เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ดูทั้งหมด

อดีตปลัดคลัง เตือนแจกเงิน 10,000 บาท รัฐบาลคิดนโยบายไม่ตกผลึก

20 ต.ค. 2566 | 12:41น.
นายสมชัย สัจจพงษ์

สมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดคลัง ออกโรงเตือนรัฐบาลเดินหน้า “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ชี้ยังคิดนโยบายไม่ตกผลึก-ไม่ครบทั้งระบบ หวั่นเพิ่มความเสี่ยงด้านการคลัง-ทำผิดวินัยการเงินการคลัง แนะปรับมาตรการให้เหมาะสม-วางระบบใช้ 5.6 แสนล้านใหม่ แก้ปัญหาความยากจน

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ดิจิตอล Wallet โดยเท่าที่ติดตามข่าว ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานและงบประมาณที่ใช้ ตนคงไม่ตอบว่าควรทำหรือไม่ควรทำ หรือว่าดีหรือไม่ดี

แต่อยากเสนอข้อคิดให้กับคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการที่กำลังดำเนินการศึกษา และเสนอแนวทางในการดำเนินนโยบายนี้ เพื่อคิดให้ครอบคลุมทุกองคาพยพแล้วก็ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งบประมาณ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลังและเสี่ยงต่อการทำผิดวินัยการเงินการคลัง

ก่อนอื่นต้องตกผลึกให้ได้ก่อน ว่านโยบายนี้มีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายหลักคืออะไร เช่น ตามที่ตนได้ฟังมา รัฐบาลต้องการใช้นโยบายนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ดังนั้น ก็ต้องตั้งคำถามว่า ถ้าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วและให้มีการหมุนของเงินเร็ว

กลุ่มประชาชนกลุ่มใดที่สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไว คำตอบก็คือกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะกลุ่มประชาชนรายนี้ กลุ่มนี้เมื่อได้เงินเป็นเงินสดหรือเงินดิจิทัลไปก็จะมีแนวโน้มในการใช้เงินทั้งหมดเลยและใช้ด้วยความรวดเร็วในการอุปโภคบริโภค ส่วนน้อยที่จะนำไปใช้ในการต่อยอดรายได้ เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ”

“การแจกเงินดิจิทัลให้กับทุกคนที่มีอายุมากกว่า 16 ปี จึงไม่น่าจะเป็นการตอบโจทย์ในการที่รัฐบาลต้องการใช้โยบายนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หากรัฐบาลต้องการดำเนินนโยบายนี้เพื่อเป้าหมายนี้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณมากถึง 560,000 ล้านบาท รัฐบาลเพียงแต่แจกเงินดิจิทัลให้กับกลุ่มฐานราก หรือกลุ่มที่มีรายได้น้อยน่าจะเพียงพอแล้ว ทำให้ใช้เงินงบประมาณหรือการกู้เงินมาน้อยกว่าจำนวน 560,000 ล้านบาท”

ประเด็นต่อมาก็คือว่า เมื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแบบนี้ ผ่านการใช้จ่ายของกลุ่มประชาชนฐานรากแล้ว ระยะเวลา หรือ timing ขณะนี้เหมาะสมหรือไม่ในการทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งระยะสั้นแบบนี้ในขณะที่เศรษฐกิจไทยปัจจุบันไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตเหมือนเศรษฐกิจช่วงโควิดระบาด หากเศรษฐกิจปัจจุบันในช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องมากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

“ดังนั้น ทางเลือกที่ดีกว่าของรัฐบาลในการใช้เงินงบประมาณส่วนนี้ในการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเลต ก็คือการนำเงินงบประมาณส่วนนี้ไปทำโครงการอื่นที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว ซึ่งส่งผลต่อการต่อยอดรายได้ ต่อยอดการลงทุน เพิ่มผลิตภาพและศักยภาพการผลิตของประเทศจะดีกว่าหรือไม่”

คำถามต่อไปก็คือ ถ้ารัฐบาลยืนยันการแจกเงินดิจิทัลให้ทุกคนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปตามแผนที่ได้หาเสียงไว้ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่กำลังศึกษาเรื่องนี้ควรจะเสนอปรับปรุงมาตรการนี้อย่างไร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและต้องการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้

ซึ่งตนขอเสนอให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนและขยายเป้าหมายของการทำนโยบายนี้ จากการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างเดียว มาเสริมด้วยการยกระดับ GDP ของประเทศ ยกระดับรายได้ของประชาชนในระยะกลางและระยะยาวไปพร้อมกัน โดยการต่อยอดรายได้ เน้นเรื่องการลงทุนของประชาชนกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มขนาดกลาง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ การประกอบอาชีพ และการลงทุนของวิสาหกิจขนาดกลางที่ดำเนินการโดยประชาชนกลุ่มเล็ก

ดังนั้น เมื่อประชาชนได้เงินไปแล้ว ก็จะมีกลุ่มของประชาชนบางกลุ่มที่ใช้เงินเพื่อการอุปโภคบริโภค เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กลุ่มประชาชนบางกลุ่มก็จะนำเงินไปรวมตัวกันเพื่อไปต่อยอดรายได้ลงทุนเสริมรายได้เสริมอาชีพ ดังนั้น การสร้างเงื่อนไขของการใช้เงินดิจิทัล จะต้องอนุญาตให้มีการนำเงินมารวมกันเพื่อลงทุน หรือว่าเพื่อไปต่อยอดอาชีพ ต่อยอดรายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลาง ระยะยาวได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่การกำหนดเงื่อนไขของการใช้เงินในระยะ 4 ก.ม. และเงื่อนไขอื่น ๆ ก็ต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนและเพิ่มเป้าหมายตามที่ตนได้เสนอข้างต้น

เมื่อมีการเพิ่มเป้าหมาย เงื่อนไข วัตถุประสงค์เพื่อให้นำเงินดิจิทัลไปร่วมกันลงทุนต่อยอดรายได้เพิ่มขึ้นได้นั้น รัฐบาลก็ไม่ควรให้คนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มประชาชนกลุ่มนี้คิดเอง ทำเอง โดยปราศจากการสนับสนุนจากภาครัฐ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำและคิดต่อให้เป็นระบบก็คือ ต้องมีการเตรียมองคาพยพของหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม รวม

ทั้งสถาบันการเงินและภาคธุรกิจเอกชน เพื่อมาช่วยสนับสนุนเตรียมความพร้อม เตรียมข้อเสนอแนะ เตรียมอบรมฝึกอาชีพ ช่วยเสนอแนะแนวทางการลงทุน แนวทางการปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ ให้กับกลุ่มประชาชนที่มีความต้องการใช้เงินดิจิทัลในการสร้างอาชีพต่อยอดรายได้ เพิ่มผลิตภาพการผลิต และการลงทุนด้วย

โดยสรุปแล้วตนมีความเห็นว่าปัจจุบันนี้รัฐบาลยังไม่ตกผลึกในการคิดนโยบายนี้ และยังไม่คิดครบทั้งระบบ ทั้งขาดความชัดเจนของแหล่งที่มาของงบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการนี้อย่างรอบคอบ และยังหวังผลเลิศเกี่ยวกับเรื่องการได้รายรับจากรายได้ภาษีที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเรายังมีปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบภาษี และยังขาดประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี รวมทั้งขาดความแม่นยำ

จากการประเมินผลการดำเนินมาตรการนี้ จากส่วนเพิ่มของการเก็บภาษีและการเติบโตของรายได้จากการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเลตนี้ ทำให้การคาดการณ์ผลการประเมินของโครงการนี้ทำได้ยากและถูกต้อง เพิ่มความเสี่ยงทางการคลัง เสี่ยงต่อการผิดวินัยการเงินการคลัง

“จริง ๆ แล้วเงินจำนวนนี้ประมาณ 560,000 ล้านบาท ถ้าวางระบบดี ๆ สามารถนำไปแก้ไขปัญหาความยากจนของคนไทยทั้งระบบได้เลย เช่นเดียวกับการที่ประเทศจีนได้ทุ่มงบประมาณและบุคลากรเพื่อไปแก้ไขปัญหาความยากจน หรือนำเงินก้อนนี้ไปดำเนินโครงการลงทุนอื่นที่เสริมความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการผลิตของประเทศ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจยั่งยืน” นายสมชัยระบุ