เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
Economic พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
Automotive VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
Economic กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่  ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
Economic พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
Politics รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
Economic GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
ส่งออกไทย ส.ค. พุ่ง 24.3% สูงสุดรอบ 56 เดือน ลุ้นทั้งปีโต 15% แตะ 3.91 แสนล้านดอลลาร์
Economic ส่งออกไทย ส.ค. พุ่ง 24.3% สูงสุดรอบ 56 เดือน ลุ้นทั้งปีโต 15% แตะ 3.91 แสนล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

แมตช์แรก อสังหาพบนายกฯเศรษฐา “ปรับ-ลด-ปลดล็อก” ฟื้นกำลังซื้อตลาดกลาง-ล่าง

14 ม.ค. 2567 | 09:15น.
2คนอสังหา
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

เวลา 10.30 น. ช่วงเช้าวันพุธ 10 มกราคม 2567 มีกำหนดการยื่นหนังสือเพื่อขอมาตรการสนับสนุนของ 7 สมาคมภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งตรงถึงมือ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

รวมทั้งได้นั่งโต๊ะร่วมประชุมอย่างใกล้ชิดเป็นนัดแรกอีกด้วย หลังจากรอคอยไม่ต่ำกว่า 4 เดือนเศษ นับจากวันที่นายกฯเศรษฐา นำคณะรัฐบาลใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

โดยรายชื่อ 7 สมาคมที่เข้าร่วม ประกอบด้วย 1.นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 2.นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร 3.นายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย 4.นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย 5.นายโอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน 6.นายปรีชา ศุภปีติพร นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และ 7.นายประวิทย์ อนุศิริ นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ 2 คีย์แมน “อิสระ บุญยัง” ประธานคณะกรรมการกลุ่มสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับ “พีระพงศ์ จรูญเอก” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เพื่อนำเสนอภารกิจร่วมระหว่างรัฐและเอกชนครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นภารกิจที่ภาคเอกชนลุ้นและรอคอยอย่างมีความหวังตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา

ขยับเพดานลดค่าโอน-จำนอง

ประเดิมด้วย “พีระพงศ์ จรูญเอก” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการประชุมนัดแรก เพื่อหารือและแสดงความพร้อมในการใช้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 โดยตัวแทน 7 สมาคมอสังหาฯ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยฝั่งลูกค้าหรือผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีข้อเสนอ 4-5 มาตรการ อาทิ

1.อยากให้มาตรการลดค่าโอน 2% และค่าจดจำนอง 1% รวมกัน 3% เหลือ 0.01% จากล้านละ 3 หมื่นบาท ให้ลดเหลือล้านละ 300 บาท ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลเศรษฐาต่ออายุให้อีก 1 ปี แต่จำกัดเพดานที่อยู่อาศัยมือหนึ่งและมือสองราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และลดค่าธรรมเนียมจาก 3% เหลือ 1.01% จากล้านละ 3 หมื่นบาท เหลือล้านละ 10,100 บาท และขอให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ข้อเสนออยากให้ครอบคลุมเพดานราคาไปถึงราคา 7-10 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วน 20% ถือว่าช่วยได้น้อยมาก แต่ถ้าขยับไปถึงราคา 10 ล้านบาท จะครอบคลุม 60-70% ซึ่งสามารถช่วยคนเกือบทั้งประเทศได้

อย่างไรก็ตาม นายกฯเศรษฐายังไม่ได้รับปาก เพราะรัฐบาลก็ต้องกลับไปคำนวณภาระงบประมาณจากการที่รัฐบาลต้องอุดหนุนค่าธรรมเนียมการโอน หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะคุ้มค่าไหม เพราะหากกระตุ้นการซื้อขายที่อยู่อาศัยได้จริง มียอดโอนเพิ่มมากขึ้นจริง รัฐบาลมีรายได้ภาษีอื่น ๆ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการตกแต่ง-ต่อเติม-ซ่อมแซม ทำให้มีการซื้อวัสดุ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

แบงก์รัฐตรึงดอกเบี้ย 3% 5 ปี

2.เสนอขอให้ช่วยเหลือการซื้อบ้านหลังแรก โดยรัฐบาลในอดีตเคยออกมาตรการ “บ้านดีมีดาวน์” โดยรัฐช่วยจ่ายเงินดาวน์หลังละ 50,000 บาท รอบนี้ 7 สมาคมภาคอสังหาฯ เสนอขอให้รัฐช่วยเหลือ 100,000 บาท

ควบคู่กับขอให้ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย ช่วยตรึงอัตราดอกเบี้ย 3% นาน 5 ปี เพราะทำให้คนซื้อบ้านหลังแรกมีตัวช่วย ทำให้ส่วนขาดเงินดาวน์ หรือวงเงินที่ไม่เต็มการปล่อยสินเชื่อ มีตัวช่วยจากภาครัฐเข้ามา
สนับสนุนให้เข้าถึงสินเชื่อได้

เนื่องจากถึงแม้รัฐบาลอาจจะช่วยสนับสนุนบ้านดีมีดาวน์ 100,000 บาท แต่ผู้บริโภคยังกลัวเรื่องดอกเบี้ยแพง ดังนั้น การตรึงดอกเบี้ย 3% 5 ปี จะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น เพราะการตรึงดอกเบี้ย 5 ปีทำให้มั่นใจว่านานพอที่เศรษฐกิจฟื้นตัวแน่นอน แต่ถ้าตรึงแค่ 3 ปี ยังก้ำกึ่งว่ามีการฟื้นตัวจริงหรือยัง อาจกังวลถ้าเศรษฐกิจแย่แล้วดอกเบี้ยแพง คนจะยอมผ่อนที่อยู่อาศัยอยู่หรือไม่

“บ้านหลังแรก ต้องยอมรับว่าบัณฑิตจบใหม่ แรงจูงใจน้อยลง แต่ถ้าออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ แทนที่จะไปซื้อมือถือ ซึ่งไม่ใช่สินทรัพย์คงทน กับการสร้างแรงจูงใจให้ซื้อสินทรัพย์คงทน โดยการซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมไม่ใช่สร้างหนี้สิน แต่เป็นการออมเงินในอสังหาฯ”

คุมสินเชื่อด้วยเกณฑ์ DSR

3.สำหรับบ้านหลังที่ 2-3 เราอยากทำหนังสือเข้าไปหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงว่าวันนี้ไม่มีการเก็งกำไร สำหรับคนที่มีเครดิต แต่มีความจำเป็นต้องมีบ้านหลังที่ 2-3 เช่น อยู่ใกล้ที่ทำงาน ซื้อแคมปัสคอนโดฯ ใกล้สถานศึกษา ทำให้ประหยัดค่าเดินทาง เอาเงินค่าเดินทางมาจ่ายค่าผ่อนบ้าน ขอให้ยกเว้น LTV 2 ปีในปี 2567-2568 เพราะเศรษฐกิจยังไม่ค่อยฟื้น เพื่อแบ่งเบาภาระคนที่ยังกู้ไหว ทำให้ไม่ต้องมีเงินดาวน์สูงถึง 20-30% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอน

ทั้งนี้ แบงก์มีเครื่องมือควบคุมการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้วคือ DSR-Debt Service Ratio ความสามารถในการชำระหนี้ โดยแบงก์จะดูว่าการพิจารณาสินเชื่อซื้อบ้านตั้งแต่หลังแรก หลังที่ 2-3 ว่าผู้กู้มีความสามารถผ่อนไหวหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องนำกฎเกณฑ์ LTV-Loan to Value เข้ามาพิจารณาเพิ่มเติมเลย

“กล่าวคือ ถ้าผู้กู้มีเครดิตสามารถกู้ซื้อหลังที่ 2-3 โดยมีสินเชื่อ 90-100% ก็ปล่อยให้เขากู้ไป ไม่ใช่ให้สินเชื่อเหลือแค่ 70-80% ซึ่งแบงก์ชาติกลัวการเก็งกำไร แต่ข้อเท็จจริงวันนี้ซื้อมาแล้วราคาถูกลง จึงไม่มีการเก็งกำไรอีกแล้ว ส่วนกลัวเรื่องหนี้เสีย ข้อเท็จจริงแบงก์ขันนอตผ่านเกณฑ์ DSR แล้ว เพราะคนที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ก็ไม่ปล่อยกู้”

ทั้งนี้ อยู่ ๆ แบงก์ชาติก็ตั้งกำกับเพิ่มด้วยเกณฑ์ LTV ทั้ง ๆ ที่แบงก์มีเกณฑ์ DSR กำกับในการพิจารณาสินเชื่ออยู่แล้ว จึงไม่อยากให้แบงก์ชาติไปเชื่อมโยงกัน

ปรับเพดานบ้าน BOI 1.5 ล้าน

4.เสนอให้ปรับเกณฑ์บ้านบีโอไอ ปัจจุบันส่งเสริมการลงทุนในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สำหรับบ้านแนวราบ พื้นที่ใช้สอย 80 ตารางเมตร ราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 24 ตารางเมตร ราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ข้อเสนอขอปรับราคาเป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงในการพัฒนาโครงการที่มีต้นทุนราคาที่ดินแพงขึ้นเป็นอย่างมาก ตามความเจริญของเมือง

รวมทั้งขอให้ใช้เกณฑ์บ้านบีโอไอราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทได้ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดพื้นที่ แค่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เพราะจะไปบอกว่าต่างจังหวัดต้นทุนที่ดินถูกแพงไม่เท่ากัน กรณีจังหวัดใดทำราคาได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ก็ได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว แต่ถ้าทำราคาเกิน 1.5 ล้านบาทก็ไม่ได้รับสิทธิบีโอไอ

5.สำหรับมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อต่างชาติ มีข้อเสนอให้ Mid Term VISA หรือวีซ่าระยะกลาง เงื่อนไขซื้อคอนโดฯ ราคา 5 ล้านบาท ได้วีซ่า 5 ปี ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ครึ่งทางของ LTR-Long Term VISA Residence หรือวีซ่าพำนักระยะยาว 10 ปี

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าต้องการให้จีดีพีเติบโต มีเงินหมุนเวียนในระบบมากเพียงพอ ต้องมีการใช้อสังหาฯ เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นอยู่แล้ว”

กระตุ้นอสังหาฯ ดันจีดีพี 4%

นายพีระพงศ์กล่าวว่า หากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ตามข้อเสนอ 7 สมาคม มั่นใจว่าจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้จีดีพีปีนี้เติบโตได้ถึง 4% แน่นอน ยังไม่นับรวมมาตรการกระตุ้นอื่น ๆ ของรัฐบาล

“7 สมาคมมีความตั้งใจดี เราอยากได้รับความช่วยเหลือ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เราอยากให้มีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพราะแน่นอนว่าเมื่อกระตุ้นอสังหาฯ แล้วก็ไปช่วยตัวเลข ตัวเลขจีดีพีที่รัฐบาลอยากให้ไปถึงจีดีพี 4-5% ซึ่งภาคอสังหาฯ จะเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะกลางถึงระยะยาว นอกเหนือจากดิจิทัลวอลเลต” นายพีระพงศ์กล่าว

ฝนตกทั่วฟ้าลดค่าโอน 3 ล้านแรก

ถัดมา “อิสระ บุญยัง” ประธานกรรมการ กานดา พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ป ในฐานะประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สรุปสาระสำคัญที่มีการหารือในที่ประชุม ดังนี้

1.เสนอให้พิจารณาลดค่าโอนและค่าจดจำนอง 3% เหลือ 0.01% ซึ่งเป็นมาตรการที่เคยใช้อย่างได้ผลในรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา โดยขอให้ยกเว้นเป็นเวลา 1 ปีในปี 2567 จากปัจจุบัน รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เพิ่งต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนอง จาก 3% เหลือ 1.01%

เงื่อนไขที่เสนอขอเพิ่มเติมคือ ขอให้พิจารณาเพิ่มเพดานราคาจากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือยกเว้นค่าโอน-จดจำนอง 3 ล้านบาทแรก สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ทุกระดับราคา แต่ได้อานิสงส์เฉพาะราคา 3 ล้านบาทแรก เพื่อจูงใจให้คนมีกำลังซื้อตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์ทั้งบ้านสร้างใหม่ บ้านมือสอง และบ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดินตัวเอง

อิสระ บุญยัง
อิสระ บุญยัง

ฟื้นบ้านดีมีดาวน์-รัฐช่วย 1 แสน

2.กระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มบ้านสร้างเอง นำเสนอโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ด้วยการขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราล้านละ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกินลดหย่อน 100,000 บาท ซึ่งเทียบเท่าการสร้างบ้านเองราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท วิธีการดูจากมูลค่าการก่อสร้างบ้านตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างที่ติดอากรแสตมป์ (อ.ส.4) กับกรมสรรพากร เป็นหลักฐานการขอลดหย่อนภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้รับสร้างบ้านเข้าระบบภาษีมากขึ้น

3.ช่วยเหลือการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก (บ้านและคอนโดมิเนียม) โดยจัดแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% นาน 5 ปี จากสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมทั้งลดค่าโอน-จดจำนองราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท

4.ขอให้รัฐบาลพิจารณาฟื้นมาตรการ “บ้านดีมีดาวน์” สำหรับการซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งเคยใช้ในยุครัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยรัฐช่วยจ่ายเงินดาวน์ 50,000 บาท รอบนี้เสนอขอให้รัฐบาลเศรษฐาเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็น 100,000 บาท

มาตรการที่ 5 ขอให้ฟื้นโครงการบ้าน BOI เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการลงทุนบ้านบีโอไอให้กับผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง จากเกณฑ์ปัจจุบัน คอนโดมิเนียมต้องมีพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ 24 ตารางเมตร บ้านแนวราบพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ 80 ตารางเมตร ราคาขายไม่เกิน 1.2 ล้านบาท เสนอขอให้ปรับราคาเพิ่มเป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในการพัฒนาโครงการ

หดไซซ์บ้านแนวราบสู้ที่ดินแพง

มาตรการที่ 6 ขอให้ทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์ใบอนุญาตจัดสรร สำหรับบ้านแนวราบ โดยปรับขนาดที่ดินให้เหมาะสมกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน เพราะเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในทุกวันนี้ เป็นตัวกดดันให้บ้านแนวราบมีราคาแพงเกินกำลังซื้อที่ประชาชนจะรับได้

รายละเอียดคือ บ้านเดี่ยว ปัจจุบันกำหนดขั้นต่ำ 50 ตารางวา เสนอลดเหลือขั้นต่ำ 35 ตารางวา, บ้านแฝด ปัจจุบันขั้นต่ำ 35 ตารางวา เสนอลดเหลือขั้นต่ำ 28 ตารางวา และทาวน์เฮาส์ ปัจจุบันขั้นต่ำ 16 ตารางวา ลดเหลือขั้นต่ำ 14 ตารางวา

ขอส่วนลดภาษีที่ดิน 50%

มาตรการที่ 7 ขอให้รัฐบาลพิจารณาส่วนลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในยุคโควิด ปี 2563-2564-2565 ให้ส่วนลด 90% เท่ากับจ่ายจริง 10% ปี2566 ส่วนเหลือ 15% เท่ากับจ่ายจริง 85% ในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ข้อเสนอจึงขอให้ลดภาษี 50% ในปี 2567 เพื่อลดภาระจ่ายภาษีเหลือ 50%

มาตรการที่ 8 กระตุ้นกำลังซื้อต่างชาติที่มีศักยภาพ ด้วยการขยายเวลาสิทธิการเช่า จากปัจจุบัน 30 ปี เสนอขยายเป็น 50 ปี เพื่อให้สิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับการถือกรรมสิทธิ์ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจที่เพิ่มสูงขึ้น

มาตรการที่ 9 พิจารณาเงื่อนไขการให้วีซ่าพำนักในประเทศไทย โดยการเช่าระยะยาว หรือซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เสนอให้วีซ่า 10 ปี สำหรับครอบครัว 4 คน และการเช่าระยะยาว หรือซื้อที่อยู่อาศัยราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป เสนอให้วีซ่า 5 ปี สำหรับ 2 คน

ผ่อนผันเกณฑ์ LTV

มาตรการที่ 10 ขอการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อผ่อนผันเกณฑ์ LTV-Loan to Value ปัจจุบันมีการบังคับใช้เกณฑ์สูงสุดสำหรับการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 มี LTV 80% หรือให้สินเชื่อ 80% เท่ากับต้องมีเงินดาวน์ 20% และหลังที่ 3 เกณฑ์ LTV ขยับเหลือ 70% เท่ากับต้องมีเงินดาวน์ 30%

ข้อเสนอคือ ขอให้ผ่อนผันใช้เกณฑ์ LTV ที่แบงก์ชาติเคยผ่อนผันในปี 2565 ที่มีเกณฑ์ LTV 100% หรือขอสินเชื่อได้ 100% สำหรับหลังที่ 2-3 ในขณะที่สินเชื่อซื้อบ้านหลังแรกมี LTV ได้ถึง 110% เพื่อให้มีวงเงินสินเชื่อสำหรับนำไปตกแต่ง-ต่อเติม-ซ่อมแซมได้

ปลดล็อกเอกสารยื่น EIA

มาตรการที่ 11 เสนอขอให้รัฐบาลปลดล็อกเงื่อนไขการขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA-Environmental Impact Assessment สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม ปัจจุบันมีอุปสรรคที่การขอให้พิจารณา EIA จะต้องมีเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินมาประกอบการยื่นขออนุมัติ ในขณะที่มีหลายโครงการที่ซื้อที่ดินมาแล้วแต่ไม่ผ่านการอนุมัติ EIA สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการ เพราะทำเลสร้างคอนโดฯ มักจะมีที่ดินแพง เพราะต้องอยู่แนวรถไฟฟ้า หรืออยู่ในเขตเมือง

ข้อเสนอคือ โครงการคอนโดฯ ปรับเงื่อนไขเอกสารมัดจำที่ดิน สามารถนำมายื่นขออนุมัติ EIA ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารกรรมสิทธิ์เพียงอย่างเดียว เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการในการลงทุนพัฒนาโครงการ

สำหรับข้อกังวลของหน่วยงานพิจารณา EIA ว่า ถ้าปลดล็อกเรื่องเอกสารมัดจำซื้อที่ดินมายื่นได้ อาจเป็นสาเหตุให้มีการยื่นขออนุมัติมากเกินจนงานล้นคน ก็มีข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานรัฐสามารถคิดค่าธรรมเนียมพิจารณาเฉพาะคนที่นำเอกสารวางมัดจำค่าที่ดินมายื่นขออนุมัติอีไอเอในอัตราพิเศษ เพื่อให้มีความแตกต่างจากคนที่นำเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินมายื่นขออนุมัติอีไอเอตามปกติ น่าจะคัดกรองผู้ที่ต้องการขออีไอเอเพื่อพัฒนาโครงการจริง ๆ

“บรรยากาศของการประชุมนัดแรกร่วมกับท่านนายกฯเศรษฐา ถือว่ามีสัญญาณที่ดี ประเด็นไหนทำได้ก็ทำเลย เพราะมีบางเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ บางเรื่องกระทบกับงบประมาณ แต่มีผลในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า มีตัวคูณทางเศรษฐกิจได้มากกว่าหรือไม่ สไตล์การทำงานท่านนายกฯเศรษฐา ทำงานรวดเร็ว มีข้อสรุปเบื้องต้น ตั้งอนุกรรมการชุดเล็ก ๆ เพื่อลงลึกรายละเอียดร่วมกันระหว่างทีมนายกฯ กับตัวแทน 7 สมาคมอสังหาฯ” นายอิสระกล่าว