เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดมีรายงานว่าเมื่อเวลา 10.30 น. นายชาติชาย นาคทิพวรรณ ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นำคณะเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เข้าพื้นที่เขตก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดและสำรวจสภาพพื้นที่จริง ก่อนที่จะเข้าไปทำการฟื้นฟู โดยเฉพาะการจะเข้าไปปลูกป่าตามโครงการราษฎร์-รัฐ ร่วมใจ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 ตามที่มีกำหนดการไว้ก่อนหน้านี้ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามเข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด
นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบิน ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า หลังจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ประชุมกับตัวแทนเครือข่ายเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้ข้อสรุปแนวทางการฟื้นฟูหมู่บ้านป่าแหว่งแล้วนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว โดยมีการประชุมกันไปวานนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่

“ขณะนี้ทราบว่าสำนักนายกรัฐมนตรีให้ตั้งกรรมการชุดใหญ่ก่อน แล้วให้แยกเป็นคณะทำงาน 2 ชุด ซึ่งก็คือ คณะทำงานฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและคณะทำงานจัดการสิ่งปลูกสร้างเพื่อคืนป่าสภาพสมบูรณ์ดังเดิม คาดว่าเย็นวันนี้น่าจะเป็นร่างที่ชัดเจน อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนที่รอคอยคำตอบว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป หลายคนอาจข้องขัดใจเพราะไม่มีการรื้อ ทุบ หรือ เตขว้าง (ทุบทิ้ง) และเข้าใจไปว่าเครือข่ายถูกเขาหลอก ขอให้สบายใจ ผมสู้สุดตัวแน่ๆ แต่ต้องใจเย็น เพราะการรื้อ ทุบ หรือเท มันง่าย แต่ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะการแก้ไขต้องเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นว่าใครอยากทุบ อยากรื้อ อยากเผา ก็ทำได้ตราบเท่าที่กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเหมือนที่เคยเกิดเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เห็นแล้วว่าเป็นการสร้างความร้าวฉานในสังคมและประเทศให้มากขึ้นไปอีก” นายธีระศักดิ์กล่าว
นายธีระศักดิ์กล่าวอีกว่า คณะทำงานฟื้นฟูจะแบ่งการทำงานในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง หรือระยะที่รื้อย้ายอาคาร และระยะยาวภายหลังจากรื้อสิ่งปลูกสร้าง ส่วนคณะทำงานจัดการสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เครือข่ายเรียกสั้นๆ ว่าคณะกรรมการรื้อย้าย จะมีตัวแทนเครือข่ายและนักวิชาการรวมทั้งตัวแทนจากสภาวิศวกรรมสถานเข้าไปร่วมด้วย ซึ่งชาวเชียงใหม่มีหน้าที่จะต้องคอยติดตามและร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ป่าแหว่งอย่างต่อเนื่องและแบบเกาะติด การ “รื้อ” เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่ต้อง “รื้อ” อย่างถูกกฎหมายให้สมกับที่บ้านเมืองมีขื่อมีแป ขอให้เครือข่ายและชาวเชียงใหม่จับตาอย่างใกล้ชิด ถ้ารัฐบาลเบี้ยว เราก็จะออกมาต้านทั่วเมืองแน่นอน

ในขณะที่ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ เชียงใหม่เขียว สวย หอม กล่าวว่า ในส่วนของเครือข่ายส่งรายชื่อ คณะทำงาน (ร่วม) เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ไปรวม 12 คน ประกอบด้วย นางพิมพ์สุชา สมมิตรวศุฒม์ เครือข่าย ทสม.รอบดอยสุเทพ-ปุย นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นายจตุภูมิ มีเสนา หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายประศักดิ์ ถาวรยุติกานต์ ชมรมเพื่อดอยสุเทพ นางทัทยา อนุสสรราชกิจ ชมรมอักษราชีพ นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ น.ส.เปล่งศรี ตองอ่อน เครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม นายอาณัติ คลังวิเชียร เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ นางนลี อินทรนันท์ บ้านคีตาทาน นายชัยเลิศ โพธิธาตุ สมาคมคนเหนือ นางปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ สภาเมืองสีเขียว และนายหฤษฎ์ ขาวสุทธิ์ คณะทำงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
ส่วนคณะทำงาน (ร่วม) ดำเนินการกับสิ่งก่อสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ จำนวน 8 คน ประกอบด้วย นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ/ชมรมร่มบินเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ กลุ่มสืบสานล้านนา นายบัณรส บัวคลี่ ภาคีคนฮักเจียงใหม่ นางคำศรีดา แป้นไทย กลุ่มเฮาฮักเจียงใหม่ นายโชติพัฒน์ ศรีภักดีพงศ์เดช เครือข่ายวิศวกรรักษ์ป่า นายไพสิฐ พาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายบรรจง สมบูรณ์ชัย (หมอต้นไม้) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้และผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
“ในแง่ของคณะทำงานควรมีอำนาจหน้าที่ชัดเจน ในการขอข้อมูล เข้าพื้นที่ เพื่อเอื้อให้การทำงานเดินหน้าไปได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม เพราะปัจจุบันยังมีข้อจำกัดอยู่ หากเทียบกับคณะกรรมการสิทธิจะสามารถขอข้อมูลที่ต้องการได้ จึงอยากให้รัฐมนตรีระบุกรอบอำนาจหน้าที่มาให้ชัดเจน การทำงานของคณะทำงานร่วมจะทำควบคู่ไปกับการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความเห็นของการฟื้นฟูป่าอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผลักดันให้เกิดการจัดการป่าร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าการฟื้นฟูควรเกิดขึ้นหลังจากจัดการกับสิ่งก่อสร้างไปแล้ว เพื่อให้ป่ากลับมาสมบูรณ์ได้จริงตามสภาพ” น.ส.ลักขณากล่าว
ทั้งนี้ นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ กลุ่มสืบสานล้านนา กล่าวว่า เราพยายามเสนอแนวคิดใหม่ นั่นคือ Co Management โดยให้ผนวกป่าเข้าไปอยู่กับอุทยานแห่งชาติ เพราะเขามีงบประมาณ และกำลังคน แต่ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการป่าร่วมกัน และนายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หนึ่งในคณะทำงานฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เคยทำได้ผลดีในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มาแล้ว ซึ่งน่าจะนำมานำร่องในการฟื้นฟูบ้านพักตุลาการ และสภาพป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต่อไปในอนาคตได้ เชื่อว่าจะดีกว่าการกันเป็นป่าชุมชนแล้วให้ประชาชนดูแล
ที่มา : มติชนออนไลน์