยังทรงตัวอยู่ ส่วนของใช้ฟุ่มเฟือยผู้บริโภคซื้อปริมาณลดลง ยกตัวอย่าง เครื่องสำอาง จากที่ลูกค้าเคยซื้อแบบกระปุกก็เริ่มหันมาใช้แบบซองมากขึ้น เฉลี่ยราคาไม่ถึง 100 บาทต่อซอง ลูกค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างขยายตัวและเติบโตมากขึ้น

ตอนนี้ยอดขายในส่วนธุรกิจค้าส่งได้รับผลกระทบมาก สวนทางกับกำลังซื้อในส่วนของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งทาง “ธนพิริยะ” มีการค้าปลีกเป็นหลักกว่า 90% ซึ่งกำลังซื้อลูกค้าในกลุ่มตลาดแมสหรือสินค้าปลีกค่อนข้างดี ประกอบกับขยายสาขาเพิ่มจากปี 2565 รวมถึงเพิ่มการโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ตัวเลขการค้าจึงบวกขึ้น “เราฟื้นจากโควิด-19 มาแล้ว ถือว่าไม่ได้แย่ แต่ภาพรวมตอนนี้การค้าไม่ค่อยดีเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งสถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ทำให้ทุกอย่างนิ่ง และอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นซึ่งนักท่องเที่ยวลดน้อยลง เห็นความคึกคักอยู่เพียงจังหวัดเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างเยอะ คาดหวังว่าช่วงไตรมาสที่ 4 ปลายปีสถานการณ์จะดีขึ้น จากภาวะทางการเมืองที่น่าจะดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจยังไม่สามารถดีขึ้นด้วยตัวมันเอง ต้องอาศัยเงินกระตุ้นจากภาครัฐเข้ามาช่วย”

กนกกาญจน์ 3 เดือนยอดขายลด

นางสาวณัฐสินี กนกวรกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างกนกกาญจน์ จ.กาญจนบุรี ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองกาญจนบุรี ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 48 ปี กล่าวว่า ยอดขายของห้างกนกกาญจน์มีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 3 เดือนต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม 2566 จากที่คาดการณ์ว่า สินค้าทุกแผนกควรมียอดขายเติบโตมากกว่า 10% ส่วนหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็นผลจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยน ใช้จ่ายอย่างประหยัด ระมัดระวังมากขึ้น

สินค้าหลายแผนกของห้างยอดขายเติบโตขึ้น หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังมีสถานการณ์โควิด-19 แต่ปี 2566 สถานการณ์โควิดคลี่คลายไปแล้ว ทางห้างคาดการณ์ว่า ยอดขายสินค้าหลายแผนกน่าจะเติบโตขึ้นได้มากกว่า 10% แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามคาดการณ์ เช่น แผนกซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตขึ้น 10% แต่แผนกเสื้อผ้าเติบโต 2-3% ถือว่าเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะน่าจะเติบโตได้มากกว่านี้

“หากเทียบกับช่วงก่อนเลือกตั้งเงินสะพัดมาก แผนกซูเปอร์มาร์เก็ตขายดีมาก แต่หลังเลือกตั้งปรากฏคนชะลอการจับจ่ายใช้สอยลดลง ทำให้ยอดขายลดลง ส่วนหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็นผลจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น สินค้าบางอย่างราคาเดิม แต่ขนาดของบรรจุภัณฑ์เล็กลง ซึ่งตอนนี้สินค้าหลายตัวยังมีการปรับราคาและปรับขนาดบรรจุภัณฑ์อยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้อีกปัจจัยอาจมาจากการเมืองขาดเสถียรภาพ”

กลุ่มยานยนต์ลดเป้าผลิตครึ่งแสน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มได้ตัดสินใจปรับลดเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทย จำนวน 50,000 คัน จากเดิมตั้งไว้ที่ 1,950,000 คัน ซึ่งจะเหลือเพียง 1,900,000 คัน

สำหรับตัวเลขที่ปรับลดลงนั้น หลัก ๆ เป็นผลพวงมาจากตลาดภายในประเทศที่เดิมคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 950,000 คันนั้น จะเหลือเพียง 900,000 คัน โดยมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์จากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.6% ของ GDP รวมถึงการส่งออกสินค้าของประเทศไทยลดลงติดต่อกันหลายเดือน ทำให้หลายอุตสาหกรรมลดกะการทำงานและลดการทำงานล่วงเวลา ทำให้คนทำงานขาดรายได้

รวมถึงดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น และค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้ที่มีหนี้และประชาชนต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจึงระวังการใช้เงิน ทำให้อำนาจซื้อลดลง ธุรกิจหลายสาขาต้องชะลอตัว และยิ่งการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใช้น้ำมันมากกว่า 5% โดยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์นำเข้า ไม่ได้ผลิตในประเทศ จึงมีผลต่อการลดเป้าการผลิตเพื่อขายในประเทศ

การผลิตรถยนต์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 145,557 คัน

ส่วนยอดผลิต 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) มีจำนวนทั้งสิ้น 921,512 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 5.91% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 321,061 คัน คิดเป็น 34.84 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 24.96% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ผลิตได้ 78 คัน เพิ่มขึ้น 3,800% รถยนต์บรรทุก ผลิตได้ทั้งสิ้น 600,373 คัน ลดลง 2.09% รถกระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ทั้งสิ้น 583,867 คัน เท่ากับร้อยละ 63.36 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 1.61% รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน ผลิตได้ 16,506 คัน ลดลง 16.50%

การผลิตเพื่อส่งออกเดือนมิถุนายน ผลิตได้ 84,909 คัน เท่ากับร้อยละ 58.33 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 4.66% และการผลิต 6 เดือนแรกของปีนี้ ผลิตเพื่อส่งออกได้ 530,655 คัน เท่ากับร้อยละ 57.59 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 12.09%

รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 81,676.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.37% และรวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 481,784.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.99%