Skip to content

พาวเวลล์เผย เฟดจะลดดอกเบี้ยโดยไม่รอเงินเฟ้อเหลือ 2%  

16 ก.ค. 2567 | 13:38น.
พาวเวลล์เผย เฟดจะลดดอกเบี้ยโดยไม่รอเงินเฟ้อเหลือ 2%  

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยโดยไม่ต้องรออัตราเงินเฟ้อลดลงถึง 2% มั่นใจไม่มี “ฮาร์ดแลนดิ้ง”

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2024 ตามเวลาสหรัฐ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) กล่าวในการพูดคุยกับสโมสรเศรษฐกิจแห่งวอชิงตัน ดี.ซี. (Economic Club of Washington D.C.) ว่าเฟดจะไม่รอให้อัตราเงินเฟ้อลดลงสู่เป้าหมาย 2% จึงจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 

พาวเวลล์อธิบายเหตุผลที่เขาคิดว่าเฟดจะไม่รอดอกเบี้ยลดลงถึง 2% โดยอธิบายแนวคิดที่ว่า นโยบายการเงินของเฟดทำงานโดยมีระยะความล่าช้าในการส่งผลกระทบ กล่าวคือผลของการตัดสินใจนโยบายในแต่ละครั้งจะเห็นผลล่าช้าไปเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่ง ซึ่งอัตราดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันเพียงพอแล้วที่จะนำเงินเฟ้อลงสู่ 2% แต่ต้องรอเวลาที่ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นตามมา 

“ความหมายโดยนัยคือ หากคุณรอจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2% คุณอาจรอนานเกินไป เพราะระดับความเข้มงวด (ของนโยบาย) ที่คุณกำลังทำอยู่ หรือระดับความเข้มงวดที่คุณมีอยู่จะยังคงส่งผลกระทบที่อาจผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อลดลงต่ำกว่า 2%” พาวเวลล์กล่าว

อย่างไรก็ตาม พาวเวลล์กล่าวตั้งแต่เริ่มปรากฏตัวว่า เขาไม่ได้ตั้งใจส่งสัญญาณใด ๆ ว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด และเขากล่าวว่าเฟดกำลังรอคอย “ความเชื่อมั่นที่มากขึ้น” ว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับลงไปอยู่ที่ระดับ 2% 

“สิ่งที่เพิ่มความมั่นใจในเรื่องนั้นก็คือ ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่ดียิ่งขึ้น และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้รับข้อมูลบางส่วนแล้ว” 

พาวเวลล์ยังกล่าวอีกว่า เขาคิดว่าภาวะ “ฮาร์ดแลนดิ้ง” หรือการที่นโยบายการเงินที่เข้มงวดส่งผลให้เศรษฐกิจถดถอยนั้น ไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐ 

ทั้งนี้ การออกงานดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม เป็นการปรากฏตัวในที่สาธารณะครั้งแรกของพาวเวลล์ นับตั้งแต่ทางการสหรัฐรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขเผยให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อลดลง โดยที่ดัชนีราคาลดลงจากเดือนก่อนหน้าด้วย 

นอกจากนั้น ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐขยับขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยมีคำกล่าวของพาวเวลล์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ร่วมกับการที่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันปลอดภัยดี หลังถูกลอบสังหาร 

ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) พุ่งขึ้น 210.82 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.53% ปิดที่ 40,211.72 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) เพิ่มขึ้น 0.28% ปิดที่ 5,631.22 ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) เพิ่มขึ้น 0.4% ปิดที่ 18,472.57 จุด 

ส่วนตลาดหุ้นในเอเชียตอบรับต่อคำกล่าวของประธานเฟดแบบผสมผสานกันในการเปิดตลาดซื้อขายวันที่ 16 กรกฎาคม 

ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ของฮ่องกงปรับลดลง 1.43% ขณะที่ดัชนี ซีเอสไอ 300 (CSI 300) ของจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 0.18% 

ดัชนีนิกเคอิ (Nikkei 225) ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.51% และดัชนีโทปิกซ์ (Topix) ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.78% 

ดัชนีคอสปี (Kospi) ของเกาหลีใต้ขยับขึ้น 0.28% ขณะที่ดัชนีคอสแด็ก (Kosdaq) ของเกาหลีใต้ร่วงลง 1.27% 

ส่วนดัชนีแอสแอนด์พี/เอเอสเอ็กซ์ 200 (S&P/ASX 200) ของออสเตรเลียร่วงลงเล็กน้อย จากระดับสูงสุดตลอดกาลในวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม