คำขอจด IP 8 เดือนพุ่ง 10.43% ต่างชาติครองสิทธิบัตรนวัตกรรมขั้นสูง 87%
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสถิติ 8 เดือนแรกปี 2569 คำขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 53,794 คำขอ เพิ่ม 10.43% ขณะที่รับจดทะเบียนเพิ่ม 7.88% แตะ 39,096 ฉบับ/รายการ “อนุสิทธิบัตร” โตแรง 18.54% มหาวิทยาลัยไทยขึ้นแท่นผู้ยื่นรายใหญ่ ขณะที่สิทธิบัตรการประดิษฐ์ซึ่งเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นผู้ยื่นต่างชาติถึง 87% ด้านลิขสิทธิ์แจ้งข้อมูลทะยาน 67.11% กรมเร่งนำดิจิทัล-AI เพิ่มประสิทธิภาพบริการ ดัน IP ต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-สิงหาคม) มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวม 53,794 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.43% จากช่วงเดียวกันปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 48,715 คำขอ
ขณะที่การรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้นทุกประเภท รวม 39,096 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 7.88% จาก 36,241 ฉบับ/รายการ ส่วนการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่การจดทะเบียน เนื่องจากลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ มีจำนวน 14,811 รายการ เพิ่มขึ้นถึง 67.11% จาก 8,863 รายการ
สำหรับเครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 40,360 คำขอ เพิ่มขึ้น 12.05% โดยคนไทยมีสัดส่วน 55% และต่างชาติ 45% กลุ่มสินค้าและบริการที่ยื่นขอมากที่สุดคือ บริการค้าปลีก การขาย และการตลาด 4,878 คำขอ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรทางการแพทย์ 4,784 คำขอ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 4,530 คำขอ
ผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 172 คำขอ บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 160 คำขอ บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 155 คำขอ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด 94 คำขอ และบริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ โดยอันดับ 1-3 และอันดับ 5 เป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย ส่วนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอยู่ที่ 28,944 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 2.62%
ด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีคำขอ 5,542 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.16% แต่จุดที่น่าจับตาคือผู้ยื่นคำขอเป็นต่างชาติถึง 87% ขณะที่คนไทยมีเพียง 13% โดยกลุ่มนวัตกรรมที่มีคำขอสูงสุดคือ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 692 คำขอ ตามด้วยนวัตกรรมด้านการสื่อสาร 499 คำขอ แอนติบอดี้และยาชีววัตถุ 254 คำขอ อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติกและเรซิน 158 คำขอ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 144 คำขอ
ส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์สูงสุด 5 อันดับเป็นต่างชาติทั้งหมด นำโดยบริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 169 คำขอ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐ 167 คำขอ บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 103 คำขอ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 84 คำขอ และบริษัท ยูนิชาร์ม คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 60 คำขอ ขณะที่การจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์อยู่ที่ 3,760 ฉบับ เพิ่มขึ้น 14.92%
ตรงกันข้ามกับ “อนุสิทธิบัตร” ซึ่งมีผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยสูงถึง 92% และต่างชาติเพียง 8% โดย 8 เดือนแรกมีคำขอ 3,658 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.54% กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มนำมาเป็นอันดับหนึ่ง 458 คำขอ ตามด้วยยาสมุนไพร 184 คำขอ ระบบสื่อสาร อุปกรณ์ส่งสัญญาณและการจัดการสารสนเทศ 165 คำขอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 123 คำขอ และสารเคมีเกษตรและเคมีภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช 66 คำขอ
ผู้ยื่นอนุสิทธิบัตรสูงสุด 5 อันดับเป็นหน่วยงานไทยทั้งหมด โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีนำที่ 116 คำขอ ตามด้วยมหาวิทยาลัยบูรพา 94 คำขอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 79 คำขอ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 76 คำขอ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 74 คำขอ ขณะที่จำนวนอนุสิทธิบัตรที่รับจดอยู่ที่ 1,705 ฉบับ เพิ่มขึ้นถึง 33.20%
ส่วนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีคำขอ 4,234 คำขอ ลดลงเล็กน้อย 0.05% จาก 4,236 คำขอ แต่การรับจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 34.48% เป็น 4,687 ฉบับ โดยผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 66% และต่างชาติ 34%
ที่น่าสนใจคือ ผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สูงสุดทั้งหมดเป็นสถาบันการศึกษาไทย นำโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร 122 คำขอ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 116 คำขอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 87 คำขอ ขณะที่มหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีจำนวนเท่ากัน 69 คำขอ
สำหรับลิขสิทธิ์ การแจ้งข้อมูลเพิ่มขึ้นสูงถึง 67.11% เป็น 14,811 ผลงาน โดยวรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีจำนวนสูงสุด 5,766 ผลงาน ตามด้วยศิลปกรรม 3,676 ผลงาน ดนตรีกรรม 2,930 ผลงาน สิ่งบันทึกเสียง 1,239 ผลงาน และโสตทัศนวัสดุ 973 ผลงาน โดยผู้แจ้งข้อมูลเป็นคนไทยถึง 99%
ทั้งนี้ กรมย้ำว่า ตัวเลขการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไม่สามารถสะท้อนจำนวนงานสร้างสรรค์ของไทยทั้งหมด เนื่องจากลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อมีการสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่การแจ้งข้อมูลกับกรมสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นกรณีเกิดข้อพิพาท และช่วยให้ผู้ที่ต้องการใช้ผลงานสามารถเข้าถึงและติดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น
นางอรมนกล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าพัฒนาระบบคุ้มครองและบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเชื่อมโยงข้อมูล ควบคู่กับสร้างความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เจ้าของผลงานสามารถนำ IP ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ.