เศรษฐกิจสหรัฐ “แกร่ง” เกินคาด ปม “เฟด” หั่นดอกเบี้ยปีหน้าน้อย

สหรัฐ
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 20 กันยายน มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.5% เป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาด อย่างไรก็ตาม หากดูจากคาดการณ์รายบุคคลของคณะกรรมการถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต บ่งชี้ว่าจะมีการขึ้นอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 5.6%

พร้อมกันนี้ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2023 ขึ้นมากกว่าเท่าตัว จากเดิม 1% เป็น 2.1% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลง 0.2% ไปอยู่ที่ 3.7% อัตราการว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ 3.8% ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.1%

ส่วนปี 2024 คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง น้อยกว่าที่ประเมินไว้เดิมก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง ทำให้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 5.1% โดย นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า สาเหตุที่ปีหน้าจะลดดอกเบี้ยลงน้อยกว่าที่ประเมินไว้เป็นเพราะเฟดมีมุมมองเชิงบวกต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจีดีพีจะเติบโตที่ 1.5% จากเดิม 1.1%

ประธานเฟดยอมรับว่า ยังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าเงินเฟ้ออยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง จำเป็นต้องเห็นความก้าวหน้ากว่านี้จึงจะสรุปได้ว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับเหมาะสม ขณะนี้เฟดอยู่ในสถานะที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้นโยบายเข้มงวดเพิ่มเติมอีกหรือไม่และในระดับไหน

“เงินเฟ้อแผ่วลงบ้างนับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ส่วนคาดการณ์ระยะยาวดูเหมือนเงินเฟ้อจะถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้อย่างดี อย่างที่สะท้อนผ่านการสำรวจความเห็นของครัวเรือน ภาคธุรกิจและนักพยากรณ์จำนวนมาก แต่การจะไปถึงเป้าหมาย 2% นั้นยังคงอีกยาวไกล” พาวเวลล์ระบุ

ทั้งนี้ถ้อยแถลงของคณะกรรมการในครั้งนี้ได้เปลี่ยนคำอธิบายของสภาวะเศรษฐกิจ จากเดิมขยายตัว “ปานกลาง” ไปเป็น “แข็งแกร่ง” ส่วนการจ้างงานแม้จะชะลอลงบ้าง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้เฟดยังคงเดินหน้าลดงบดุลอย่างต่อเนื่อง ทำให้นับจากเดือนมิถุนายน 2022 จนถึงปัจจุบันลดไปแล้ว 8.15 แสนล้านดอลลาร์ โดยปล่อยให้พันธบัตรครบอายุเดือนละ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์โดยไม่กลับเข้าไปซื้อใหม่

อเล็กซานดรา วิลสัน-เอลิซอนโด รองประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของโกลด์แมน แซกส์ แอสเซต แมเนจเมนต์ ชี้ว่า แถลงการณ์เฟดแข็งกร้าวกว่าที่คาด สาเหตุน่าจะมาจากราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้นและการบริโภคของชาวอเมริกันยังฟื้นตัวได้ดี

ทั้งนี้รายงานของซีเอ็นบีซีระบุว่า ภาคการบริโภค ซึ่งมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐ และเป็นเรื่องขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ มีความยืดหยุ่นและฟื้นคืนสภาพเดิมได้ดี ชาวอเมริกันยังคงใช้จ่ายคึกคัก แม้ว่าเงินออมของพวกเขาจะน้อยลง ทำให้หนี้บัตรเครดิตทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

แอนดรูว์ ฮอลเลนฮอร์สต์ นักเศรษฐศาสตร์ซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่า เฟดส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะตรึงดอกเบี้ยไว้สูงนานกว่าคาด แม้เฟดจะคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะลดความร้อนแรงลงอย่างสม่ำเสมอ แต่การจ้างงานยังคงตึงตัว ในความเห็นของเราความไม่สมดุลที่ฝังแน่นในตลาดแรงงาน เป็นสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงติดอยู่ในโซนที่สูงกว่าเป้าหมาย

จิน่า โบลวิน ประธานโบลวิน เวลท์ แมเนจเมนต์ กรุ๊ป ระบุว่า “เฟดอาจรักษาระดับดอกเบี้ยปัจจุบันไว้ระยะหนึ่ง เศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าที่เฟดคาด เฟดปล่อยให้ดอกเบี้ยอยู่ที่เดิมเพื่อรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อและการจ้างงาน เฟดอาจคิดว่ายังอยู่ห่างไกลจากภาวะถดถอยมาก ส่วนตัวคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะสามารถซอฟต์แลนดิ้ง”


ด้าน คาร์ล ชามอตตา หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาด คอร์เพย์ ชี้ว่า นี่ไม่ใช่การหยุดพักการขึ้นดอกเบี้ย แต่เป็นการข้ามไปเลย เพราะเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าคาด และแรงกดดันเงินเฟ้อยังดื้อแพ่ง เฟดจึงเลือกที่จะรักษาความแข็งกร้าว โดยอิงอยู่กับข้อมูล ณ เวลานั้น ๆ เป็นหลัก “ชัดเจนว่าเฟดพยายามจะเปลี่ยนจากนโยบายดอกเบี้ยสูง ไปสู่การคงดอกเบี้ยระดับสูง เพราะไม่อยากใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายก่อนเวลาอันควร จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา”