เปิดแผนธุรกิจ AOT หลังประชุมนักวิเคราะห์ไปเมื่อ 15 พ.ค. 2567 ด้าน “บล.เอเซีย พลัส” เผยทิศทางฟื้นตัวสอดคล้องกับมุมมอง คงเป้าหมายผู้โดยสารปีนี้ 120 ล้านคน แรงส่งนักท่องเที่ยวจีน พร้อมคาดปีหน้าปริมาณผู้โดยสารกลับไปเท่าพรีโควิด 140 ล้านคน กางแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ภายในปี 2573 เพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารถึง 150 ล้านคน ด้านค่าใช้จ่ายพนักงานครึ่งปีหลังเฉลี่ย 3.3 พันล้านบาทต่อไตรมาส ไม่กระตุกตัวขึ้นแรงเหมือนไตรมาส 4/66 ให้ประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท โต 100%
วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายงานว่า ภาพรวมการประชุมนักวิเคราะห์บ่ายวานนี้ (15 พ.ค.) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พบว่า ทิศทางการฟื้นตัวยังสอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยมอง สำหรับฝั่งรายได้ทาง AOT คงเป้าหมายผู้โดยสารรวมปี 2567 ที่ 120 ล้านคน (ปี 2566 ที่ 100 ล้านคน) เทียบกับครึ่งปีแรกปี 2567 ที่ 61 ล้านคน สอดรับกับแนวโน้มครึ่งปีหลังที่เข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย
ซึ่งแรงส่งหลักในปีนี้มาจากนักท่องเที่ยวจีนมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง หลังมาตรการวีซ่าฟรีให้กับจีน โดยสมมติฐานฝ่ายวิจัยอนุรักษนิยมกว่าบริษัทราว 2% อยู่ที่ 117 ล้านคน ส่วนปีถัดไป (ปี 2568) เบื้องต้นทาง AOT มองว่าปริมาณผู้โดยสารรวมกลับไปเท่ากับ Pre-COVID (ราว 140 ล้านคน) ขณะที่แผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ เป้าหมายระยะยาว คือ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึง 150 ล้านคน (ปัจจุบันที่ 45-60 ล้านคน) ภายในปี 2573
โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจากธุรกิจ งวดครึ่งปีแรกปี 2567 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ 0.7 เท่า ด้านรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน ในส่วนของส่วนแบ่งผลประโยชน์ ไม่ได้มีการช่วยเหลือคู่ค้าเพิ่มเติม หลังมาตรการช่วยเหลือสิ้นสุดลงเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา (ประเด็นเรื่อง Duty free ยังคงต้องติดตามต่อไป)
ขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่าย ในส่วนของค่าใช้จ่ายพนักงานงวดไตรมาส 2/2567 ที่ 3.5 พันล้านบาท เพิ่มจาก 3 พันล้านบาทงวดก่อน มาจากการตั้งค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการจ่ายโบนัสประจำปี จากเดิมงวดไตรมาส 1/2567 ตั้งเพื่อรองรับการจ่าย 5 เดือน เป็น 7 เดือน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากส่วนนี้เพิ่ม 195 ล้านบาทของงวดไตรมาส 2/2567 และของงวดไตรมาส 1/2567 ในจำนวนที่เท่ากัน
ดังนั้นเป็นไปได้ว่าค่าใช้จ่ายพนักงานช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาทต่อไตรมาส หรือไม่กระตุกตัวขึ้นแรงเหมือนช่วงไตรมาส 4/2566 (4 พันล้านบาท VS 2.6 พันล้านบาท งวดไตรมาส 3/2566) สะท้อนแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/2567 เพิ่มขึ้น QOQ ตามปริมาณผู้โดยสารสูงขึ้น หลังผ่าน Low Season ของท่องเที่ยวไทยช่วงไตรมาส 3/2567
นอกจากนี้ทาง AOT มีการกล่าวถึงค่าเสื่อมราคาจาก Runway 3 เปิดใช้งานช่วงไตรมาส 4/2567 จะอยู่ที่ราว 550 ล้านบาทต่อปี (หรือราว 1% ของ OPEX ปี 2568) มองไม่ได้มีนัยต่อประมาณการ อีกทั้งช่วยให้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับเที่ยวบินเพิ่มเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เทียบกับปัจจุบันที่ 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
ภาพรวมประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท (+100% YOY) มี Downside จำกัด หลังกำไรปกติครึ่งปีแรก (ต.ค. 2566-มี.ค. 2567) คิดเป็นสัดส่วน 57% ของประมาณการทั้งปี โดยคาดกำไรปกติครึ่งปีหลัง เติบโต YOY หนุนด้วยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย โดยเฉพาะจีนอานิสงส์จากมาตรการวีซ่าฟรี คงแนะนำ Outperform บนราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 74 บาท และเลือกเป็น Top pick กลุ่มท่องเที่ยว ชอบรองลงมา คือ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL)