เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

พลังทางบวก

24 มี.ค. 2567 | 14:55น.
dust
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

เพิ่งได้คุยกับคุณตัน ภาสกรนที เมื่อวันก่อน

เขาเพิ่งลงเครื่องบินที่เชียงใหม่ พอลงปั๊บ ลูกน้องบอกว่าให้ใส่ “หน้ากาก” ด้วย เพราะวันนั้นเชียงใหม่ติดอันดับ 1 เมืองที่มี PM 2.5 มากที่สุดในโลก

ตอนหลังคุณตันไปเชียงใหม่บ่อย เพราะลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่นี่หลายแห่ง

รู้ฤทธิ์เดชของ PM 2.5 ดีมาก

ช่วงเย็นเขาไปกินข้าวกับข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง และคุยกันเรื่องเจ้าฝุ่นพิษ

ข้าราชการคนนั้นเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ดาวเทียมสามารถจับจุดความร้อน หรือ “ฮอตสปอต” ได้ทุกพื้นที่

ที่ไหนมีการเผาป่าหรือไฟป่าจะรู้ได้ทันที

และมีสถิติด้วยว่า ปีที่แล้ววันนี้มีจุดความร้อนเกิดขึ้นกี่จุดที่จังหวัดนี้

ละเอียดถึงระดับหมู่บ้านเลย

คุณตันฟัง-ฟัง-ฟัง แล้วก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา

เขามองว่าการแก้ปัญหานั้นน่าจะทำทั้ง 2 ทาง คือ การลงโทษและการให้รางวัล

การจับกุมหรือลงโทษทางกฎหมายก็ต้องมี เพื่อให้คนเกรงกลัวไม่กล้าเผา

แต่การให้รางวัลแก่คนที่ทำดี ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจ หรือ “พลังทางบวก” ทางหนึ่งที่น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเผาป่าได้เช่นกัน

ตอนนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่มีการให้รางวัล 10,000 บาท สำหรับคนที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ก็ถือเป็นการใช้ “แรงจูงใจ” แบบหนึ่ง

ใช้ “บวก” จัดการ “ลบ”

แต่คุณตันคิดแบบภาคเอกชนที่คล่องตัวกว่า

เขาคิดโจทย์ง่าย ๆ ว่า ถ้าทุกหมู่บ้านช่วยกันดูแลพื้นที่ของตัวเอง รณรงค์ไม่ให้คนเผาป่า

หรือเจอไฟป่าที่ไหนก็ช่วยกันดับไฟ

ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษที่เกิดจากในจังหวัดเชียงใหม่ก็น่าจะลดลงบ้าง

แม้มีคนบอกว่าท้องฟ้าไม่มีเส้นแบ่งจังหวัด

ถ้ามีคนเผาป่าที่จังหวัดอื่น หรือประเทศอื่น ลมพัดเข้ามา เชียงใหม่ก็เจอฝุ่นพิษเหมือนกัน

แต่คุณตันคิดว่า อะไรที่ควบคุมไม่ได้ เราแก้ไขไม่ได้ก็ช่างมัน

ทำในสิ่งที่เราทำได้ก่อน

เขาจึงคิดแคมเปญเพิ่มแรงจูงใจให้คนควบคุมการเผาป่า หรือช่วยดับไฟป่าขึ้นมา

หมู่บ้านไหนดูแลพื้นที่จนสามารถลดจุดเผาไหม้ลงได้ 80% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

รับ “คำขอบคุณ” เป็น “เงินสด” ไปเลย 100,000 บาท

เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม-30 เมษายน

เขาเริ่มต้นที่ 2 อำเภอก่อน คือ อำเภอแม่ริม และหางดง รวมทั้งหมด 69 หมู่บ้าน

ถือเป็นโครงการนำร่องก่อนในปีนี้

เพราะระยะเวลาเตรียมการน้อยมาก

พอคิดได้ก็ประสานกับทางจังหวัด และชวนผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านมาร่วมโครงการนี้ด้วยกัน

ถ้ามองเป็นเกมก็ถือว่าเป็น “เกมทางบวก” ที่ดีมาก

กติกาง่าย ๆ คือ ทุกหมู่บ้านแข่งกันดับไฟ ใครดับได้ถึง 80% ก็รับรางวัลเงินแสนไปเลย

เป็นการแข่งกับตัวเอง

คือแข่งกับสถิติเก่าเมื่อปีที่แล้วของตัวเอง

การเลือกระดับหมู่บ้านนั้นดีตรงที่พื้นที่ไม่กว้างนัก คนรู้จักกันหมด บอกให้ช่วยกันได้ง่าย

เพราะทุกคนก็รักหมู่บ้านตัวเอง ไม่อยากให้มีใครสร้างฝุ่นพิษในพื้นที่อยู่แล้ว

ส่วนเงินรางวัล 1 แสนบาทก็เป็น “แรงจูงใจ” ที่เหมาะสม เพราะสามารถเอาไปพัฒนาหมู่บ้านได้เลย

นึกเล่น ๆ ว่าถ้าเกมนี้ได้ผล สามารถลด “จุดเผาไหม้” ได้ถึง 80% ในปีนี้

ปีหน้าก็สามารถขยายผลไปทั้งจังหวัดได้

แต่คุณตันคนเดียวคงจะไม่ไหว

เพราะเชียงใหม่มีทั้งหมด 25 อำเภอ 2,066 หมู่บ้าน

หมู่บ้านละแสน ก็ 206 ล้านบาท

โครงการนี้ถือเป็น “ต้นแบบ” ของ “พลังทางบวก” จะได้ผลหรือไม่ได้ผล สิ้นเดือนเมษายนก็รู้

ถ้าได้ผลก็น่านำไปพัฒนาต่อ

เพราะจริง ๆ แล้วเรื่อง PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่มากของ “เชียงใหม่” ที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว

แต่ “เชียงใหม่” มีชื่อติดอันดับ 1 ของเมืองที่มี PM 2.5 สูงสุดในโลก ในบางวัน

นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวก็ต้องคิดมากหน่อย

ฤดูท่องเที่ยวของเชียงใหม่ คือ ช่วงฤดูหนาว ปีใหม่ และสงกรานต์

ถ้าปล่อยให้ปัญหา PM 2.5 กลายเป็นปัญหาประจำฤดูกาล

มันจะทำลายการท่องเที่ยวของเชียงใหม่พังยับเยิน