เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่าหลังราคาทองคำทำระดับสูงสุดใหม่

19 ส.ค. 2567 | 18:21น.
ค่าเงินบาท

บาทแข็งค่าหลังราคาทองคำทำระดับสูงสุดใหม่

วันที่ 19 สิงหาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่ระดับ 34.58/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 34.98/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ วันศุกร์ที่ผ่านมา (16/8) ค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่า

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านปรับลง 6.8% สู่ระดับ 1.24 ล้านยูนิตในเดือน ก.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.34 ล้านยูนิต จากระดับ 1.33 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย. โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาบ้านและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 4% สู่ระดับ 1.39 ล้านยูนิตในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.43 ล้านยูนิต จากระดับ 1.45 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย.

ด้านผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 67.8 ในเดือน ส.ค. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 66.9 จากระดับ 66.4 ในเดือน ก.ค. ด้านเฟดสาขาแอตแลนตาเปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 3/2567

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ ที่ระดับ 2,509.59 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือน ก.ย. นอกจากนี้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้หนุนความต้องการทองคำเพิ่มเติม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วานนี้ (18/8) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ได้รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 โดยประกาศสานต่อนโยบายเศรษฐกิจและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้สำเร็จลุล่วง อีกทั้งขอให้ทุกคนได้ติดตามการแถลงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมได้ในเดือนกันยายนนี้

อย่างไรก็ดี แม้ว่าตลาดจะคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะสุญญากาศทางการเมืองของไทยหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เงินบาทอาจเผชิญกับแรงกดดัน ท่ามกลางกระแสข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่อาจจะยกเลิกโครงการดิจิทัลวอลเลตมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

วันนี้ (19/8) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2567 และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.3% ต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา และเมื่อปรับตามฤดูกาลแล้วเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 0.8%

โดยได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของการบริโภคเอกชนและภาครัฐบาล, การส่งออก และภาคบริการ แต่การลงทุนรวมยังคงชะลออยู่ 6.2% ทั้งนี้คาดว่า GDP ในปีนี้จะขยายตัวได้ราว 2.5% ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.35-34.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.45/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่ระดับ 1.1022/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.0988/89 ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนให้ความสนใจไปที่การกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ที่แจ็กสันโฮลในวันศุกร์นี้ (23/8) ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1021-1.1035 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1035/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่ระดับ 147.65/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 148.47/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (19/8) สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำนักข่าวรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.1%

ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้การใช้จ่ายด้านการลงทุนในอีก 6-9 เดือนข้างหน้าจะไม่นับรวมยอดสั่งซื้อสำหรับการต่อเรือและซ่อมแซม รวมถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีแนวโน้มผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานปรับลดลง 1.7% ในเดือน มิ.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.18-148.05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ค.จาก Conference Board (19/8), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (21/8), คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค. (21/8), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (22/8), ดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน ก.ค.จากเฟดชิคาโก (22/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการขั้นต้นเดือน ส.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล (22/8), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ค. (22/8),

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมแจ็กสันโฮล (23/8), ยอดขายบ้านใหม่เดือน ก.ค. (23/8) นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน, อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือน ส.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐ

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.6/-9.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -11.2/-9.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ