เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.22 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.22 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
“อนุทิน” นำทีมโรดโชว์โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน ดึงทุนโลก FETCO ชี้ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทยรอบ 3-4 ปี
Finance “อนุทิน” นำทีมโรดโชว์โตเกียว-นิวยอร์ก-ลอนดอน ดึงทุนโลก FETCO ชี้ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทยรอบ 3-4 ปี
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 6.43% อยู่ที่ 86,477 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 6.43% อยู่ที่ 86,477 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา! ครม.ต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” จัดทัพบิ๊ก ขรก.คลัง ปรับแผนท่าเรือมาบตาพุด 
Politics จับตา! ครม.ต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” จัดทัพบิ๊ก ขรก.คลัง ปรับแผนท่าเรือมาบตาพุด 
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
Biz Movement เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Biz Movement เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
Biz Movement Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
Tech ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
Tech ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
ดูทั้งหมด

เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังไม่ชัดว่าจะจบรอบ ย้ำนำเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมาย

02 พ.ย. 2566 | 01:20น.
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed-เฟด)

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติไม่ขึ้นดอกเบี้ย คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 5.25-5.5% แต่ยังไม่บ่งชี้ชัดว่าจะจบรอบ ยังเปิดประตูสำหรับการขึ้นต่อ เน้นย้ำจัดการเงินเฟ้อที่ยังสูง 

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2023 เวลา 14.00 น. ตามเวลา EDT สหรัฐ ซึ่งตรงกับเวลา 01.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจนโยบายการเงิน โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่อัตรา 5.25-5.5% เป็นไปตามที่นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งติดต่อกัน

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปีของสหรัฐ

ในเอกสารข่าวแผยแพร่ของธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การจ้างงานใหม่มีการชะลอตัวลงมานับตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ยังคงแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ “อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง”

ระบบธนาคารของสหรัฐมีเสถียรภาพและมีความสามารถในการรับมือวิกฤตและฟื้นตัว (resilient) เงื่อนไขทางการเงินและสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับครัวเรือนและธุรกิจมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งขอบเขตของผลกระทบเหล่านี้ยังไม่แน่นอน “คณะกรรมการยังคงให้สำคัญเป็นอย่างมากกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

คณะกรรมการพยายามที่จะบรรลุการจ้างงานสูงสุดและอัตราเงินเฟ้อ 2% ในระยะยาว และเพื่อที่สนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ คณะกรรมการจึงตัดสินใจรักษาช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางไว้ที่ 5.25% ถึง 5.5% คณะกรรมการจะยังคงประเมินข้อมูลที่เข้ามาเพิ่มเติม และผลกระทบของมันที่มีต่อนโยบายการเงินต่อไป

ในการกำหนดขอบเขตการกระชับนโยบายเพิ่มเติม ซึ่งอาจเหมาะสม เพื่อที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับลงไปอยู่ที่ 2% เมื่อเวลาผ่านไป คณะกรรมการจะพิจารณาถึงความเข้มงวดสะสมของนโยบายการเงิน ความล่าช้าที่นโยบายการเงินส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเงิน 

นอกจากนี้ คณะกรรมการจะยังคงลดการถือครองตราสารหนี้ (ทำ QT) ตามที่อธิบายไว้ในแผนการที่ประกาศก่อนหน้านี้

“คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับลงไปสู่เป้าหมาย 2%” ถ้อยแถลงของ FOMC ย้ำเป้าหมาย 

FOMC บอกอีกว่า ในการประเมินจุดยืนและท่าทีที่เหมาะสมของนโยบายการเงิน คณะกรรมการจะติดตามผลกระทบของข้อมูลที่ส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป คณะกรรมการจะเตรียมปรับจุดยืนของนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากเกิดความเสี่ยงที่อาจขัดขวางการบรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการ การประเมินของคณะกรรมการจะพิจารณาข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงสภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ และการพัฒนาด้านการเงินและด้านระหว่างประเทศ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานปฏิกิริยาของตลาดทันทีหลังทราบผลการประชุม ก่อนการแถลงข่าวของเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ว่าดัชนี S&P 500 และผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังฟื้นตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงขณะที่กำลังแถลงข่าว

จากนั้น ขณะที่เจอโรม พาวเวลล์ แถลงข่าว ดัชนี S&P 500 ลดลงเล็กน้อย ส่วนใน FedWatchTool ของ CME Group (ณ เวลา 02.08 น. เวลาประเทศไทย) บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 78.9% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งถัดไป (วันที่ 12-13 ธันวาคม) ให้น้ำหนัก 19.4% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ำหนัก 1.7% ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์และนักวิวเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าเฟดจะเลิกขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่ถ้อยแถลงของพาวเวลล์ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เขาบอกว่าคณะกรรมการจะตัดสินใจในการประชุมแบบครั้งต่อครั้ง

“เฟดไม่ได้คิดหรือพูดถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย” พาวเวลล์กล่าว 

นอกจากนั้น พาวเวลล์กล่าวว่าเฟดกำลังติดตามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสงครามอิสราเอล-ฮามาส นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตถึงการนัดหยุดงานของแรงงานและความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐจะปิดการดำเนินงาน (government shutdown) เนื่องจากไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสภา