เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีจีนเพิ่ม ตั้งเป้าสูง 1 แสนล้านดอลลาร์

07 เม.ย. 2561 | 21:57น.
สงครามการค้าระหว่าง 2 ยักษ์มหาอำนาจ “จีน-อเมริกา” ยังระอุหนักต่อเนื่อง ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งให้พิจารณาขยายมูลค่าสินค้านำเข้าจากจีนที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงขึ้นอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการตอบโต้รัฐบาลจีนที่ประกาศแผนเรียกเก็บภาษีศุลกากร 25% กับสินค้าส่งออกของสหรัฐอเมริกา ที่รวมถึงถั่วเหลือง ข้าวโพด ยานยนต์ สินค้าเกษตรอื่น ๆ และเครื่องบินขนาดเล็ก

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการค้าโลกเริ่มขยับใกล้มากขึ้นอีก หลังจากวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนตอบโต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างสมน้ำสมเนื้อ ด้วยการประกาศแผนการเก็บภาษีศุลกากร 25% กับสินค้าส่งออกของสหรัฐ จำนวน 106 รายการ ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตรที่สำคัญของสหรัฐ อย่างถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวฟ่าง นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงรถยนต์ และเครื่องบินขนาดเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 45,000 กิโลกรัมด้วย

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่า ในรายการสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 106 รายการ จะรวมถึงผลิตภัณฑ์เคมีและเนื้อวัวแช่แข็งของสหรัฐ เพียงแต่รัฐบาลจีนยังไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อใด เนื่องจากเปิดโอกาสให้สหรัฐเข้าเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งประธานาธิบดีทรัมป์กลับข่มขู่กลับด้วยแถลงการณ์ในวันที่ 6 เม.ย.ระบุว่า “จีนมีพฤติกรรมการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม และแทนที่จะพยายามแก้ไขการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จีนกลับเลือกที่จะทำร้ายเกษตรกรและผู้ผลิตของเรา ดังนั้น สหรัฐจำเป็นต้องพิจารณาขยายมูลค่าสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์”

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จำนานไม่น้อยที่มองว่า “สหรัฐและจีนต้องหันหน้าคุยกัน มากกว่าเล่นสงครามน้ำลาย” ขณะที่ “ดีน การ์ฟิลด์” นักวิเคราะห์จากสภาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศในวอชิงตัน กล่าวว่า “การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่า อาจขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการแสดงถึงความไม่รับผิดชอบ และก่อให้เกิดอันตรายต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างมาก สหรัฐและจีนต้องหารือกันอย่างคนที่มีภาวะผู้นำ เพื่อกำหนดหนทางแก้ไขปัญหาก่อนที่จะลุกลามบานปลาย เพราะผลกระทบของการกระทำเหล่านั้นส่งผลกระทบในระดับโลก”

แม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันจากหลายรัฐ เช่น จากรัฐทางตะวันตกและแถบมิดเวสต์ ก็เริ่มออกมาเตือนถึงผลเสียที่จะเกิดกับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของอเมริกา รวมถึง “เบน แซสส์” ส.ว.รีพับลิกันจากรัฐเนแบรสกา ที่แสดงความหวังว่า

“ผู้นำทรัมป์อาจแค่ข่มขู่จีนเท่านั้น เพราะหากเขาตระหนักถึงแผนการนี้อย่างจริงจังแม้เพียงครึ่งเดียว ก็บ้าไปแล้ว เกษตรกรชาวอเมริกันกำลังแย่ และกลับเป็นกลุ่มที่ต้องรับเคราะห์หนักจากสงครามภาษีนี้”

ขณะที่ผู้นำหลายอุตสาหกรรมในสหรัฐมองว่า ประธานาธิบดียังไม่มีแผนที่จะทำให้อเมริกาเป็นฝ่ายชนะได้แม้แต่น้อย พฤติกรรมของผู้นำกำลังเสี่ยงจุดไฟเผาภาคเกษตรกรรมอเมริกันมากกว่า