เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า ขานรับเฟดส่งสัญญาณ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

21 ก.ย. 2566 | 18:13น.
dollar

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขานรับเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง สู่ระดับ 5.1% ในช่วงสิ้นปี 2567

วันที่ 21 กันยายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/9) ที่ระดับ 36.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/9) ที่ระดับ 36.06/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.30% อยู่ที่ระดับ 105.48

หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อคืนนี้ (21/9) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2565

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (dot plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 5.6% ภายในสิ้นปีนี้ และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งสู่ระดับ 5.1% ในช่วงสิ้นปี 2567 และแตะ 3.9% ในช่วงสิ้นปี 2568 ขณะที่แตะ 2.9% ในช่วงสิ้นปี 2569

ขณะที่คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.5% ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐนั้น เฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวสู่ระดับ 2.1% ในปี 2566 จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.0% และคาดว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 1.5% 1.8% และ 1.8% ในปี 2567 2568 และ 2569 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 1.8%

นอกจากนี้ เฟดปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานสู่ระดับ 3.8% ในปีนี้ และอยู่ที่ 4.1% ทั้งในปี 2567 และ 2568 ส่วนในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 4.0% ขณะที่อัตราว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 4.0% ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินเฟ้อนั้น เฟดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสู่ระดับ 3.7% ในปี 2566 และอยู่ที่ 2.6% และ 2.3% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ ส่วนในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 2.0%

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผย สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 2.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 700,000 บาร์เรล ส่วนสต๊อกน้ำมันเบนซินลดลง 800,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 91 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปรับตัวลงหลังเฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดน้ำมันบดบังปัจจัยบวกจากรายงานสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.07-36.31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ADB คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5%

สำหรับปัจจัยในภูมิภาค ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 3.5% ในปีนี้ หลังจากเดิมคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.3% อย่างไรก็ดี ADB ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียลงสู่ระดับ 4.7% ในปี 2566 จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.8%

โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียประกอบด้วย 46 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ดี ADB ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียในปี 2567 ขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 4.8% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.7% ADB ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566

โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนและอินเดียจะขยายตัว 4.9% และ 6.3% ในปีนี้ตามลำดับ ซึ่งลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.0% และ 6.4% ตามลำดับ แต่ได้คงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจจีนและอินเดียในปี 2567 ไว้ที่ 4.5% และ 6.7% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ADB ระบุในรายงานว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนทำให้เศรษฐกิจเอเชียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับช่วงขาลงและอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/9) ที่ระดับ 1.06.30/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/9) ที่ระดับ 1.0697/1.0701 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.061-1.0664 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0656/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/9) ที่ระดับ 148.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/9) ที่ 147.98/148 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (21/9) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มการประชุมนโยบายการเงิน

ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า คณะกรรมการ BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ (Ultralow Rates) ในการประชุมครั้งนี้เพื่อประเมินพัฒนาการของเศรษฐกิจและตลาดการเงิน นับตั้งแต่ที่ BOJ ได้ทำการปรับนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย (21/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (EIA) (21/9), ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2566 ของสหรัฐ (21/9), ดัชนีการผลิตเดือนกันยายนจากเฟดฟิลาเดลเฟียของสหรัฐ, ยอดขายบ้านมือสองเดือนสิงหาคมของสหรัฐ (21/9) และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมจาก Conference Board ของสหรัฐ (21/9) และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมจาก Conference Board ของสหรัฐ (21/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.85/9.45 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.5/4.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ