รมว.พิพัฒน์พบปะ 16 สภาองค์การลูกจ้าง และประธานสหภาพแรงงาน 8 สหภาพ ถกแนวทางพัฒนาแรงงาน และย้ำว่ากระทรวงแรงงานต้องเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ พร้อมตอบคำถามค่าแรง
วันที่ 8 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาด้านแรงงานกลุ่มสภาองค์การลูกจ้างต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยประธานสภาองค์การลูกจ้าง 16 สภา และประธานสหภาพแรงงาน 8 สหภาพ เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน
จะเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ
นายพิพัฒน์กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้มาพบปะหารือกับประธานสภาองค์การลูกจ้าง 16 สภา และประธานสหภาพแรงงานอีก 8 สหภาพ เพื่อรับฟังสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ในด้านการพัฒนาแรงงาน และหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาในวันที่ 11-12 กันยายนนี้ จะได้มาหารือกันอีกครั้ง เพื่อนำนโยบายที่ได้แถลงเกี่ยวกับแรงงานมาคุยกันว่าเราจะเดินไปในทิศทางไหน
“สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีสุชาติได้ทำไปแล้ว อะไรที่ทำดีอยู่แล้ว ผมจะได้สานต่อ จะไม่นับหนึ่งใหม่ ที่สำคัญกระทรวงแรงงานจะต้องเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบให้ได้ เพราะทุกองคาพยพในประเทศไทย ยกเว้นข้าราชการ ที่เหลือ เรามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานทุกภาคส่วน ประเทศจะเจริญได้ แรงงานเป็นส่วนสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน การที่พัฒนาประเทศให้เร็ว ก็คงจะเป็นไปได้ยาก”

ค่าแรงจะขึ้นเมื่อไหร่ ?
นายพิพัฒน์กล่าวถึงการขึ้นค่าแรงว่า ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เมื่อมีการประกาศเรียบร้อยแล้ว ถึงจะมาทำการหารือว่า ทางกระทรวงแรงงานจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนเรื่องนโยบายต่าง ๆ ที่ได้มีการพูดคุยหรือหาเสียงกันไว้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ก็ต้องนำมาหารือกัน
“ผู้ใช้แรงงานเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน เพราะประเทศจะพัฒนาได้ จะเจริญได้ ต้องพึ่งพาแรงงานเป็นส่วนสำคัญ ถ้าเราไม่มีแรงงานที่ดี เราไม่มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน ประเทศก็จะไม่เจริญไปกว่านี้”
ข้อเรียกร้องจากลูกจ้าง
นายพิพัฒน์ยังกล่าวต่อว่า สิ่งที่สภาองค์การลูกจ้างต้องการให้ผลักดันจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในวันนี้ อาทิ
- การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องเดิม ตอนนี้ในอาเซียนก็มีเฉพาะไทยและ สปป.ลาวที่ยังไม่รับรอง
- เรื่องการถูกเอารัดเอาเปรียบของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งจะต้องลงไปดูให้ครบทุกมิติ
“สิ่งเหล่านี้ผมเอง ผู้บริหาร และข้าราชการกระทรวงแรงงาน จะต้องเดินหน้าร่วมมือไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งหากมีนโยบายอะไรออกไปก็จะต้องขอรับฟังความคิดเห็นดีเห็นชอบจากทุกฝ่าย ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง ข้าราชการด้วย เพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน”