อัพเดตล่าสุด 31 ธันวาคม 2566 เวลา 06.02
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง บริษัท เอสโซ่(ประเทศไทย) จำกัด ขอพระราชทานคืนตราตั้งที่พระราชทาน หลัง บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น เข้าถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ และทำให้การดำเนินการทางธุรกิจของบริษัทฯยุติลง จึงขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมคืนตราตั้งที่พระราชทานแก่ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แก่สำนักพระราชวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับพระราชทานคืนตราตั้ง ลงนามโดยพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับพระราชทานคืนตราตั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดกระหม่อมพระราชทานตราตั้งแก่ บริษัท เอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2541
ต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นั้น การนี้ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญส่วนใหญ่ของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) ทำให้การดำเนินการทางธุรกิจของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยุติลง จึงขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมคืนตราตั้งที่พระราชทานแก่ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แก่สำนักพระราชวัง
ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2566
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) ได้ขายหุ้นสามัญจำนวน 2,283,750,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65.99 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในราคาประมาณ 9.8986 บาท/หุ้น ให้กับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีมูลค่ารวมของหุ้นที่ซื้อขาย 22,606 ล้านบาท แต่ดีลนี้มีมูลค่ากิจการรวม 55,000 ล้านบาท(ดูตารางท้ายข่าว)
สำหรับสินทรัพย์ที่บางจากได้รับมอบมา ประกอบด้วย 1.โรงกลั่นเอสโซ่ศรีราชา กำลังการผลิต 174,000 บาร์เรล ส่งผลให้ปัจจุบันบางจากจะมีโรงกลั่นบางจากพระโขนง (เดิม) และโรงกลั่นบางจาก ศรีราชา รวม 2 แห่ง มีกำลังการผลิต 300,000 บาร์เรล ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทย
ส่วนสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ 832 สาขา รวมกับสถานีบางจาก 1,360 สาขา รวม 2,192 สาขา ซึ่งในปี 2566 นี้ จะมีสถานีบริการรวม 2,250 สาขา และอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,300 สาขา ภายในปี 2567
ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของน้ำมันปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 20% ของตลาด หลังจากนี้จะเพิ่มเป็น 30% ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าใหญ่ที่มี 40% และจะมีสมาชิกผู้ใช้น้ำมันจากบัตรเอสโซ่สไมล์จำนวน 4 ล้านรายเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่บางจากกรีนไมลส์ มีสมาชิก 6 ล้านราย
ทั้งนี้ บางจากคาดว่าปีนี้จะรับรู้รายได้จากการซื้อเอสโซ่เข้ามาบางส่วน ทำให้มี revenue 380,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 312,202 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาทใน 2567 โดยการทำดีลนี้จะคืนทุนใน 5 ปี

