Skip to content

ถอดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต Pizza Hut

28 ก.ย. 2566 | 08:00น.
ถอดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต Pizza Hut

ต้องยอมรับว่า 2 ปีมานี้ (2563-2564) โลกธุรกิจต่างเจอโจทย์ยากหลายข้อ แต่ในวิกฤตนี้ไม่เป็นลวดหนามสำหรับ Pizza Hut แบรนด์พิซซ่าผู้ครองมีส่วนแบ่งมาร์เก็ตแชร์บนตลาดหมื่นล้านได้ ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเข้าสู่บริการแบบเดลิเวอรี (Delivery) จนสามารถรักษาฐานลูกค้าได้อยู่หมัด สะท้อนให้เห็นถึงการเอาอยู่และสามารถ แก้โจทย์ภายใต้จุดแข็งของแบรนด์จนก้าวผ่าน และเป็น Top of Mind กลุ่มสินค้าเดียวกันได้อย่างสำเร็จ 

หลังตลาดฟื้นตัว สมรภูมิอาหารบริการด่วน (QSR) หรือฟาสต์ฟู้ด โดยเฉพาะตลาดหมื่นล้านของพิซซ่าที่กลับมาดุเดือดอีกครั้ง Pizza Hut ก็ยังแข็งแกร่ง สามารถเป็นผู้เล่นในตลาดได้อย่างโดดเด่น เห็นได้จากการเปิดตัวของ Melts (เมลทส์) เมนูพิซซ่าที่สร้างปรากฏการณ์ยอดฮิตมาแล้วทั่วโลก และอะไรที่ทำให้ Pizza Hut ฝ่าวงล้อมเหล่านั้นมาได้ คุณกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ประธานกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารบริการด่วน Pizza Hut ประเทศไทย ฉายภาพพร้อมถอดกลยุทธ์ให้เห็นว่าทำอย่างไรถึงยังครองใจคนรักพิซซ่ามาโดยตลอด

คุณกมลสุทธิ์ เปิดเผยว่า สิ่งแรกที่เราคำนึงถึง คือ คุณภาพของสินค้าและบริการที่ ต้องตรงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้และได้รับการยอมรับระดับสากล  และด้วยแบรนด์ Pizza Hut อยู่คู่กับคนไทยมานาน ทำให้ตลอดช่วงที่ผ่านมามีการศึกษาและวิจัยถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค จนทำให้สามารถครีเอทเมนูพิซซ่าหน้าใหม่ๆ และมีความแตกต่างอยู่เสมอ  ทั้งนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ละครั้ง Pizza Hut จะบูรณาการทำงานระหว่างทีม Food Innovation ทีมการตลาด และพาร์ทเนอร์ต่างๆ ร่วมพัฒนาสินค้าที่ตรงกับเทรนด์ความต้องการ ไปจนถึงสามารถสร้างกระแสบนโลกโซเชียลและทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้

“อย่างล่าสุดของการเปิดเมนู Melts เรามีเสียงตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในสาขาต่างประเทศ และประเทศไทย โดยเฉพาะในไทยที่ขายดีลำดับต้นๆ ของโลก ของช่วงเวลาที่เปิดตัว โดยมียอดสูงสุด 10,000 ชิ้นต่อวัน แถมยังมียอดขายบนช่องทางออนไลน์ ทั้ง Facebook และ TikTok อยู่ไม่น้อย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ต่างประทับใจกับรสชาติ ความเข้มข้น ความหอมและความเยิ้มของชีส จนกลายเป็นภาพปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของเราเช่นกัน”

และที่สำคัญ Pizza Hut ไม่เคยขาดการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภค ไม่ว่าทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ลูกค้าไม่หนีหายไปไหน นอกจากนั้น ยังมีการจัดโปรโมชันที่ตรงใจผู้บริโภค มีการทำการตลาดรูปแบบ Word of Mouth จากผู้บริโภคเอง ที่แนะนำเชิญชวนให้มาลิ้มลองบริการและเมนูต่างๆ ของพิซซ่า ฮัท อย่างสม่ำเสมอ ทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ลูกค้าสามารถสั่งพิซซ่าได้ง่ายๆ จากมือถือ และมีความพร้อมด้านบริการเดลิเวอรี  ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ Pizza Hut ยังครองใจอย่างแนบแน่นเสมอมา 

ปัจจุบัน Pizza Hut ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มียอดขายปีนี้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และมีจำนวนทั้งสิ้น 191 สาขา ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนการขยายสาขาในอนาคต แม่ทัพ Pizza Hut เสริมว่า ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตและขยายสาขาให้ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์ เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว พื้นที่ที่อยู่อาศัย สำนักงาน และพื้นที่ที่ผู้คนหนาแน่นในแต่ละวันมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบใหม่

“เรามองว่าในอีก 5-10 ปีหลังจากนี้ ตลาด QSR จะเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่มองว่าการรับประทานอาหารเป็นการให้รางวัลและการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตนเอง ซึ่ง Pizza Hut เข้าใจจุดนี้ดีและทำให้แบรนด์ที่ตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ดีที่สุด ผ่านการใช้นวัตกรรมเพิ่มศักยภาพการให้บริการและมอบประสบการณ์แก่ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น” ประธานกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ของ TTA Group กล่าวเสริม

ทั้งหมดนี้ คือส่วนหนึ่งของการสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนบนสมรภูมิที่เรียกได้ว่าไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ ซึ่ง Pizza Hut นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์พิซซ่าที่มีสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์และครองใจแฟนพิซซ่ามาอยู่เสมอ

#พิซซ่าฮัท #พิซซ่า #PizzaHut #กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี #TTA GROUP

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Pizza Hut