เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

พิมพ์ภัทรา รมว.อุตฯรับลูกนายกฯพักหนี้ SMEs หนุนเศรษฐกิจฐานราก ทำทันทีใน 3 เดือน

07 ก.ย. 2566 | 11:16น.
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

“พิมพ์ภัทรา” รับลูกนายกฯ เร่งหารือพักชำระหนี้ SMEs พร้อมสานต่อนโยบายเดิมอย่างอีวี 3.5-กลุ่มระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภาค พร้อมยกระดับบริการแบบ One Stop Service

วันที่ 7 กันยายน 2566 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าปฏิบัติงาน พร้อมประชุมกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และข้าราชการในกระทรวง เพื่อหารือแนวทางร่วมกันสำหรับการวางนโยบายต่อไป

โดยในระยะเริ่มต้นเร่งด่วน 3 เดือนแรกมีนโยบายที่สามารถทำได้ทันที ได้แก่ การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับอาชีพชุมชนสู่การผลิตที่มีมาตรฐาน ตลอดจนการปรับวิถีการดำเนินงานเพื่อให้บริการผู้ประกอบการและประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย One Stop Service ทั้งยังเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry)

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

วาระเร่งด่วน

นางสาวพิมพ์ภัทรากล่าวว่า จากที่ได้ประชุม ครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 นั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายทุกกระทรวงต้องจัดการเรื่องของ “การลดหนี้” ซึ่งเราก็ต้องหารือและพูดคุยกับ SMEs เรื่องการพักชำระหนี้ และภายใน 2 สัปดาห์นี้จะรีบหารือและรับฟังกับภาคเอกชนทุกฝ่ายให้ได้มากที่สุด เพราะต้องรวบรวมอุปสรรคและปัญหา

ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานภายในกระทรวงเร่งหาแนวทางเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ ให้เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจใหม่สำหรับกระตุ้นรายได้มวลรวมของประเทศ ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ด้วยการสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ผ่านการยกระดับทักษะแรงงานขั้นสูง สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน พร้อมพิจารณาหามาตรการเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายภายในประเทศ มาตรการทางภาษี และการขยายจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับประชาชน

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

สานต่อนโยบายเดิม

“เราจะสานต่อนโยบายเดิมที่รัฐมนตรีอุตสาหกรรมคนก่อนได้ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงตั้งใจส่งเสริมกลุ่มระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง-ตะวันตก และภาคใต้ โดยตั้งใจจะส่งเสริมและรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหารและการส่งออก อันเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ”

สำหรับมาตรการอีวี 3.5 นั้น นางสาวพิมพ์ภัทรากล่าวว่า นอกจากส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันเรื่องอีวี 3.5 นั้นต้องรอพูดคุยกับบอร์ดอีวีเสียก่อนถึงจะเริ่มดำเนินงานต่อได้

“หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ก็พบว่าขณะนี้มีนักลงทุนหลายชาติอยากจะเข้ามาลงทุนในไทย จึงต้องขอความช่วยเหลือจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุน”

ปรับโฉมกระทรวงอุตสาหกรรม

การยกระดับการให้บริการคุณภาพและส่งเสริมการเข้าถึงของผู้ประกอบการและประชาชน ด้วย One Stop Service ซึ่งช่วยปรับแก้ข้อจำกัดที่มีอยู่ให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่อยากผลักดัน รวมถึงต้องใช้ระบบไอที เพราะมีความโปร่งใส่และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อลดข้อครหาให้กับกรมที่มักตกเป็นประเด็นสังคม อาทิ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นต้น

รวมถึงต้องแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยมลพิษ การวางระบบดูแล ควบคุม และกำจัดของเสียในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนการใช้พลังงานทางเลือกสู่การเป็นอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ (Bio Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry) ในลำดับต่อไป

ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการส่งออกในอนาคต เนื่องจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ทำให้น่าจะมีมาตรการเพิ่มเติม อย่างการเตือนและปรับในโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และนำค่าปรับดังกล่าวมาสนับสนุนโรงงานที่ได้มาตรฐาน

“สำหรับการทำงานร่วมกับข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพิมพ์ภัทรากล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือ การปรับภาพลักษณ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์จากกระทรวงที่เน้นการดำเนินงานมาเป็นกระทรวงที่เป็นสนับสนุนและส่งเสริม”