เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
Finance ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
Economic ‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
Automotive อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ผนึกกำลังหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สร้างงานให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

01 พ.ค. 2561 | 17:01น.

พาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ผนึกกำลังหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เดินหน้าจัดงานเพื่อสร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ก่อนการประชุมครม.สัญจร ตนจะนำคณะผู้บริหารลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในวันที่ 3 พ.ค. 2561 โดยจะมีการพบหารือกับภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่จังหวัด พร้อมกับ กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานพันธมิตร จะเปิด โครงการ ประชารัฐ “สร้างงาน สร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้” เพื่อจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของจังหวัดบุรีรัมย์ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากมาตรการให้ความช่วยเหลือที่รัฐบาลจัดให้

โดยโครงการนี้จะมีทั้งด้านองค์ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ การช่วยเหลือด้านเงินทุน ตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย รวมทั้งได้นำสินค้าธงฟ้าประชารัฐมาจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชน เพื่อลดค่าครองชีพด้วย นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงานยังประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์จัดบริการให้คำแนะนำทักษะทางอาชีพ อาทิ แม่บ้านมืออาชีพ ธุรกิจเสริมสวย ธุรกิจร้านอาหาร โปรแกรมพัฒนาผู้ประกอบการ การค้าออนไลน์ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 10,000 – 50,000 บาท รวมทั้งการจัดเชื่อมโยงเครือข่ายของธุรกิจชุมชนและธุรกิจรายย่อยในจังหวัดกับธุรกิจขนาดใหญ่ อาทิ ธุรกิจโมเดิร์นเทรด เพื่อสร้างรายได้เพิ่มแก่ท้องถิ่น

ส่วนในหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำการฝึกอาชีพที่เกษตรกรและบุคคลในครอบครัวสามารถนำไปสร้างรายได้เสริม รวมทั้งการนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเริ่มการวางจำหน่ายแล้วมาแสดง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขณะที่ ในด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังมีการสนับสนุนได้แก่ สินเชื่อสำหรับเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยจากสถาบันการเงินของรัฐ เช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์ สินเชื่อสตรีทฟู้ด สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ การนำองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่มาต่อยอดให้แก่ชุมชน อาทิ การจัดหลักสูตรพัฒนาธุรกิจรายย่อย และโปรแกรมสำเร็จรูปจัดทำร้านค้าออนไลน์ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ดี การจัดโครงการประชารัฐตามแนวทาง 4 สร้าง สร้างงาน สร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้ มีเป้าหมายดำเนินการใน 10 จังหวัด ที่มีรายได้น้อยที่สุด โดยขณะนี้ได้จัดที่จังหวัดอำนาจเจริญไปแล้วและบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดถัดไป ทั้งนี้มีกำหนดการที่จะไปจัดในจังหวัดที่เหลือ ได้แก่น่าน ชัยนาท ปัตตานี นราธิวาส กาฬสินธุ์ นครพนม แม่ฮ่องสอน และตาก ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 ทั้งนี้ โครงการประชารัฐ 4 สร้าง ที่ดำเนินการผ่านกลไกไทยนิยม จะส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่น มีงาน มีรายได้เพิ่มขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปด้วยกันทั้งระบบ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง