กรมอุตุฯเตือนรับมือ “ฝนเพิ่ม-มรสุมกำลังแรง” ช่วง 11-15 ส.ค.นี้
กรมอุตุฯเตือนรับมือฝนเพิ่มขึ้น ช่วง 11-15 สิงหาคมนี้ เหตุมรสุมมีกำลังแรงขึ้น ระบุภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง รวม กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม เผยยังไม่พบสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนใกล้ประเทศไทย
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 เมื่อเวลา 12.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุก ๆ 24 ชม. : (นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 6-15 ส.ค. 67 init. 2024080512 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) (วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลอง) เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อยว่า
ในช่วงวันที่ 6-7 ส.ค. 67 ทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ปริมาณส่วนใหญ่เป็นเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีตกหนักบางแห่ง บริเวณด้านตะวันออกใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ ส่วนภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก กทม.ปริมณฑลและภาคใต้ มีฝนหนักบางแห่ง ด้านรับมรสุม
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยังมีฝนช่วงนี้มาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมฝน) จะมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง ส่วนลมระดับกลาง ๆ ยังมีความแปรปรวน ภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง (รวม กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออก ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้
ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ยังมีฝนบางแห่ง สำหรับภาคใต้ยังมีฝนกระจายบางแห่ง เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง คลื่นลมมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง ระวังบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ขณะที่ช่วงวันที่ 8-10 ส.ค. 67 ทั่วไทยจะมีฝนน้อยลงบ้าง แต่ยังมีตกบางแห่ง ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ฝนที่เคยตกหนักลดลงเหลือบางจุด บางพื้นที่ยังเน้นตกทางด้านรับมรสุม เนื่องจากมรสุมยังมีกำลังอ่อนลง
ส่วนช่วง 11-15 ส.ค. 67 ฝนจะเพิ่มขึ้น มรสุมเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ต้องเฝ้าระวังและติดตาม ระยะนี้ยังไม่พบสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนใกล้บริเวณประเทศไทย
(ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ ยังต้องติดตามด้วยข้อมูลจากผลการตรวจอากาศอื่น ๆ ร่วมด้วย (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลนำเข้าใหม่)

พยากรณ์อากาศเวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก
กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา
อ่างทอง และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา
ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

(ออกประกาศ 06 สิงหาคม 2567)