เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า

01 พ.ย. 2569 | 11:30น.
ดร.อมรเทพ จาวะลา
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

สถานการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายออกมาเป็นไปตามคาด ทั้งระดับโลกที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยในรอบนี้ ด้วยมติ 10 ต่อ 2 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ต่อไป ภาพเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หรือในเชิงนโยบายควรทำอะไรเพิ่มเติม “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ถึงประเด็นดังกล่าว

ธปท.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า

ดร.อมรเทพกล่าวว่า สำหรับรอบนี้ กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงจะอั้นการขึ้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหา และโตอย่างกระจุกตัวแค่บางกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในเรื่องการลงทุน การส่งออก แต่การบริโภคยังโตต่ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดต่างประเทศก็คงจะสะเทือนกำลังซื้อระดับล่าง 

“การอั้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็คงเป็นมุมมองหนึ่งที่เราคิด แต่จะอั้นได้นานแค่ไหน รอบนี้เฟดคงดอกเบี้ย แต่ว่าก็จะขึ้นปลายปีนี้แล้วก็ปีหน้าอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง เพราะฉะนั้นส่วนต่างดอกเบี้ยไทยสหรัฐก็จะกว้างขึ้น แล้วไม่ใช่แค่เฟด แต่ว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และทั่วโลกเริ่มขยับขึ้น เพราะเงินเฟ้อมาก็จะกดดันไทย ผ่านในเรื่องเงินบาทที่จะอ่อนค่า เงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับที่สูง ฉะนั้นถ้ามองภาพแบบนี้การที่เราอั้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดมันก็ทำได้ แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องปล่อยให้ดอกเบี้ยขึ้นอยู่ดี”

ทั้งนี้ มองว่าวันนี้ในเรื่องดอกเบี้ยนโยบายอาจจะอั้นได้ แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) จะสะท้อนภาพตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นยีลด์ที่ขยับสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเป็นแรงกดดัน ธปท. ได้เช่นกัน ก็ต้องจับตาว่าแรงกดดันจะมีมากแค่ไหน 

“เราก็ยังมองว่าอย่างน้อยอั้นดอกเบี้ยได้ถึงครึ่งแรกของปีหน้า โดยอาจจะเห็นภาพการส่งสัญญาณมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า”

ขยับ GDP โตขึ้น-รับอานิสงส์ AI

ส่วนการที่ กนง. ปรับอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2569 ขึ้นจาก 2.3% เป็นคาดว่าจะโต 2.4% ดร.อมรเทพกล่าวว่า ก็เหมือนกับที่มองไว้ คือ มีการทำให้ข้อมูลสมบูรณ์ขึ้น อัพเดตขึ้น มีเรื่อง AI (ปัญญาประดิษฐ์) อิเล็กทรอนิกส์ Data ต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งเดิมอาจจะไม่ได้อัพเดตตัวนี้ในการคำนวณ GDP ฉะนั้นการพัฒนาข้อมูลให้มีความทันสมัยขึ้นก็ช่วยให้เศรษฐกิจไทยสอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยหน่วยงานทางการจะมีการปรับ MPI ใหม่ และจะอัพเดตย้อนไปในอดีตด้วย 

บริโภคเอกชนแย่-กระตุ้นยาก

“แต่อย่าลืมว่าที่อัพเดตไปมันสะท้อนว่าตัวที่เขาพัฒนาขึ้นมีมุมมองเชิงบวกขึ้น คือ การลงทุนเท่านั้น ซึ่งการลงทุนมีสัดส่วนไม่ถึง 20% ของ GDP แต่ว่าตัวที่เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจก็คือตัว C หรือการบริโภคภาคเอกชน ที่มีสัดส่วนเกือบ 60% ของ GDP ซึ่งขับเคลื่อนยาก การเติบโตค่อนข้างจะต่ำ ฉะนั้นปกติเศรษฐกิจไทยจะโตแบบให้มีการกระจายตัว ทำให้คนรู้สึกได้ การบริโภคภาคเอกชนต้องโตมากกว่า GDP แต่วันนี้ไม่ใช่ มองไปอนาคตมันก็จะโตต่ำ หนี้ครัวเรือนก็ยังสูง ภาคราชการเองก็มีเงินมาใช้จ่ายได้น้อยลง ผมเชื่อว่านโยบายภาคราชการที่จะมาแจกเงินในอนาคตก็จะมีน้อยลง เพราะภาระทางการคลังสูง หนี้สาธารณะจะชนเพดาน 70% เพราะฉะนั้นมองต่อไปนโยบายที่จะมากระตุ้นก็คงทำได้ยาก”

เศรษฐกิจโตไม่กระจาย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตคงต้องหวังให้มีการเติบโตจากภายใน เกิดการท่องเที่ยว ทั้งภายในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ เนื่องจากมองไปในอนาคต 1-2 ปีก็ยังมองไม่เห็นว่าการบริโภคจะโตได้มากนัก ดังนั้น การปรับมุมมอง GDP ให้ทันสมัยขึ้น การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น มี FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) กลับเข้ามา สะท้อนภาพที่ดีขึ้นได้จริง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมองว่าเศรษฐกิจไทยพ้นปัญหาไปแล้ว 

“เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาการเติบโตต่ำต่อเนื่อง และยังมองว่า GDP ไทยคงเติบโตได้ในระดับประมาณ 2.5% ไม่ได้กลับไปโตได้ถึง 3% ในเร็ววัน สะท้อนว่าศักยภาพเศรษฐกิจไทยยังต่ำอยู่ ซึ่งก็หวังว่าจะมีการพัฒนาให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ทำให้เกิดการกระจายตัวของเศรษฐกิจมากขึ้นในอนาคต”

ดร.อมรเทพกล่าวว่า การจะทำให้เศรษฐกิจโตกระจายตัวขึ้นเป็นโจทย์ยาก ซึ่งพูดกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ยังคงรวยกระจุกจนกระจาย โดยภาคเกษตรตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าจะต้องเจอปัญหาเอลนีโญ เจอภัยแล้ง ผลผลิตจะออกมาน้อย ซึ่งจะกระทบกับภาคเกษตรแน่นอน และกำลังซื้อระดับล่างก็จะยังอ่อนแอต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า นอกจากนี้พวกวิสาหกิจชุมชนที่เคยคุยกันในอดีต ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเห็น อย่างโครงการโอท็อป หรืออะไรต่าง ๆ ในระดับชุมชน ปัจจุบันก็ไม่ได้เห็นการส่งเสริมตรงนั้น ไม่ว่าจะพัฒนาทางด้านทักษะ การใช้ AI การใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น 

“ไอ้เรื่องจนกระจาย มันยังมีอยู่ ตราบใดที่เรายังไม่ได้มีการกระจายตัวของเศรษฐกิจ ทุกอย่างยังเติบโตอยู่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ๆ ยังไม่มีการกระจายตัวไปต่างจังหวัด สุดท้ายเศรษฐกิจไทยก็จะยังเป็นแบบนี้ต่อไป ดังนั้น เราต้องเปิดโอกาสให้เกิดการกระจายรายได้ โดยวิธีการกระจาย เช่น เรามองเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องทำให้เกิดในต่างจังหวัด โดยเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น ทั้งถนน ระบบราง ต้องทำให้กระจายตัวไปในต่างจังหวัดให้มากขึ้น นอกจากนี้ เรื่องการท่องเที่ยว เราอยากเห็นคนในประเทศที่ท่องเที่ยวกันมากขึ้น”

จับตา สศช. ประกาศ GDP

ดร.อมรเทพกล่าวด้วยว่า สำหรับซีไอเอ็มบี ไทยยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โตที่ 2% แต่ก็มีโอกาสปรับขึ้น จากปัจจุบันที่มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องรอดูตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไตรมาส 3 ที่จะประกาศก่อน เพราะมีเรื่องปรับ MPI เข้ามาด้วย

“ตอนนี้ตัวที่ฉุดก็ยังเหมือนเดิม ก็คือเรื่องการบริโภคที่ยังมีความเสี่ยงที่จะโตต่ำในช่วงไตรมาส 4 รวมทั้งขานำเข้าที่สูงมาก ขณะที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอาจจะลากต่อเนื่องทั้งปีไปจนถึงครึ่งแรกของปีหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นตัวที่จะทำให้เกิดเงินไหลออก แล้วก็อาจจะเป็นความเสี่ยงในเรื่องของเสถียรภาพต่อเนื่องได้ ต้องติดตาม”