เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (14 ต.ค.) ทั่วไทยฝนหนัก 60-70% เหนือ-อีสาน มีฝน 30%
News พยากรณ์อากาศ (14 ต.ค.) ทั่วไทยฝนหนัก 60-70% เหนือ-อีสาน มีฝน 30%
บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
Real Estate บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
Business ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

อินเดียสกัด “แอร์ไทย” ทุบส่งออกหมื่นล้านระส่ำ

20 ก.ย. 2566 | 07:47น.
อินเดีย

ส่งออกแอร์ไทยระส่ำ “อินเดีย” ประกาศใช้มาตรการทางเทคนิค สร้างอุปสรรคสกัดสินค้านำเข้า หลังเดินหน้านโยบายเมกอินอินเดีย หวั่นกระทบตลาดส่งออก 1 หมื่นล้านสะดุด ส.อ.ท.ร้องพาณิชย์โต้กลับ ผนึกญี่ปุ่นชงหารือ WTO หวังคืนความเป็นธรรม

นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งดูแลสายงานมาตรฐานสินค้า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาจากการประชุมกับกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศที่ส่งออกไปตลาดอินเดีย ได้แจ้งว่า ประเทศอินเดียจะเริ่มใช้มาตรการทางด้านเทคนิค (technical barriers to trade :TBT) กับสินค้าส่งออกจากไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศได้รับผลกระทบ เพราะมีข้อกำหนดสำหรับผู้ที่ผลิตและส่งออกจากไทย จะต้องให้เจ้าหน้าที่อินเดียมาตรวจสอบและรับรองโรงงาน

พร้อมทั้งออกเอกสารรับรองให้ก่อนจึงจะสามารถส่งออกได้ และขณะนี้มีบางโรงงานไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา และจะไม่สามารถส่งออกเครื่องปรับอากาศไปอินเดียได้

“ที่ผ่านมาเอกชนได้ประสานไปที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ใช้มาตรการตอบโต้การดำเนินมาตรการนี้ของอินเดีย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าจะนำประเด็นนี้ขึ้นหารือในการประชุมการค้าโลก ในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ในตุลาคม 2566 นี้ ว่าหากเรื่องใดเป็น TBT ที่ตั้งขึ้นมาใหม่และกลายเป็นปัญหา ต้องมีการประกาศ lead time ให้ว่าต้องให้เวลาเท่าไรในการเตรียมการ

ขณะเดียวกัน เอกชนต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามมอนิเตอร์ว่ามีประเด็นทางการค้าใดที่สามารถนำมาใช้เป็นข้อต่อรองได้บ้าง เช่น อินเดียต้องการให้มีการลดภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์มายังประเทศไทย ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าที่อินเดียผลิตจำนวนมาก แต่ไทยไม่ให้ไลเซนส์สินค้านี้ โดยไทยควรมีมาตรการเชิงรุกบ้าง ไม่ใช่เตรียมพร้อมเชิงรับอย่างเดียว การทำหนังสือไปท้วงอย่างเดียว เราว่ามันไม่พอ”

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ล่าสุดไทยมีการส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศ ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 2566) มีมูลค่า 151,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยตลาดอินเดียถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 มีส่วนแบ่งการส่งออกประมาณ 5.5% มีมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 8,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% รองจากตลาดส่งออกอันดับ 1-3 คือสหรัฐมูลค่า 32,648 ล้านบาท เวียดนาม 12,084 ล้านบาท และออสเตรเลีย 9,309 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมการส่งออกปี 2565 ทั้งปี ไทยส่งออกเครื่องปรับอากาศไปอินเดียมูลค่า 9,790 ล้านบาท เป็นตลาดอันดับ 4 จากภาพรวมการส่งออกทั้งหมด 243,590 ล้านบาท

เดินหน้าช่วยเต็มที่

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในเรื่องนี้ว่า กรมรับทราบว่าอินเดียมีการดำเนินการมาตรการทางเทคนิคกับสินค้านำเข้าหลายรายการมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และได้มีการหารือกับภาคเอกชนในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศมาเป็นระยะ ๆ เพราะห่วงว่าจะส่งออกไม่ได้ และผู้ประกอบการจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

โดยที่ผ่านมาไทยเคยจัดคณะไปหารือกับอินเดียแล้ว โดยอาศัยเวทีต่าง ๆ ในการพูดคุยกัน แต่ในที่สุดเอกชนก็ต้องแก้ไขและต้องหาวิธีแก้ไขกันไปก่อน เช่น อินเดียออกข้อกำหนดบอกว่ายังไม่ต้องบรรจุสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ เพราะกลัวว่าเครื่องปรับอากาศที่บรรจุสารไปแล้วหากบรรจุไม่ดีอาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการขนส่งได้ และให้ไปบรรจุสารทำความเย็นที่อินเดียแทน

ที่ผ่านมาเอกชนก็ต้องหาวิธีแก้ปัญหา โดยไปบรรจุสารที่อินเดียหลังจากนำเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจจะสร้างความลำบากและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นขณะนี้หากเอกชนสามารถปรับตัวได้ และดำเนินการปรับตัวแล้วก็ต้องดำเนินการไปก่อน อีกด้านหนึ่ง กรมพยายามช่วยผู้ประกอบการขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ที่จะสามารถส่งออกไปได้

ส่วนการแก้ไขปัญหาการส่งออกในตลาดอินเดียนั้น กรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกดดันหลายวิธี ทั้งระดับนโยบาย ระดับรัฐมนตรีก็ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เดินเรื่องให้กับท่านทูตและจะมีการยกประเด็นนี้ไปหารือในเวทีการประชุมองค์การการค้าโลก (WTO) เพราะการดำเนินมาตรการบางอย่างอาจจะไม่สอดคล้องกับความตกลง WTO และไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ผลิตสินค้าอย่างเช่นเครื่องปรับอากาศ เช่นประเทศญี่ปุ่นก็จะหยิบยกเข้าหารือในเวที WTO เช่นกัน

“ขณะนี้อินเดียจะมีการใช้นโยบาย made in india ที่มุ่งจะดึงผู้ผลิตเข้าไปผลิตสินค้าภายในอินเดีย ซึ่งอินเดียก็เป็นสมาชิก WTO มีการทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอาเซียน-อินเดียสิ่งที่มองว่าผิดกติกาที่คุยกันไว้ ก็จะคุยกับอินเดียว่าสิ่งที่ดำเนินการนั้นไม่ได้ ควรจะมีการยกเลิก หากเขาจะยังดำเนินการจะมีการตอบโต้หรือไม่ ในเบื้องต้นยังคงไม่ใช้วิธีการนี้”

อินเตอร์แบรนด์ผุด รง.ในอินเดีย

นายวีรพล สวรรค์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต-จัดจำหน่ายแอร์แบรนด์ อีมิแน้นท์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ กล่าวว่า การที่อินเดียกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าแอร์จากต่างประเทศนี้ นับเป็นความท้าทายตามปกติที่ผู้ส่งออกต้องศึกษา เตรียมตัว และปรับตัวตามอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้น่าจะกระทบกับผู้ผลิตแอร์แบรนด์จีนที่ตั้งฐานผลิตในไทย และอาจรวมถึงแอร์แบรนด์ไทยบางรายส่วนบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ผลิตแอร์ระดับอินเตอร์แบรนด์หลายรายได้เข้าไปตั้งฐานการผลิตในอินเดียแล้ว ไม่ว่าจะเป็น มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ที่เริ่มสร้างโรงงานผลิตแอร์และคอมเพรสเซอร์ มีกำหนดเปิดทำการในเดือนตุลาคม 2568 ส่วนแอลจี เริ่มเดินเครื่องโรงงานผลิตคอมเพรสเซอร์ในอินเดียเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะที่ไดกิ้นมีโรงงานในอินเดีย 3 แห่ง และมีกำลังผลิตรวมกัน 2.5 ล้านยูนิต ด้าน ไฮเออร์ ก็มีสวนอุตสาหกรรมสำหรับผลิตแอร์ เครื่องซักผ้า และตู้เย็น ซึ่งฉลองการผลิตครบ 2 ล้านยูนิตไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2566