เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 69,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 69,000 บาท
อำนาจทางการเมืองใหม่ ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Columns อำนาจทางการเมืองใหม่ ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
SCGP ทุ่ม 68 ล้านบาท ซื้อหุ้น 90% โรงงานกล่องกระดาษชลบุรี รับรู้รายได้ ต.ค.นี้
Finance SCGP ทุ่ม 68 ล้านบาท ซื้อหุ้น 90% โรงงานกล่องกระดาษชลบุรี รับรู้รายได้ ต.ค.นี้
เซ็นทรัลกรุ๊ป โชว์ MINI x Paul Smith ที่เบอร์ลิน-มอบสิทธิ The 1 ที่ยุโรป
Biz Movement เซ็นทรัลกรุ๊ป โชว์ MINI x Paul Smith ที่เบอร์ลิน-มอบสิทธิ The 1 ที่ยุโรป
จากแฟนคลับสู่ “นักท่องเที่ยว” เมื่อคอนเสิร์ตพาคนออกเดินทาง
Business จากแฟนคลับสู่ “นักท่องเที่ยว” เมื่อคอนเสิร์ตพาคนออกเดินทาง
กบข. ผนึก 3 พันธมิตร ป้องกันสมาชิก 1.2 ล้านคน รับมือภัยดิจิทัล-กลโกงออนไลน์
Finance กบข. ผนึก 3 พันธมิตร ป้องกันสมาชิก 1.2 ล้านคน รับมือภัยดิจิทัล-กลโกงออนไลน์
สนค.เตือนผู้ส่งออก EU คุมเข้ม “PPWR” บรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ต้องรีไซเคิลง่าย-สกัดสารเคมีอันตราย
Economic สนค.เตือนผู้ส่งออก EU คุมเข้ม “PPWR” บรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ต้องรีไซเคิลง่าย-สกัดสารเคมีอันตราย
จับตาราคาพลังงานโลกผันผวน สนพ. คาดทั้งปีความต้องการเพิ่ม 1.4%
Economic จับตาราคาพลังงานโลกผันผวน สนพ. คาดทั้งปีความต้องการเพิ่ม 1.4%
คำขอจด IP 8 เดือนพุ่ง 10.43% ต่างชาติครองสิทธิบัตรนวัตกรรมขั้นสูง 87%
Economic คำขอจด IP 8 เดือนพุ่ง 10.43% ต่างชาติครองสิทธิบัตรนวัตกรรมขั้นสูง 87%
นักกีฬาจวก ‘สวีนีย์’ ใช้ภาพลักษณ์ทางเพศโปรโมตแอปฯ เทรดผลกีฬา Novig
Tech นักกีฬาจวก ‘สวีนีย์’ ใช้ภาพลักษณ์ทางเพศโปรโมตแอปฯ เทรดผลกีฬา Novig
ดูทั้งหมด

จากแฟนคลับสู่ “นักท่องเที่ยว” เมื่อคอนเสิร์ตพาคนออกเดินทาง

17 ก.ย. 2569 | 15:04น.

คอนเสิร์ต หนึ่งในงานการแสดงดนตรีที่มีมูลค่าเศรษฐกิจสูง โดยรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรม จัดทำโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า Festival Economy มูลค่ารวมของ Festival Economy ในระดับโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.63 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนแตะ 2.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034

กระแสหนึ่งที่จะเห็นได้ในวันนี้ คือ การที่เหล่าแฟนด้อม แฟนคลับของศิลปิน เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อตามไปดู ไปชม ไปเชียร์ศิลปิน และกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่จะได้อานิสงส์ไปด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนดูข้อมูลน่าสนใจจากรายงาน “Following the Music: APAC Concert Goers Report 2026” โดย YouGov ซึ่งสำรวจผู้บริโภคกว่า 7,200 คน ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และไทย

คนส่วนใหญ่ไปคอนเสิร์ต 1-2 ครั้งต่อปี

ในแง่พฤติกรรมและความถี่ในการชมคอนเสิร์ต ผลสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคมากกว่า 60% ในทุกตลาด เคยเข้าชมคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรีสด โดยออสเตรเลียมีสัดส่วนสูงสุดที่ 75% ตามด้วย ไทย (70%), สิงคโปร์ (68%), ฮ่องกง (64%) และ อินโดนีเซีย (61%)

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ (53% ของภูมิภาค) ไปชมคอนเสิร์ต 1–2 ครั้ง (ฮ่องกง 57%, ไทย 56%, อินโดนีเซีย 53%, สิงคโปร์ 50%, ออสเตรเลีย 47%) และ 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามในออสเตรเลียและสิงคโปร์ ไม่ได้ไปชมคอนเสิร์ตเลยในรอบ 12 เดือน

นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า อินโดนีเซียมีกลุ่มผู้เข้าชมระดับแฟนพันธุ์แท้ (6 ครั้งขึ้นไป) สูงสุดในภูมิภาคที่ 5%

ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เข้าชมตามโอกาส (Occasional Concert Goers) โดยไทยมีสัดส่วนนี้สูงสุดที่ 42% กลุ่มผู้เข้าชมประจำ (Active Concert Goers) มีเพียง 6–11% เท่านั้น โดยแรงจูงใจหลักมาจากการอยากเห็นศิลปินแสดงสดและสัมผัสบรรยากาศในงาน

เมื่อสำรวจพฤติกรรมตามเจเนอเรชัน (Gen Z vs. Millennials) มีข้อมูลน่าสนใจใน 2 ประเทศ

ออสเตรเลีย : Gen Z ถึง 71% ไปชมคอนเสิร์ต 1–2 ครั้งต่อปี (สูงที่สุด) แต่ไม่มีใครไปถึง 6 ครั้งขึ้นไปเลย ขณะที่กลุ่ม Millennials ในออสเตรเลียมีแนวโน้มไปชมหลายงานมากกว่า

อินโดนีเซีย : Gen Z มีสัดส่วนคนที่ไปชมคอนเสิร์ต 6 ครั้งขึ้นไปสูงที่สุดถึง 7%

ขณะที่เพื่อนร่วมเดินทางไปชมคอนเสิร์ต ส่วนใหญ่ระบุว่า เพื่อน คือกลุ่มคนที่นิยมไปชมด้วยกันมากที่สุดทุกตลาด (61–63%)

และเมื่อเจาะลงไปในแต่ละตลาด พบว่า ชาวออสเตรเลียนิยมไปกับคู่รัก (44%) ชาวสิงคโปร์นิยมไปกับครอบครัว (39%) ส่วนชาวอินโดนีเซีย (20%) และไทย (21%) มีสัดส่วนไปชมคนเดียวสูงกว่าตลาดอื่น

ทั้งนี้ ประเภทงานที่นิยมที่สุด ผลสำรวจระบุว่า คอนเสิร์ตเดี่ยวของศิลปิน/วงดนตรี (Headline Concert) ได้รับความนิยมสูงสุดในทุกตลาด (สิงคโปร์ 60%, ฮ่องกง 52%, ไทย 52%, ออสเตรเลีย 51%, อินโดนีเซีย 44%) ขณะที่งานดนตรีกลางแจ้ง ได้รับความนิยมสูงในอินโดนีเซีย (49%) และไทย (49%) และการแสดงคลาสสิก/ออร์เคสตรา มีสัดส่วนนิยมสูงในฮ่องกง (20%) เมื่อเทียบกับตลาดอื่น

โอกาส Music Tourism

การเติบโตของตลาดคอนเสิร์ตที่มีการจัดขึ้นทั้งในไทย และในต่างประเทศ เป็นโอกาสสำคัญที่นำไปสู่การท่องเที่ยวเพื่อคอนเสิร์ต (Music Tourism & Gig Tripping) และกลายเป็นพฤติกรรมกระแสหลักของการท่องเที่ยวไทยและเอเชีย

ข้อมูลระบุว่า เกือบ 6 ใน 10 คน (59%) ของผู้ไปคอนเสิร์ตใน APAC เคยเดินทางข้ามเมืองหรือข้ามประเทศเพื่อไปชมการแสดง และพบว่า แฟนเพลงชาวไทยเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ตสูงที่สุดถึง 76% เมื่อแยกตามกลุ่มในไทย พบว่า Millennials สูงถึง 83%, ผู้ชาย 79% และ Gen Z 71%

เส้นทางจุดหมายปลายทางยอดนิยม

  • จากไทย : นิยมเดินทางไป เกาหลีใต้ (41%) ญี่ปุ่น (34%) และ สิงคโปร์ (31%)
  • จากอินโดนีเซีย : นิยมไป สิงคโปร์ (59%) มาเลเซีย (40%) และ เกาหลีใต้ (37%)
  • จากสิงคโปร์ : นิยมไป มาเลเซีย (53%) ฮ่องกง (34%) และ ไทย (26%)
  • จากฮ่องกง : นิยมไป ไต้หวัน (45%) ญี่ปุ่น (37%) และ มาเก๊า (35%)
  • จากออสเตรเลีย : นิยมไป จีน (26%) ฮ่องกง (22%) สิงคโปร์ (21%) และสหรัฐอเมริกา (30%)

ขณะเดียวกัน กระแสการท่องเที่ยวเพื่อคอนเสิร์ต สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้ชมคอนเสิร์ตสนใจและเที่ยวในเมืองที่จัดงานมากขึ้น โดย 54% ของผู้ชมคอนเสิร์ตระบุว่าการร่วมงานทำให้สนใจเมืองที่จัดงานมากขึ้น โดยไทยมีสัดส่วนสูงที่สุดในภูมิภาคถึง 71%

เมื่อเจาะลงไปในแต่ละด้าน มีความน่าสนใจดังนี้

การขยายเวลาพำนัก (Trip Extenders)

นักท่องเที่ยวคอนเสิร์ตส่วนใหญ่นิยมขยายเวลาพำนักต่ออีก 2–3 วัน เพื่อเที่ยวชมเมือง โดยสิงคโปร์ขยายเวลาสูงสุดที่ 59%, อินโดนีเซีย 53%, ไทย 40% และฮ่องกง 40%

นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงมีกลุ่มขยายเวลานาน 4–7 วัน อยู่ที่ 17%

กิจกรรมยอดนิยมระหว่างพัก

การชมเมือง (Sightseeing) นำมาเป็นอันดับหนึ่ง (ฮ่องกง 80%, อินโดนีเซีย 72%, ไทย 69%, ออสเตรเลีย 66%), ร้านอาหาร (ไทย 69%, อินโดนีเซีย 60%) และ การช้อปปิ้ง (อินโดนีเซีย 60%, ฮ่องกง 57%, ไทย 53%)

การเปลี่ยนเป็นนักท่องเที่ยวซ้ำ (Repeat Tourism)

  • ไทย : มีผู้ไปคอนเสิร์ต 22% ที่เคยกลับไปเที่ยวเมืองนั้นซ้ำอีก และอีก 49% วางแผนจะกลับไป
  • อินโดนีเซีย : 50% วางแผนจะกลับไปเที่ยวซ้ำ
  • สิงคโปร์และออสเตรเลีย มีแนวโน้มกลับไปเที่ยวซ้ำน้อยกว่า

“ของที่ระลึก” เศรษฐกิจแฟนด้อม

นอกจากคอนเสิร์ต จะทำให้เกิดเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวแล้ว อีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจ คือ เศรษฐกิจที่มาจากเหล่าแฟนด้อม เหล่าแฟนคลับศิลปิน โดยเฉพาะการซื้อสินค้าที่ระลึก

ผลสำรวจเผยพฤติกรรมการซื้อของที่ระลึก โดยผู้ชมคอนเสิร์ตส่วนใหญ่ซื้อสินค้าที่ระลึกเป็นครั้งคราว (32–43%) ประเทศไทยมีสัดส่วนคนที่ซื้อทุกครั้งสูงที่สุดในภูมิภาคที่ 17% ส่วนสิงคโปร์มีสัดส่วนคนที่ไม่เคยซื้อเลยสูงถึง 25%

สินค้ายอดนิยม

  • เสื้อยืด / เสื้อฮู้ด ได้รับความนิยมสูงสุดในทุกตลาด (สิงคโปร์ 64%, ออสเตรเลีย 63%, ไทย 57%, ฮ่องกง 54%, อินโดนีเซีย 53%)
  • หมวก / เครื่องประดับ (อินโดนีเซีย 49%, ไทย 43%)
  • สินค้า Limited Edition ได้รับความนิยมในสิงคโปร์ (36%) และฮ่องกง (34%)
  • แท่งไฟ / สินค้าแฟนคลับ ในไทยสูงถึง 29%

‘ค่าบัตร-ค่าใช้จ่าย’ กระทบผู้ชมคอนเสิร์ต

แม้งานคอนเสิร์ต จะช่วยสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ในมุมผู้บริโภค ยังมีความกังวลต่าง ๆ ที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม

ผลสำรวจเปิดเผยอุปสรรคสำคัญ โดยราคาบัตรคอนเสิร์ต และ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เป็นข้อจำกัดหลักที่ทำให้คนไม่สามารถไปชมคอนเสิร์ตได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในสิงคโปร์ (ราคาบัตร 49%) และออสเตรเลีย (ราคาบัตร 45%, ค่าใช้จ่ายรวม 41%)

นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ปัจจัยด้านภาระงาน ครอบครัว และภาระส่วนตัว ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าชมคอนเสิร์ตน้อยลง โดยประเทศไทยมีสัดส่วนผู้บริโภคที่เผชิญปัญหานี้สูงที่สุดในภูมิภาคถึง 37% ตามด้วย อินโดนีเซีย (30%) สิงคโปร์ (29%) ออสเตรเลีย (24%) และฮ่องกง (22%)

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ เรื่องความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ความแออัด และความอึดอัดของพื้นที่จัดงาน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ โดยประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ระบุความกังวลนี้สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 27% ตามด้วย สิงคโปร์ (23%) ออสเตรเลีย (22%) อินโดนีเซีย (22%) และฮ่องกง (16%)

ผลสำรวจ ยังมีการระบุถึงความตั้งใจในการเข้าร่วมคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรีสดในอีก 2 ปีข้างหน้าของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) สามารถแบ่งกลุ่มพฤติกรรมออกได้ดังนี้

กลุ่มยังไม่แน่ใจ : มีสัดส่วนสูงถึง 38% ในภาพรวมภูมิภาค โดยเฉพาะใน อินโดนีเซีย (45%) สิงคโปร์ (42%) ฮ่องกง (40%) ไทย (33%) และออสเตรเลีย (26%)

กลุ่มรักษาระดับคงที่ : เป็นสัดส่วนหลักของผู้บริโภคในภูมิภาคอยู่ที่ 35% โดย ออสเตรเลียมีสัดส่วนกลุ่มนี้สูงที่สุดถึง 48% ตามด้วย ฮ่องกง (37%) ไทย (35%) สิงคโปร์ (35%) และอินโดนีเซีย (29%)

กลุ่มขยายตัว : ภาพรวมทั้งภูมิภาคมีผู้บริโภค 15% ที่ตั้งใจจะไปชมคอนเสิร์ตเพิ่มขึ้น โดย ประเทศไทยนำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 18% ตามมาด้วย อินโดนีเซีย (17%) ออสเตรเลีย (14%) สิงคโปร์ (14%) และฮ่องกง (11%)

กลุ่มชะลอตัว : มีสัดส่วนเพียง 12% ของภูมิภาค โดยผู้ตอบแบบสอบถามในไทยมีสัดส่วนนี้อยู่ที่ 14% ฮ่องกง 13% ออสเตรเลีย 12% สิงคโปร์ 10% และอินโดนีเซีย 9%