เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

คลัง จับมือ กรุงไทย ออกสินเชื่อวงเงิน 5 หมื่นล้าน แก้หนี้ข้าราชการในสังกัด

05 ส.ค. 2567 | 15:19น.

กระทรวงการคลังจับมือธนาคารกรุงไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ข้าราชการในสังกัดวงเงิน 5 หมื่นล้าน รวมหนี้จากทุกที่มาอยู่กับกรุงไทย ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตลอดอายุสัญญา ขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึงอายุ 80 ปี ชี้ช่วยเหลือข้าราชการได้ 5 หมื่นคน

วันที่ 5 สิงหาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือใน “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นสักขีพยานความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทยและกระทรวงการคลัง โดย 9 หน่วยงานในสังกัด

ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์  กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ 7 สหกรณ์ในสังกัด เพื่อช่วยเหลือข้าราชการกลุ่มเปราะบางแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนโยบายของนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่ม จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือข้าราชการเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะข้าราชการกลุ่มเปราะบางที่มีภาระหนี้สูง เงินเดือนถูกหักไปใช้หนี้จนเกือบหมด มีเหลือใช้ในแต่ละเดือนไม่ถึง 30% ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ทำให้ต้องไปกู้เพิ่มเพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนมีหนี้อยู่หลายแห่ง กระจัดกระจาย และอยู่ในวงจรหนี้ไม่จบไม่สิ้น

ดังนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ลดภาระการเงิน ปิดจบหนี้เรื้อรังได้เร็วขึ้น ซึ่งทางกระทรวงการคลังพร้อมบูรณาการหน่วยงานในสังกัดให้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาหนี้ และสร้างวินัยทางการเงินให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ โดยปัจจุบัน กระทรวงการคลังมีข้าราชการภายใต้หน่วยงานในสังกัดรวมจำนวนราว 36,000 คน ซึ่งปัญหาของข้าราชการกลุ่มเปราะบางคือ มีเจ้าหนี้มากกว่า 1 ราย ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ มีเงินเดือนเหลือไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ภายใต้ความร่วมมือใน “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” จะช่วยให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลังสามารถรวมหนี้ทุกประเภทมาไว้ที่ธนาคารกรุงไทยที่เดียว โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ตลอดอายุสัญญา และมีระยะผ่อนชำระยาวขึ้น ทำให้มีเงินได้รายเดือนคงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่งเสริมวินัยทางการเงิน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลังอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาหนี้ข้าราชการกลุ่มเปราะบางที่มีเงินเดือนเหลือหลังหักภาระหนี้ไม่ถึง 30%

“โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง รวมถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงไทย ในการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจประเทศ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสภาพคล่องเหลือเพียงพอในการดำรงชีพ และสามารถปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น

“สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง” สำหรับข้าราชการที่ในอนาคตจะมีสิทธิได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดจากกรมบัญชีกลางเมื่อเกษียณอายุ และมีสิทธิจะได้รับบำนาญรายเดือนหลังเกษียณอายุ โดยสามารถรวมหนี้รายย่อยทุกประเภท ทั้งสินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ จากทั้งธนาคารกรุงไทยและสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งสินเชื่อบ้าน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) และสินเชื่อบ้านแลกเงิน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3.50% ต่อปี 3 ปีแรก หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา (อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา 4.49% ต่อปี โดยคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญาสูงสุด 40 ปี ผ่อนชำระ 4,700 บาท/เดือน) โดยได้รับยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประกัน

2.สินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
จุดเด่นโครงการ

  • สามารถร่วมใช้บริการทางการเงินกับสหกรณ์ที่ข้าราชการเป็นสมาชิก (Co-Exist) โดยที่ให้มีเงินเหลือใช้เพื่อดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30% และยังสามารถหมดหนี้ได้หลังเกษียณ
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำ “คงที่” ตลอดอายุสัญญา ไม่ผันผวนไปตามทิศทางของดอกเบี้ย วางแผนการบริหารหนี้ระยะยาวและสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น
  • ขยายระยะเวลาคืนหนี้ และอายุผู้กู้ให้สามารถชำระได้สูงสุดถึงอายุ 80 ปี จากเดิมกำหนดอายุถึง 60 ปี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับข้าราชการ
  • สร้างวินัยการเงิน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างยั่งยืน ในระหว่างเข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้จะเข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยธนาคารร่วมมือกับเครดิตบูโร ซึ่งได้พัฒนาเครื่องมือในการแจ้งเตือน หากลูกหนี้มีการก่อหนี้เพิ่ม และร่วมมือกับสหกรณ์ในการแชร์ข้อมูลสถานะหนี้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (iLock Bureau)
  • โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงิน เป็นเครื่องมือตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ที่จะช่วยให้ทราบสถานะทางการเงินเพื่อช่วยวางแผนเริ่มต้นจัดการหนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน https://krungthai.com/link/รวมหนี้ยั่งยืน

โดยโครงการนี้เป็นการขยายความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหนี้ข้าราชการกลุ่มเปราะบาง ภายใต้ “โครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” ที่ธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งหลายเรื่องเป็นปัญหาที่หมักหมมเป็นเวลานาน ตอบโจทย์การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับสูง 90.8% ต่อ GDP ซึ่งยังไม่รวมถึงหนี้นอกระบบ เพื่อให้การช่วยเหลือข้าราชการได้อย่างตรงจุด ทันการณ์ สามารถแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวได้

สอดคล้องกับแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่อยากเห็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมบัญชีกลาง และ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) รวมถึงสหกรณ์ที่ข้าราชการเป็นสมาชิก ผลักดันให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ

โดยใน 3 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารจับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์เดินสายไปแล้วกว่า 10 จังหวัด มีความร่วมมือกับสหกรณ์กว่า 550 แห่ง มีลูกค้าข้าราชการสนใจติดต่อเข้าร่วมโครงการกว่า 10,000 คน โดยมียอดหนี้เฉลี่ย 1.64 ล้านบาทต่อคน และเตรียมความพร้อมในการขยายความร่วมมือกับสหกรณ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นธนาคารได้เตรียมวงเงินสำหรับโครงการนี้ไว้แล้ว 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะช่วยเหลือข้าราชการได้ประมาณ 50,000 คน และพร้อมขยายวงเงินตามความจำเป็น อีกทั้งปัจจุบันธนาคารยังมีวงเงินสนับสนุนสหกรณ์ทั้งระบบอยู่ถึงเกือบ 140,000 ล้านบาท

ธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคาดหวังว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง หลุดพ้นวงจรหนี้ ดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม มีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง