เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
Politics นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
Finance ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
Automotive Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
ดูทั้งหมด

WHO ประกาศ “ฝีดาษลิง” เป็น “ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ”

15 ส.ค. 2567 | 05:15น.
WHO

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ “โรคฝีดาษลิง” เป็น “ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (PHEIC) หลังระบาดหนักในประเทศคองโกและอีกมากกว่า 10 ประเทศในทวีปแอฟริกา ปีนี้พบผู้ป่วยแล้วราว 14,000 ราย เสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 ราย

วันที่ 14 สิงหาคม 2024 ตามเวลาสวิตเซอร์แลนด์ (15 สิงหาคม เวลาไทย) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ประกาศให้ Mpox หรือโรคฝีดาษวานร (ฝีดาษลิง) ที่ระบาดในมากกว่า 10 ประเทศในทวีปแอฟริกา เป็น “ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (Public Health Emergency of International Concern หรือ PHEIC) 

ตามการรายงานของสำนักข่าวเอพี (AP) นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรกังวล … ความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในแอฟริกาและที่ที่ไกลออกไปนั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง” 

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานควบคุมโรคติดต่อของทวีปแอฟริกากล่าวว่า ในปีนี้มีการตรวจพบโรคฝีดาษลิงใน 13 ประเทศในแอฟริกา และมากกว่า 96% ของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในประเทศคองโก จำนวนผู้ป่วยรวมทั้งทวีปในปีนี้เพิ่มขึ้น 160% และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023 โดยจากต้นปีจนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยมากกว่า 14,000 ราย และเสียชีวิตแล้ว 524 ราย 

ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทย อธิบายไว้ว่า “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” หมายถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประเทศอื่น ๆ จากการแพร่ระบาดระหว่างประเทศและต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาประเทศในการรับมือกับเหตุการณ์นั้น

การพิจารณาว่าเหตุการณ์ใดเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” ต้องเป็นเหตุการณ์ที่เข้ากับเงื่อนไขอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ (1.) เป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบด้านสาธารณสุขที่รุนแรง (2.) เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติหรือไม่คาดคิดมาก่อน (3.) มีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่ระบาดข้ามประเทศได้ (4.) มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องจำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศ 

ส่วนโรคฝีดาษวานรนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เคยให้ข้อมูลว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Monkeypox เป็นเชื้อกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ (Smallpox) แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า เดิมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน โรคนี้พบได้ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิดเช่น หนู กระรอกและสัตว์ตระกูลลิง แต่ปัจจุบันพบมีการติดต่อจากคนสู่คนด้วย 

สำหรับการติดต่อจากสัตว์สู่คน สามารถติดต่อได้ผ่านทางการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือบาดแผลของสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ติดเชื้อที่ปรุงไม่สุก ส่วนการติดเชื้อจากคนสู่คน สามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งสัมผัสรอยโรค หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ติดเชื้อ ส่วนการติดต่อผ่านทางละอองฝอยจากการหายใจเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน หลังจากได้รับเชื้อผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการภายในเวลา 5-21 วัน

อาการของโรค แบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรก ได้แก่ อาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต บางรายมีอาการไอ เจ็บคอ โดยอาการต่อมน้ำเหลืองโต ถือเป็นลักษณะเด่นที่ทำให้แยกจากโรคไข้ออกผื่นชนิดอื่น ๆ ได้ ส่วนระยะที่สองคือระยะออกผื่น ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นหลังอาการไข้ 1-3 วัน ลักษณะของผื่นจะเริ่มจากผื่นแดงราบ ผื่นแดงนูน ตุ่มน้ำ และตุ่มหนองตามลำดับ จากนั้นจะตกสะเก็ดและหลุดลอกออก โดยผื่นจะพบมากที่บริเวณใบหน้า แขนขา ฝ่ามือฝ่าเท้ามากกว่าบริเวณลำตัว ในบางรายอาจมีผื่นบริเวณเยื่อบุช่องปาก อวัยวะเพศ และเยื่อบุตาได้ 

ในผู้ที่ติดเชื้อจะเริ่มแพร่เชื้อได้เล็กน้อยตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีอาการไข้ แต่จะแพร่เชื้อได้สูงที่สุดตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีผื่นขึ้นจนกระทั่งสะเก็ดหลุดลอกออกทั้งหมด โดยทั่วไปโรคฝีดาษวานรจะหายได้เองใน 2-4 สัปดาห์แต่ในผู้ป่วยที่อายุน้อยหรือภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจมีอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในกระจกตาซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นได้โอกาสเสียชีวิตจากโรคฝีดาษวานรในคนทั่วไป คือ 3-6% และผู้ป่วยเด็กจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ใหญ่