เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สถานการณ์น้ำท่วม ยังทรงตัว แต่โนวโน้มดีขึ้น หลัง โครงการชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ดูแลประตูระบายน้ำก่ำตอนล่างช่วงสุดท้าย ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ได้เร่งติดตั้งระบบผลักดันน้ำลงสู่น้ำโขง ทั้งหมด 8 ตัว ทำให้น้ำก่ำไหลระบายดีขึ้น วันละประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร จากวันละประมาณ 30 – 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ปัญหาน้ำท่วมขังเริ่มทรงตัว แต่มีบางพื้นที่เริ่มลดระดับลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนระดับน้ำโขง อยู่ที่ระดับประมาณ 10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 3 เมตร ยังสามารถรองรับการระบายน้ำจากลำน้ำสาขาได้
ขณะเดียวกันในส่วนของพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 5 อำเภอ มี 1. อ.นาแก 2. อ.วังยาง 3. อ.เรณูนคร 4. อ.ศรีสงคราม และ อ.นาหว้า ระดับน้ำยังท่วมขัง ทรงตัว โดยเฉพาะพื้นที่ ต.พิมาน ต.หนองสังข์ อ.นาแก รวมถึง ต.ยอดชาด อ.วังยาง ที่ติดกับลำน้ำก่ำ รวมถึง ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า และ อ.ศรีสงคราม ที่ติด กับลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังบ้านเรือนมานานกว่าสัปดาห์ เนื่องจากมวลน้ำจากหนองหาร จ.สกลนคร มีปริมาณมากเกินความจุ จากความจุประมาณ 220 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันมี ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ลำนาสาขาที่ไหลระบายมวลน้ำลงสู่น้ำโขงมีปริมาณมากเกินความจุ ทำให้ไหลระบายลงน้ำโขงได้ ช้า ต้องรอเวลาการระบายหลายวัน โดยทางเจ้าหน้าที่จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชน ผู้ใจบุญต่างหลั่งไหล ระดมเข้าไปช่วยเหลือ นำเครื่องอุปโภคบริโภค เข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง เพราะบางหมู่บ้าน ถนน ไฟฟ้า การสัญจรถูกตัดขาด ไม่มีห้องน้ำห้องส้วม ต้องรอการช่วยเหลือจากภาครัฐ เอกชน จนกว่าระดับน้ำจะลดลง

ส่วนความเสียหายเบื้องต้น จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม พบว่า ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ได้รับผลกระทบ มีบ้านเรือนของชาวบ้าน ถูกน้ำท่วมขัง กว่า 1,000 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรนาข้าว ถูกน้ำท่วมขังกว่า 5 แสนไร่ คาดว่าจะเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ โดยทางจังหวัดนครพนม ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 5 อำเภอ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือเร่งด่วน ตามระเบียบทางราชการ
ด้าน นายบุญเรือง นามวงศา อายุ 58 ปี ชาวบ้านหนองสังข์ ต.หนองสังข์ องนาแก จ.นครพนม กล่าวว่า ปีนี้ยอมรับว่าเดือดร้อนจากน้ำท่วมมาก ถึงแม้จะเคยท่วมเพราะพื้นที่บ้านหนองสังข์ติดกับลำน้ำก่ำ พอมีปริมาณมาก ทำให้เอ่อล้นท่วม ซึ่งเคยเกิดปัญหาตลอด แต่มาปีนี้ ในรอบ 40 ปี ยอมรับว่า ท่วมเร็วมาก และมีระดับน้ำท่วมสูง ไม่ยอมลด สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จำนวนมาก เกือบ 100 หลังคาเรือน ต้องยกสิ่งของขึ้นที่สูง หรือขนย้ายไปไว้ที่อื่น จนกว่าระดับน้ำจะลด ห้องน้ำ ห้องส้วมใช้ไม่ได้ ถนน ไฟฟ้า ถูกตัดขาด บางคนต้องไปอาศัยวัดนอน แต่ในเรื่องเสบียงอาหาร โชคดีมีเจ้าหน้าที่ และผู้ใจบุญ นำมาช่วยเหลือบริจาคทุกวัน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงทหารพัฒนา นพค.22 ที่เข้ามาคอยดูแล ช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยทุกด้าน
ส่วน นายเฉลิมชัย จันทร์วงษา หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้มวลน้ำจากพื้นที่ จ.สกลนคร ได้ไหลมาถึงประตูระบายน้ำก่ำตอนล่าง จุดสุดท้ายที่ระบายน้ำลงน้ำโขง หลังจากพื้นที่ จ.สกลนคร ท่วมขังมาหลายวัน ทำให้ หนองหาร ไหลระบายลงน้ำก่ำ จำนวนมาก ส่วนหนึ่งที่เอ่อท่วม เพราะมวลน้ำไหลลงสู่น้ำโขงช้า แต่ช่วงนี้ระดับน้ำโขงอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร ถือว่ายังไม่น่าห่วงมาก เพราะยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก นอกจากนี้ทางชลประทาน ได้ระดมเครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยผันน้ำระบายลงน้ำโขงให้มากที่สุด ซึ่งวันนี้ถือว่าการระบายได้มากขึ้น เฉลี่ยประมาณวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปกติได้แค่วันละประมาณ 30 -40 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำก่ำ เริ่มทรงตัว ลดปัญหาเอ่อท่วม บางจุด เพราะเริ่มระบายลงน้ำโขงได้เร็ว คาดว่าหากไม่มีพายุฝนตกลงมาซ้ำอีกในพื้นที่ จะทำให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่ภาวะปกติ หลังมวลน้ำที่เกินความจุในพื้นที่หนองหาร และลำน้ำก่ำ ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลระบายลงน้ำโขง
ที่มา มติชนออนไลน์