เลขาฯ ก.ล.ต. ตอบทุกคำถาม กล่าวโทษซีอีโอ EA ทุจริตไซฟอนเงิน
lom
กรณีประเด็นร้อนตลาดหุ้นไทย จากที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษ นายสมโภชน์ อาหุนัย กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้งนายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตามความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในคดีไซฟ่อนเงินบริษัท
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษผู้บริหาร EA และพวกนั้น ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกจนเกินไป เนื่องจากบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่แล้ว ในส่วนของธุรกิจก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
อย่างไรก็ดี ในส่วนของบริษัทที่โดนถอดออกจากรายชื่อดัชนีหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าการลงทุน กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ของแต่ละ บลจ.ในหุ้น EA มีสัดส่วนไม่มาก ประมาณแค่ 0.35% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) เพราะฉะนั้นไม่น่าจะกระทบกับการที่ EA โดนถอดออกจากรายชื่อดัชนีหุ้นยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การขายออกไม่จำเป็นต้องทำโดยทันที
ส่วนกองทุนรวมประเภทอื่น ๆ ที่ลงทุนหุ้นกู้ EA สัดส่วนก็ไม่มาก อาจจะมีแค่บางกองทุนที่มีสัดส่วนสูงอย่างมีนัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองประเภท Term Fund
เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวว่า ดังนั้นไม่อยากให้ผู้ลงทุนเกิดความกังวล เนื่องจากการกล่าวโทษครั้งนี้ของ ก.ล.ต. เป็นการกล่าวโทษผู้บริหารกับบุคคลอื่น จากการกระทำที่ได้ดำเนินการผ่านมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งมีหลักฐานครบถ้วน ดังนั้นเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่มีผลกับสถานะการเงิน มองว่า EA น่าจะมีผลกระทบในเรื่องสถานะการเงินค่อนข้างน้อยหรือจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่บริษัทต้องให้ความเชื่อมั่น
“อยากให้ช่วยกันสื่อสารเพื่อลดแพนิกของผู้ลงทุนในตลาด”
เกาะติดแผนชำระคืนหนี้
นางพรอนงค์กล่าวว่า กรณีที่เดิม EA มีแผนจะระดมทุนขายหุ้นกู้ลอตใหม่ในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ ทางบริษัท EA จะต้องอัพเดตข้อมูลไฟลิ่งยื่นเข้ามาใหม่ให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งในส่วนของการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการและทีมบริหารชุดใหม่ รวมถึงในส่วนของที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือมีการปรับเครดิตเรตติ้งใหม่ เพื่อให้ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนจากข้อมูลชุดล่าสุด ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการเลื่อนขายออกไปหรือไม่
แม้ว่า EA จะระบุว่ามีกระแสเงินสดเพียงพอในการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี เลขาฯ ก.ล.ต.กล่าวว่า จริง ๆ EA มีตั๋วแลกเงินและหุ้นกู้หลายรุ่น โดยปกติ ก.ล.ต.จะติดตามสถานะของความสามารถในการชำระคืนหนี้ และความเสี่ยงที่ผู้ออกหุ้นกู้ทุกผู้ออกอยู่แล้ว ซึ่งต้องติดตามต่อไป เพราะตามที่ EA ได้แจ้งถึงเงินที่จะนำมาจ่ายคืนหุ้นกู้ก็จะมาจากหลายแหล่ง
ก.ล.ต.ลุยตรวจสอบทุกกรณี
เลขาธิการ ก.ล.ต. ล่าวว่า การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นไปตามข้อมูลหลักฐานที่มี อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ ก.ล.ต. จะมีการตรวจสอบในทุกกรณีอยู่แล้ว และติดตามใกล้ชิดในเรื่องความกังวลของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นตัวหุ้น หุ้นกู้ หรือแม้แต่หน่วยลงทุน อะไรยังไม่ชัดเจน ไม่ควรที่จะทำให้เกิดการแตกตื่นหรือตระหนก
นางพรอนงค์กล่าวว่า กรณีที่กล่าวโทษเป็นเรื่องเกิดขึ้นประมาณปี 2556-2558 ดังนั้นต้องเป็นเรื่องของผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป แต่สถานะ EA ปัจจุบันยังมีกระแสเงินสดและดำเนินการธุรกิจตามปกติในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ EA ต้องให้ความเชื่อมั่นว่าในเมื่อเปลี่ยนแปลงผู้บริหารแล้ว ทิศทางกลยุทธ์ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร ซึ่ง ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯมีการติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิด
ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมสำนักงาน ก.ล.ต. เพิ่งมากล่าวโทษ ทั้งที่รับเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2559 นางพรอนงค์กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องการกระทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ กระบวนการในการหาพยานหลักฐาน หรือได้รับข้อมูลจะต้องมีการประสานกับหลายหน่วยงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่ได้รับข้อมูลมาก็ดำเนินการตรวจสอบมาตลอด
“ความเห็นส่วนตัวมองว่า ก.ล.ต.ไม่ทำก็ว่าเรา เราทำก็ว่าเรา พอทำก็หาว่าช้า แต่ยืนยันว่า ก.ล.ต.ไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไร เรามีความแฟร์ ทำหน้าที่ตามกระบวนการและมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน”
เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย
เลขาฯ ก.ล.ต.กล่าวว่า ส่วนการทำงานภายหลังการกล่าวโทษในทุกกรณี ไม่ได้มองว่าหน้าที่ของ ก.ล.ต.สิ้นสุดแล้ว แต่หน้าที่ของ ก.ล.ต.คือบังคับใช้กฎหมายให้จนถึงเอาผู้กระทำความผิดไปรับโทษ หน้าที่ในการกล่าวโทษลอตแรกเป็นจุดเริ่มต้น ที่เหลือจะประสานงานกับทั้งหน่วยงานตำรวจ ที่จะสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อส่งอัยการและสั่งฟ้อง ส่วนกับ ปปง. เรื่องพิจารณาอายัดตัวฟอกเงิน ดังนั้นดำเนินการเต็มที่ในทุกกรณี
โดยระหว่างนี้ทางตำรวจยังไม่มีคำสั่งห้ามผู้บริหาร EA ทั้ง 3 คนเดินทางออกนอกประเทศ แต่คงต้องขึ้นอยู่กับการดำเนินการของตำรวจต่อไปสำหรับประเด็นนี้
เร่งแผนฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุน
ส่วนการฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดทุน ให้ดูที่แอ็กชั่นของ ก.ล.ต. ซึ่งทำทุกอย่างตรงไปตรงมา หน้าที่ของ ก.ล.ต. ทั้งกำกับและพัฒนา ก็อยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่า ก.ล.ต. ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ ก็จะเห็นว่า ก.ล.ต.มีการดำเนินการต่าง ๆ คืบหน้ามาเป็นระยะ ๆ ก็อยากให้มีความเชื่อมั่น แต่ก็พอเข้าใจว่าทุกคนมีข้อมูลกันคนละชุด จึงต้องอาศัยสื่อในการช่วยสื่อสารกัน
ขณะที่ประเด็นเรื่องการรายงานการขายหุ้น ก.ล.ต.มีการติดตามอยู่ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการให้ EA ต้องชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมอยู่
นางพรอนงค์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยมีบริษัทจดทะเบียนหลากหลาย มีผู้บริหารหลากหลาย คุณภาพมีความแตกต่างกัน ก.ล.ต.เมื่อเห็นประเด็นก็เข้าไปตรวจสอบ เมื่อมีหลักฐานก็กล่าวโทษและดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นไม่ว่าใครจะทำผิดรูปแบบไหน ท้ายที่สุดก็จับได้
ลุย Security Bureau คุมบัญชีมาร์จิ้น
เลขาฯ ก.ล.ต.กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีปัจจุบันผู้บริหาร บจ. มีการนำหุ้นไปเป็นหลักประกันกับโบรกเกอร์ (กู้เงินโดยนำหุ้นไปค้ำประกัน) ซึ่งเมื่อราคาลดลงแตะระดับจึงโดนฟอร์ซเซลว่า ก.ล.ต.ก็มองในการจัดอีโคซิสเต็มตรงนี้ให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ได้มีการพูดคุยกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ในการทำ Security Bureau เพื่อให้โบรกเกอร์สามารถที่จะรู้ว่าหุ้นตัวไหนเอาไปกระจุกตัวในการทำหลักประกันเยอะ ๆ แนวทางนี้เห็นชอบกันหมดแล้ว เหลือการขึ้นระบบ
ส่วน Inside ว่าผู้บริหารหรือเจ้าของเอาหุ้นตัวเองไปทำอะไร ก็มีหน้าที่ต้องรายงานเปิดเผยสู่สาธารณะ ก็จะทำให้นักลงทุนติดตามและระมัดระวังในเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากธุรกรรมเหล่านั้นได้
ทั้งนี้ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ อาจจะต้องมีการปรับไปตามสถานการณ์ แต่ก่อนที่จะดำเนินการต้องมีการคิดให้รอบคอบ มีการรับฟังความเห็น (Hearing) ก็เชื่อว่าด้วยสถานการณ์ของราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาก ๆ ถ้าใครไปก่อภาระหนี้มาก ๆ ก็อาจจะทำให้สูญเสียหลักประกัน ได้รับผลกระทบกันไป
“ประเด็นนี้ถ้าให้ห้ามผู้บริหารนำหุ้นมาเป็นหลักประกัน คงทำไม่ได้ เพราะเป็นทรัพย์สินของเขา และเป็นแนวทางทั่วโลกที่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน”