Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง จับตาผลประชุมเฟด

02 พ.ค. 2561 | 18:22น.
ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง จับตาผลประชุมเฟด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.69/71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/4) ที่ระดับ 31.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากแนวโน้มที่ดีขึ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และเงินเฟ้อสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ระยะ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นเกินระดับ 3.0% ซึ่งนักลงทุนยังคงจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า มีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญนั้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.9% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และใกล้เคียงกับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

ในส่วนของมาตรการภาษีการนำเข้านั้น สหรัฐได้ขยายระยะเวลาการยกเว้นการกำหนดภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหภาพยุโรป แคนาดา และเม็กซิโกออกไปจนถึง วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศที่ได้รับการยกเว้นก่อนหน้านี้ ได้แก่ ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา และบราซิล นอกจากนี้แล้วการเจรจาทวิภาคระหว่างสหรัฐ และเกาหลีใต้ได้ข้อสรุปว่า เกาหลีใต้จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมอย่างถาวร โดยเกาหลีใต้จะต้องลดการส่งออกเหล็กไปสหรัฐลง 30% โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.68-31.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ร่ะดับ 31.70/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (2/5) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1992/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/4) ที่ระดับ 1.2102/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าที่สุดในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีเดือนเมษายนทรงตัวที่ระดับ 0.0% เทียบกับเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศในแถบยุโรปไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยที่ชะลอการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางยุโรป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1190-1.2030 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2003/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (2/5) เปิดตลาดที่ระดับ 109.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/4) ที่ระดับ 109.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.955% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ขยับขึ้นสู่ระดับ 3.119% เมื่อคืนนี้ (1/5) ก่อนที่ตลาดจะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.63-109.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.81/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรับ (3/5), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนเมษายน จาก ADP (2/5), ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนเมษายน จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/5), ดุลการค้าเดือนมีนาคม (3/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (4/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเมษายนจากมาร์กิต (3/5), ดัชนีภาคบริการเดือนเมษายน จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/5), คำสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมีนาคม (4/5) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมาษายน (4/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.65/-2.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.7/+0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงิน ดอลลาร์