Skip to content

วิจัยกรุงศรีคาดเงินเฟ้อ Q4/66 ต่ำกรอบเป้าหมาย 1-3% ผลมาตรการลดค่าครองชีพ

10 ต.ค. 2566 | 16:22น.
วิจัยกรุงศรีคาดเงินเฟ้อ Q4/66 ต่ำกรอบเป้าหมาย 1-3% ผลมาตรการลดค่าครองชีพ

วิจัยกรุงศรี ประเมินอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2566 ผลจากมาตรการ “ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน-ราคาอาหารสดลดลง” เผยการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวมีความท้าทาย จากตัวเลขประมาณ 28.5 ล้านคน หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า คาดใช้เวลานาน 4 เดือนเหมือนในอดีต

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 วิจัยกรุงศรี ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนชะลอลงสู่ระดับ 0.30% คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 0.30% YOY จาก 0.88% ในเดือนสิงหาคม สาเหตุสำคัญจาก

1.มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนของภาครัฐ ส่งผลให้ราคาในหมวดพลังงานชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ

2.ราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี จากการลดลงของราคาอาหารสดบางประเภท อาทิ เนื้อสุกร และผักสด

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) เดือนกันยายนอยู่ที่ 0.63% ชะลอลงจาก 0.79% ในเดือนก่อน สำหรับในช่วง 9 เดือนของปี 2566 (มกราคม-กันยายน) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.82% และ 1.50% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนยังคงอยู่ต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ 1-3% ต่อเนื่องเป็นเดือน 5

สำหรับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้วิจัยกรุงศรีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มยังอยู่ในระดับต่ำและอาจยังไม่กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งมีทั้งการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้าลงจาก 4.45 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย ในรอบบิลเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2566 และนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลจากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร เป็นไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนถึงสิ้นปี 2566 รวมถึงมาตรการดูแลราคาสินค้าที่จำเป็นเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้จึงมีแนวโน้มอาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.7%

แม้มาตรการยกเว้นการขอวีซ่า (Visa-free) ช่วยหนุนนักท่องเที่ยวจีนเร่งตัวขึ้น แต่ความต่อเนื่องในการฟื้นตัวยังเผชิญความไม่แน่นอน กระทรวงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬารายงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 1 ตุลาคม มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยรวมทั้งสิ้นแล้ว 20.05 ล้านคน (คิดเป็น 68% ของช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด) สร้างรายได้เข้าประเทศ 834,049 ล้านบาท (60% ของช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3.28 ล้านคน จีน 2.51 ล้านคน เกาหลีใต้ 1.20 ล้านคน อินเดีย 1.17 ล้านคน และรัสเซีย 0.99 ล้านคน

ในสัปดาห์แรก (วันที่ 24 กันยายน ถึงวันที่ 1 ตุลาคม) หลังจากมาตรการ Visa free แก่นักท่องเที่ยวจีนมีผลบังคับใช้ พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเพิ่มเป็น 106,472 คน หรือเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 72.5% อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมในปีนี้ที่วิจัยกรุงศรีเคยคาดการณ์ไว้ที่ 28.5 ล้านคน จึงเป็นระดับที่นับว่ายังมีความท้าทายอยู่มาก เนื่องจากในไตรมาสสุดท้ายของปีจะต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อเดือนกว่า 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 2.4 ล้านคนต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า

ด้านประธาน Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่าหากดูผลกระทบในอดีตจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2558 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรวมหายไป 1.33 ล้านคน สูญเสียรายได้ 64,300 ล้านบาท ผลกระทบหนักจะอยู่ในช่วงเดือนแรกและใช้เวลาประมาณ 4 เดือน จึงกลับเข้าสู่ปกติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรุงศรี อัตราเงินเฟ้อ