เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
Politics มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
Finance กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเปก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
Politics อนุทิน ลั่นไม่ล็อกสเปก ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มั่นใจรู้ทันเอกชน-พร้อมพิสูจน์
มช. กางโรดแมปแผนฯ 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
การศึกษา มช. กางโรดแมปแผนฯ 14 ชู 6 กลยุทธ์มุ่งนวัตกรรมยั่งยืน
ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
Finance ตะลึง! KKP ชี้กลุ่มคนรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีภาระหนี้สูงสุด
อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
Politics อนุทิน แจงลดภาษี B20-E20 ช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน เกษตรกรรับผลพลอยได้
‘Anthropic’ เตือนภัยค่าย AI ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ แต่คือ ‘ผู้สมัครงาน’ เจตนาแฝง
Tech ‘Anthropic’ เตือนภัยค่าย AI ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ แต่คือ ‘ผู้สมัครงาน’ เจตนาแฝง
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% แรงกดดัน ศก.ไทยโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง แรงงานกำลังซื้อเปราะบาง
Finance กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% แรงกดดัน ศก.ไทยโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง แรงงานกำลังซื้อเปราะบาง
MEET Thai Plus 2026 Shenzhen เปิดโอกาสธุรกิจไทย–จีน มูลค่ากว่า 1,784 ล้าน ดันไทยศูนย์กลาง MICE เอเชีย
Biz Movement MEET Thai Plus 2026 Shenzhen เปิดโอกาสธุรกิจไทย–จีน มูลค่ากว่า 1,784 ล้าน ดันไทยศูนย์กลาง MICE เอเชีย
ดูทั้งหมด

ไทย-เอฟตา ถกเข้ม FTA รอบ 6 คืบหน้าตามเป้า มั่นใจปิดดีลกลางปี 2567

18 ก.ย. 2566 | 15:17น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผลประชุมเจรจาจัดทำ FTA ไทย-เอฟตา รอบที่ 6 คืบหน้าตามเป้า ตั้งเป้าสรุปผลกลางปี’67 ชี้ ! FTA จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่ม สินค้าไทยทั้งข้าว ข้าวโพดหวาน อาหารสำเร็จรูป อาหารสุนัขและแมว ผลไม้เมืองร้อนมีโอกาสขยายตลาด ส่วนสาขาบริการได้ประโยชน์เพียบ

วันที่ 18 กันยายน 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ เอฟตา (European Free Trade Association : EFTA) รอบที่ 6 ระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน ที่ผ่านมา ณ กรุงเทพฯ โดยการเจรจารอบนี้มีความคืบหน้าด้วยดี ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าปิดรอบการเจรจาภายในกลางปี 2567

การเจรจารอบนี้ ประกอบด้วย การประชุมระดับหัวหน้าคณะผู้แทน ซึ่งตนเป็นประธานร่วมกับนายมาร์คัส สลาเกนฮอฟ เอกอัครราชทูตผู้แทนสมาพันธรัฐสวิส ด้านความตกลงการค้า และหัวหน้าฝ่ายการค้าโลก ภายใต้คณะกรรมการกิจการเศรษฐกิจต่างประเทศ หัวหน้าทีมฝ่ายเอฟตา เพื่อติดตามและกำกับความคืบหน้าการเจรจาในภาพรวม และการประชุมกลุ่มย่อยผู้เชี่ยวชาญ 11 คณะ

ได้แก่ 1) การค้าสินค้า 2) มาตรการเยียวยาทางการค้า 3) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 4) การค้าบริการ 5) การลงทุน 6) การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 7) ทรัพย์สินทางปัญญา 8) การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน 9) ข้อบททั่วไป ข้อบทสุดท้าย ข้อบทเชิงสถาบัน และการระงับข้อพิพาท 10) ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพ และ 11) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายวางแผนจะจัดการประชุมอีก 3 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เดือนมกราคมและมีนาคม 2567 เพื่อมุ่งสู่การสรุปผลเจรจาภายในกลางปี 2567

สำหรับผลการศึกษาประโยชน์และผลกระทบจากการจัดทำ FTA ไทย-เอฟตา คาดจะส่งผลให้ GDP ไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.20% และการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.8% (ประมาณ 142.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าที่ไทยมีโอกาสขยายตลาดได้มากขึ้น อาทิ ข้าว ข้าวโพดหวาน อาหารสำเร็จรูป อาหารสุนัขและแมว ผลไม้เมืองร้อน ส่วนสาขาบริการที่ได้ประโยชน์ อาทิ การท่องเที่ยว การเงิน โทรคมนาคม การแพทย์/สุขภาพ พลังงานสะอาด และด้านวิชาชีพ

ทั้งนี้ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) เป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 ของไทย โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2566) การค้าระหว่างไทยและเอฟตา มีมูลค่า 5,337.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเอฟตา มูลค่า 2,504.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเอฟตา มูลค่า 2,832.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเครื่องใช้สำหรับเดินทาง และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ นาฬิกาและส่วนประกอบ และเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค