ปลัดยันไม่ได้สั่งตรวจสอบภาษีย้อนหลัง แจงลดหย่อนภาษีหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น เล็งตัดสิทธิลดหย่อนปีต่อไป ชี้ตรงไปตรงมา พร้อมแจ้งเหตุผลที่หลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดมหาดไทยเก็บตกสิทธิได้ราว 1 ล้านคน ก่อนเดินหน้าคัดกรองเข้มตามเกณฑ์
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ไม่ได้สั่งกรมสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลังลูกที่ใช้ชื่อพ่อแม่หักลดหย่อนภาษี กรณีที่พ่อแม่ยื่นอุทธรณ์ขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน พร้อมชี้แจงว่าสั่งกรมสรรพากรตรวจสอบจำนวนผู้ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนจากการเลี้ยงดูพ่อแม่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าพ่อแม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กรมสรรพากรกำลังดำเนินการอยู่
“ผมพูดว่าข้อมูลที่นำมาใช้เป็นข้อมูลที่มันเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไม่ต้องแต่งตัวตามเกณฑ์ที่ออกมา เพื่อเลี่ยงเกณฑ์ต่าง ๆ และจะได้รับบัตร” นายลวรณกล่าว
พร้อมกันนี้ นายลวรณยืนยัน 3 ประเด็น คือ 1.โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่มีรายได้น้อยจริง ๆ เท่านั้น 2.คนที่อาจจะจนแต่ไม่ได้จนเท่ากลุ่มที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องรอมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ที่รัฐจะออกต่อไป และ 3.คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้กลับไปดูแลพ่อแม่จริง ก็ไม่ควรได้รับสิทธิหักลดหย่อน เพราะถือว่าไม่ได้กลับไปดูแลตามนโยบายการลดหย่อนภาษีของรัฐ
นายลวรณกล่าวว่า เมื่อประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค. แล้ว จะเปิดเผยข้อมูลว่าเกณฑ์แต่ละเกณฑ์ได้คัดคนออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเท่าไร จากจำนวนเดิม 13.18 ล้านคน รวมถึงจะแจ้งผู้ที่หลุดออกจากสิทธิด้วยว่าเหตุผลที่หลุดเป็นเพราะเกณฑ์ใด เพื่อจะได้ยื่นอุทธรณ์ได้ถูกต้อง และให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกคัดออก
“พลังและประโยชน์ของข้อมูลขนาดใหญ่ที่มันเชื่อมต่อกัน มันทำให้เราเห็นภาพบางภาพที่ไม่เคยเห็น เห็นเรื่องบางเรื่องที่เมื่อก่อนบริหารจัดการไม่ได้ แต่วันนี้บริหารจัดการได้ ดังนั้นต้องทำ” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณกล่าวว่า ถ้าพ่อแม่ยื่นอุทธรณ์มาและเป็นไปตามเกณฑ์การคัดกรองผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะได้รับสิทธิคืน และลูกก็จะไม่ได้สิทธิหักลดหย่อนภาษี แต่หากพ่อแม่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ก็จะถือว่าพ่อแม่ยอมหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมยืนยันว่าจะได้สิทธิจากทางใดทางหนึ่งเท่านั้น
“ถ้าพ่อแม่ยืนยันสิทธิว่าไม่ได้รับการดูแลจากลูกเลย ถือว่าลูกนำสิทธิพ่อแม่ไปใช้ และทำให้พ่อแม่หลุดออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปด้วย พ่อแม่ต้องยืนยันว่าขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน เพราะลูกไม่ได้ดูแล และลูกก็จะใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีปีหน้าไม่ได้แล้ว” นายลวรณ กล่าวและว่า ทั้ง 2 กรณีจะเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดไม่จริง รัฐบาลที่ใช้งบประมาณแผ่นดินนั้น เมื่อเห็นความไม่ถูกต้องก็ไม่ควรจ่าย แต่ในอดีตมีข้อมูลตรวจสอบไม่เพียงพอจึงต้องจ่าย
ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบพ่อแม่ที่ยื่นอุทธรณ์ต่อไป เพื่อคัดกรองว่ามีรายได้น้อยจริงหรือไม่ และจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบของข้อมูลโดยคนของกระทรวงมหาดไทยด้วย
“ถ้าเราต้องการให้คนไม่จนจริงหลุดออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เกณฑ์ก็ต้องเข้มแบบนี้ เรารู้ว่ามีคนที่ไม่จนจริงแต่ได้สิทธิ แต่ทำไมเราถึงคัดกรองเขาออกไปไม่ได้ ทำไมตะแกรงเราถึงรูใหญ่นัก วันนี้ตะแกรงเราจะถี่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเหลือคนที่จนจริง จนที่สุดเท่านั้น” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวว่า อาจจะเหลือจำนวนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐน้อยลง และคาดว่าจำนวนผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่น ที่กระทรวงมหาดไทยเก็บข้อมูลมาได้จะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งจะถูกนำมาคัดกรองตามทั้ง 8 เกณฑ์ต่อไป
พร้อมกันนี้ นายลวรณกล่าวว่า ในการลงทะเบียนยืนยันสิทธิวันแรก (4 มิ.ย.) ช่วง 2 ชั่วโมงแรกนั้น มีผู้มายืนยันสิทธิราว 2 แสนคน พร้อมชี้ว่าถ้าไม่มายืนยันสิทธิจะถือว่าหลุดออกโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยใช้เกณฑ์ใหม่นี้
ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 ก.ค. และผู้ที่ต้องการอุทธรณ์ให้ตรวจสอบสิทธิใหม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18-31 ก.ค. และยื่นเอกสารได้จนถึง 16 ส.ค. โดยจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 10 ก.ย. กล่าวคือจะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือน ส.ค.-ก.ย. และช่วง 2 เดือนนี้รัฐบาลจะพิจารณาหาวิธีการช่วยเหลือคนกลุ่มที่หลุดนี้ต่อไป