ตกเป็นประเด็นอื้อฉาวในโซเชียลมีเดียจีน ผู้บริโภคไม่มั่นใจเกี่ยวกับอาหารที่อาจปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากการใช้ถังบรรจุอาหารร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิง ทางการจีนเตรียมสอบสวน
วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 บีบีซีรายงานว่า รัฐบาลจีนเตรียมเปิดการสอบสวนต่อข้อกล่าวหากรณีรถบรรทุกสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงถูกใช้ขนน้ำมันปรุงอาหาร หลังจากใช้บรรทุกสารเคมีอันตรายโดยไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้องตอนบรรจุใหม่
เป่ยจิง นิวส์ (Beijing News) สื่อทางการของจีน รายงานว่า ถังบรรทุกที่เคยใช้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถูกพบว่านำไปบรรจุอาหารต่อ เช่น น้ำมันประกอบอาหารหรือน้ำเชื่อม โดยไม่ได้ขจัดสารเคมีตกค้างให้เรียบร้อย
คนขับรถบรรทุกขนส่งน้ำเชื่อมและน้ำมันพืชกล่าวว่า ข้อกล่าวหานี้ถือเป็นความลับที่รู้กันดีในอุตสาหกรรมขนส่ง เนื่องจากบริษัทต้องการประหยัดต้นทุน
นิกเคอิ เอเชียรายงานเพิ่มเติมว่า ปริมาณน้ำมันประกอบอาหารที่ปนเปื้อนถูกส่งออกไปแล้วยังไม่เป็นที่ชัดเจน และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯหลายแห่งได้ออกมาปฏิเสธการจัดการน้ำมันปนเปื้อนที่ไม่เหมาะสมในห่วงโซ่อุปทานของตน หลังจากมีการสอบสวนภายในแล้ว
จากข่าวดังกล่าว หุ้นของบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันปรุงอาหารชั้นนำ ยี้ไห่ เคอร์รี่ (Yihai Kerry) หรือที่รู้จักในจีนว่า จินหลงอวี๋ ร่วงกว่า 8% ในตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้น ลงไป 1 จุดระหว่างการซื้อขายเช้าวันพุธ แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนในอาหารถูกแพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย และทำลายความเชื่อใจของสาธารณชน ถึงความสามารถของรัฐบาลจีน ในการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร
อาหารปนเปื้อนสารพิษไม่ใช่เรื่องใหม่ในจีน เหตุการณ์ล่าสุดนี้ ทำให้ผู้คนนึกถึงเหตุการณ์นมผงปนเปื้อนเมลามีนในปี 2008 ซึ่งมีเด็กป่วยกว่า 300,000 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย หลังจากดื่มนมผงที่ปนเปื้อนเมลามีนดังกล่าว
เนื่องจากว่าในจีน รถบรรทุกสินค้าในจีนไม่จำกัดประเภทสินค้าที่ขนส่งเป็นการเฉพาะ ดังนั้น ในทางทฤษฎี รถบรรทุกขนผลิตภัณฑ์อาหารได้ทันที หลังจากขนน้ำมันจากถ่านหิน
ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกี่ยวพันกับบริษัทจีนใหญ่ ๆ หลายแห่งรวมถึงบริษัทที่รัฐอุดหนุน
รัฐบาลจีนบอกว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านอาหารกำลังสอบสวนข้อกล่าวหานี้ และสัญญาด้วยว่าจะลงโทษบริษัทหรือบุคคลใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนี้ โดยให้คำมั่นว่าจะเผยแพร่ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในทันทีที่ค้นพบ
ในระดับท้องถิ่น ทั้งรัฐบาลระดับมณฑลเหอเป่ย์ และนครเทียนจิน บอกว่ากำลังตรวจสอบในประเด็นนี้อยู่เช่นกัน