ประกันตีปีก รับยอดขาย EV พุ่ง 1.3 แสนคัน
ประกันอีวี
ธุรกิจประกันประเมินยอดจดทะเบียนรถอีวีใหม่ ปี’67 พุ่งแตะ 1.3 แสนคัน ค่ายประกัน 22 รายชิงเค้ก “สมาคมประกันวินาศภัยไทย” เร่งทำความเข้าใจบริษัทสมาชิกเตรียมพร้อมปรับแบบประกันตามเกณฑ์ใหม่ คปภ.
นายวาสิต ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทย มีสถิติเติบโตสูงขึ้นจากปี 2565 ถึง 4 เท่าตัว โดยมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกว่า 70,000 คัน มีการเติบโตสูง เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีเพียงกว่า 20,000 คันเท่านั้น
ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้เงินอุดหนุนสูงสุด 1 แสนบาท แก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่างปี 2567-2570 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ส่วนในปี 2567 การเติบโตของรถยนต์อีวี คาดว่าจะมียอดรถจดทะเบียนใหม่ 120,000-130,000 คัน ซึ่งเชื่อว่าจะมีการเติบโตที่รวดเร็วไปได้ต่อเนื่อง โดยพัฒนาการในปีนี้เชื่อว่าน่าจะมีหลายผู้ผลิตที่จะเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย จึงจะเห็นรถใหม่ ๆ ยี่ห้อและรุ่นใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น
นายวาสิตกล่าวว่า อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้นเกิดความกังวลในเรื่องการทำประกันภัยที่ยังคงมีประเด็นเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครองต่อความเสียหายต่าง ๆ จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ความเสียหายที่เกิดจากแบตเตอรี่ ค่าซ่อม เป็นต้น ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัยสอดคล้องกับความเสี่ยงและต้นทุนในการรับประกันภัยอันจะเป็นการแก้ไขปัญหา ลดความกังวล และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน

“สมาคมจึงได้จัดการประชุมชี้แจงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle : BEV) ตามคำสั่งนายทะเบียน ที่ 47/2566 เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันกับบริษัทสมาชิก และแนวทางการปฏิบัติด้านการรับประกันภัยและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา”
ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์กล่าวอีกว่า สำหรับกรมธรรม์อีวี คงจะมีการรีวิวปรับปรุงต่อเนื่อง ในช่วง 1-2 ปี คงจะนำสถิติกลับมาพิจารณาว่ายังทันสมัยอยู่หรือไม่ ต้องปรับปรุงอะไรในเรื่องของเบี้ยประกันและความคุ้มครอง ซึ่งจะเป็นส่วนที่คณะทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมดำเนินการมาตลอดช่วงเวลา 8-9 เดือนที่ผ่านมา
“ในส่วนเบี้ยประกันภัยพยายามทำให้สอดคล้องกับความเสี่ยงภัย เพียงแต่ถ้ามองในเรื่องเบี้ยขั้นต่ำ-ขั้นสูง อาจจะมีการขยับเพิ่มเติมขึ้นไปในเรื่องของการเปรียบเทียบกับอัตราเบี้ยพื้นฐานของรถสันดาป ส่วนอัตราค่าสินไหม (Loss Ratio) ที่เกิดขึ้น ยังเห็นการเปลี่ยนเรื่องอะไหล่ค่อนข้างเยอะในหลาย ๆ ยี่ห้อ ก็ต้องเกิดการเรียนรู้ ให้ข้อมูลทั้งในเรื่องของบริษัทประกันภัย ประชาชน ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายร่วมมือกัน ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจของประชาชนผู้บริโภคในการลือกใช้รถอีวีได้มากขึ้น คาดหวังจะมีการเติบโตไปได้เป็นอย่างดี”
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า โอกาสการทำตลาดประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าคงจะมีมากขึ้นแน่นอน ตามการเติบโตของเทรนด์การใช้รถพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งไปแข่งตัดราคาเบี้ยประกันรุนแรง เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ แม้ว่าจะเป็นผลดีกับผู้บริโภคก็ตาม แต่อยากให้คำนึงถึงความมั่นคงของบริษัทประกันภัยเป็นสำคัญ
ก่อนหน้านี้ คปภ.ระบุว่า ปัจจุบันมีธุรกิจประกันภัยประมาณ 22 บริษัทแล้ว ที่รับประกันรถอีวี แต่ทั้งหมดยังเป็นการเสนอขายประกันภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์แบบเก่า แต่หลังจากวันที่ 31 พ.ค. 2567 ทุกบริษัทจะต้องปรับแบบกรมธรรม์สำหรับรถอีวี เป็นแบบใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่ คปภ.ออกหลักเกณฑ์