ททท.บูรณาการแผนปฏิบัติการปี’68 คาดไทยติด 1 ใน 14 ประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศสูงสุด มีรายได้ 3-3.4 ล้านล้านบาท ถกใหญ่ 4 ประเด็นหลัก “แผนกระตุ้นการเดินทาง-การใช้จ่าย-ขยายเวลาพำนัก-กระจายพื้นที่ท่องเที่ยว” ชูจุดขาย Thailand Soft Power, Tourism IGNITE Thailand-5 Must Do in Thailand พร้อมแถลงแผนอีกครั้ง 15 กรกฎาคมนี้
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในงานการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2568 (Tourism Authority of Thailand Action Plan 2025 : TATAP 2025) ว่า รัฐบาลยังพร้อมให้การสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ซึ่ง ททท.ได้คำนึงว่าจะทำยังไงให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตยิ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวคือเครื่องยนต์หลักให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับปี 2568 นี้ ททท.ประเมินว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศสูงสุด 1 ใน 14 ของโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 3.05-3.40 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ มีรายได้เพิ่มขึ้น 5-7.5% โดยประมาณการค่าใช้จ่ายที่ 55,000-57,180 บาทต่อคนต่อทริป และตลาดในประเทศ จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 5-7.5% ประมาณการค่าใช้จ่ายที่ 4,000 บาทต่อคนต่อทริป
ทั้งนี้ ได้จัดทำ 5 กลยุทธ์หลักมัดใจนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย สร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าว, 5 Must Do in Thailand, กระตุ้นเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว, Hub of ASEAN และ World Class Event Hub รวมถึงมีการมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศในแต่ละภาคส่วน นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยว หรือแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดิม และเพิ่มเติมกลุ่มใหม่ให้ขยายและครอบคลุมมากขึ้น
อาทิ ด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยจะมีการรักษาสัดส่วนตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ด้วยการเพิ่ม Load Factor และ Seat Capacity ซึ่งอยากเห็นนักท่องเที่ยวระยะไกลกลุ่มใหม่ ๆ และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนตลาดเอเชียและแปซิฟิก เช่น จีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน จะมีการเน้นกลุ่มตลาดหลักและเข้าหาในทุกมิติ เจาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเชิงรุกให้เดินทางเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น
“ในตลาดระยะใกล้เรายังคงกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง และอยากให้เกิดการเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำอีก” นางสาวฐาปนีย์กล่าวและว่า สำหรับด้านตลาดในประเทศนั้นจะเน้นการจัด Domestic Market Campaign 2025, เสน่ห์ไทย Must Do ในเมืองน่าเที่ยว และ Force MOVE กระจายพื้นที่และช่วงเวลา ซึ่ง ททท.เชื่อมั่นว่าตลาดไทยเที่ยวไทยยังคงช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง
“สำหรับ KPI จำนวนนักท่องเที่ยวสัญชาติ Top 15 ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย สปป.ลาว เยอรมนี อังกฤษ ไต้หวัน สหรัฐ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และอื่น ๆ เป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย” นางฐาปนีย์กล่าวและว่า
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังค่อย ๆ Diversify กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนลดลง เนื่องจากจีนมีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวลดลงจาก 28% ในปี 2019 เหลือ 19% ในปี 2024 ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอื่น ๆ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยจาก 20% เป็น 23% ในช่วงปีล่าสุด อย่างไรก็ตาม ททท.จะมีการขยายฐานนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม และจะมุ่งรักษาโมเมนตัมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Top 15 ไว้ด้วย
นางสาวฐาปนีย์กล่าวถึงการจัดประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2568 (Tourism Authority of Thailand Action Plan 2025 : TATAP 2025) ในปีนี้ด้วยว่า ททท.ได้กำหนดวาระประชุมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนระดมความคิดเห็นอันจะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการตลาด 4 ประเด็นประกอบด้วย การกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย ขยายระยะเวลาพำนัก และกระจายพื้นที่ท่องเที่ยวและช่วงเวลาการท่องเที่ยว พร้อมกับเตรียมจุดพลังการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพ ด้วยการนำเสนอจุดแข็งจุดขายของประเทศไทย Thailand Soft Power, Tourism IGNITE Thailand และ 5 Must Do in Thailand ผ่านแนวคิดเสน่ห์ไทย สร้างภาพลักษณ์ “การท่องเที่ยวยั่งยืน”
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และกระจายการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว กระจายรายได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยจะมีการแถลงทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวปี 2568 ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นี้