Skip to content

สเป็กแม่ทัพตลาดหุ้น จับตา “คนที่ใช่” คอนเน็กชั่นปึ้ก

11 พ.ค. 2567 | 13:49น.
สเป็กแม่ทัพตลาดหุ้น จับตา “คนที่ใช่” คอนเน็กชั่นปึ้ก

การสรรหาผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คนใหม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะหลังจากเปิดให้ยื่นใบสมัคร เมื่อช่วงวันที่ 21 มี.ค.-30 เม.ย. 2567 แต่ปรากฏว่า ยังไม่มีใครยื่นใบสมัครเข้ามาชิงตำแหน่ง ดังนั้นทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขยายระยะเวลาออกไปอีกจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ เนื่องจากยังมีเวลา เพราะ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. คนปัจจุบัน จะหมดวาระในเดือน ก.ย. 2567

ตามที่มีกระแส คือ “คนใน” จะมีคนลงสมัครแน่นอน เพียงแต่คณะกรรมการต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีความเข้าใจตลาดทุน รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเข้ามาร่วมขับเคลื่อนตลาดทุนไทย เข้ามาสมัครกันมากขึ้น จะได้มีตัวเลือกที่หลากหลาย

เศรษฐกิจดี หนุนตลาดหุ้นดี

โดย “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวถึงความคาดหวังต่อตลาดทุนว่า ที่ผ่านมาตลาดทุนมีปัญหาความเชื่อมั่น ซึ่งจากที่ตนได้เข้าไปเป็นประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเวลา 2 เดือน 18 วัน ก็ได้เข้าไปแก้ไขปรับปรุงเกณฑ์ที่จะทำให้คนไม่รู้สึกว่า ได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน ทำให้มีกติกาเป็นที่ยอมรับ สามารถอธิบายได้ และดูแลทุกกลุ่ม

“แต่ที่สุดแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯก็คือ ที่ที่นำสินค้ามาวางขาย ถ้าตลาดไม่สะอาด คนขายไม่ดี คนก็ไม่มา แต่ถ้าตลาดสะอาด คนขายดี อำนวยความสะดวกดี แล้วสินค้าไม่ดี คนก็ไม่มาซื้ออยู่ดี ดังนั้น ต้นเหตุสำคัญก็คือเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดี กระตุ้นได้ดี สินค้าก็จะดี มีคุณภาพ คนก็จะมาเอง แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่ใช่แก้ได้ใน 3 เดือน 6 เดือน”

อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามถึงการสรรหาผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนใหม่ “พิชัย” บอกว่า ตนไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้นแล้ว ส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะมีกรรมการสรรหาต่อไป

เอกชนต้องการ “คนที่ใช่”

ขณะที่ “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า ผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่ ควรเป็นคนที่มีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เรื่องตลาดทุนเป็นอย่างดี เพราะไม่มีเวลาให้มาเรียนรู้

“ตลาดทุนเป็นตลาดที่ต้องการคนที่ใช่ คือเข้าใจภาพรวม จะไม่เสียเวลา จะเคยทำงานตรงส่วนไหนของตลาดทุนก็สุดแล้วแต่ และที่สำคัญมาก ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานร่วมกับภาครัฐได้ รวมไปถึงการทำงานร่วมกับภาคเอกชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในตลาดทุนทั้งหมดด้วย”

ภารกิจใหญ่ “Unlock Potential”

“ไพบูลย์” กล่าวว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมาตลาดทุนไทยถือว่าประสบปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นและความมั่นใจ (Trust and Confidence) เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการแก้ไขไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ฉะนั้น ภารกิจผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่ คือ จะต้องมาเร่งทำให้ประสิทธิภาพของตลาดหุ้นไทย (Market Performance) ปรับตัวดีขึ้นให้ได้

“ต้องยอมรับว่าวันนี้ตลาดหุ้นไทยเพอร์ฟอร์มสู้ตลาดหุ้นประเทศอื่นไม่ได้ และถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไปจะทำให้เงินลงทุนมีแต่ไหลออกไม่มีไหลกลับเข้ามา ดังนั้น ต้องจัดการปัญหาเรื่องนี้ทันที และที่สำคัญ จะต้องปลดล็อกศักยภาพ (Unlock Potential) ของตลาดหุ้นไทยให้ได้ด้วย นี่คือภารกิจใหญ่สุดที่ต้องเร่ง ถ้า SET Index ยังยืนอยู่ที่บริเวณ 1,300 จุด ต่อไปเรื่อย ๆ ผมว่ายากมากที่จะดึงดูดคนมาระดมทุน การเสนอขายหุ้น IPO จะเหี่ยวเฉาไปเรื่อย ๆ นักลงทุนโดยเฉพาะต่างชาติก็จะไม่เข้ามา”

เสียงสะท้อน “ดร.นิเวศน์”

ขณะที่ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” นักลงทุนรายใหญ่สายเน้นคุณค่า (Value Investor) กล่าวว่า ผู้จัดการตลาดหุ้น ต้องเป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน เพราะถือเป็น CEO ขององค์กร โดยเฉพาะความรู้เรื่องตลาดทุน และต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการพัฒนาตลาดทุน มุ่งไปสู่ระดับภูมิภาค (Go-Regional) หรือระดับโลก (Go-Global) ด้วย

“ดูแล้วไม่ง่าย ที่จะหาคนที่มีความรู้ขนาดนั้นในคนคนเดียว และที่สำคัญ จะต้องเป็นคนที่มี Connection ที่ดี สามารถประสานงานได้กับทุกฝ่าย”

“ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ถ้าให้มองในฐานะนักลงทุนที่รู้จริง คือ อยากให้ผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่สนใจนักลงทุนมากกว่านี้ เพราะหลาย ๆ ครั้งมาตรการที่ออกมาไม่ตอบสนองต่อนักลงทุน แต่กระนั้นก็เป็นเพราะว่า ผู้จัดการ
ตลาดหุ้นไม่ได้มี Background การเป็นนักลงทุน อาจมองข้ามบางอย่างที่นักลงทุนเห็น ความรู้สึกในฐานะนักลงทุนจึงอยากได้รับการดูแลและถูกปกป้องที่มากกว่านี้

“ผมคิดว่านักลงทุนมีความสำคัญมากต่อตลาดหุ้น เท่า ๆ กับบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน แต่ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่า นักลงทุนเป็น The Last เป็นสิ่งที่เขาพิจารณาสุดท้าย คือเขาจะต้องตอบสนองคนอื่นให้หมดก่อน เพราะว่านักลงทุนไม่มีหัวโขน ไม่มีอำนาจ และ
กระจัดกระจาย ความต้องการของแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันเยอะ เพราะมีทั้งนักลงทุนสายเก็งกำไร นักลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนสถาบัน”

แก้ทุจริต-เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ

“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ผู้จัดการตลาดหุ้น ถือว่ามีความสำคัญ ที่จะต้องเป็นคนนำพาตลาดทุนไทยให้เข้าสู่ยุคแห่งอนาคตให้ได้ โดยต้องเปลี่ยนโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม จากเดิม SET Index ถูกถ่วงน้ำหนักอยู่กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน แต่ในอนาคตต้องเปลี่ยนเซ็กเตอร์ใหม่ มุ่งไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีให้ได้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีความสำคัญมาก สะท้อนจากราคาบิตคอยน์ที่กลับมายืนระดับเดิม เป็นการส่งสัญญาณว่าสินทรัพย์ดังกล่าวจะงอกงามขึ้นเรื่อย ๆ

ถัดมาคือ ความท้าทายในการจัดการปัญหาทุจริตตลาดทุน เพราะเป็นมุมมืดที่ทำร้ายนักลงทุน และสุดท้าย คือ การทำให้กฎเกณฑ์ที่มีความยุ่งยากหายไปอย่างต่อเนื่อง

คนใน “แมนพงศ์” เล็งยื่นใบสมัคร

ด้าน “แมนพงศ์ เสนาณรงค์” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนยังไม่ได้ยื่นใบสมัคร และยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นวันไหน เพราะยังมีเวลาให้คิดอีกหลายวัน รวมถึงไม่ทราบว่ามีใครยื่นใบสมัครบ้างแล้วหรือไม่

“เข้าใจว่าน่าจะมีเกณฑ์ภายในอยู่ ว่าต้องมีผู้สมัครอย่างน้อยกี่ราย และถ้าไม่ครบก็ต้องยืดเวลา อย่างไรก็ดี ตอนนี้ทราบแค่ขยายเวลารับสมัครไปจนถึง 15 พ.ค.นี้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลท.