คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เปิดเกมรุกปี 2567 นำร่อง 2 นวัตกรรมใหม่ “กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI-หุ่นยนต์เสี่ยวคัง AI” ลุยการรักษาแพทย์แผนจีนแบบผสมผสาน พร้อมมุ่งเดินหน้าขยายสาขาในห้าง เพื่อหวังเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภค โดยตั้งเป้าภายใน 4-5 ปี จะก้าวขึ้นสู่ “รพ.แพทย์แผนจีนหัวเฉียว” แห่งแรกในไทย
วันที่ 20 กันยายน 2567 นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิ
ทั้งนี้ จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การรักษาแบบการแพทย์แผนจีนเริ่มกลายเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าการแพทย์แผนจีนไม่ได้ล้าสมัย และสามารถรักษาควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันได้ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มคนไข้โดยส่วนใหญ่ของคลินิกจะเป็นคนไทย สัดส่วนประมาณ 90% และคนต่างชาติสัดส่วนประมาณ 10% โดยมีคนจีนเข้ามารักษาเกือบ ๆ ครึ่งของคนไข้ต่างชาติ
ก้าวสู่ “รพ.แพทย์แผนจีน”
สำหรับแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป คลินิกฯหัวเฉียวยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นสู่ “รพ.แพทย์แผนจีนหัวเฉียว” แห่งแรกในประเทศไทยภายใน 4-5 ปี โดยล่าสุดได้มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมั

“ซึ่งเบื้องต้นทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีส่วนช่วยในการตรวจสุ

โดยนวัตกรรมทั้ง 2 จะเปิดตัวให้ประชาชนได้รู้
ผสมผสานแผนจีน-แผนปัจจุบัน
นายอรัญกล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับศาสตร์การแพทย์
เนื่องจากทั้ง 2 ศาสตร์มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น แพทย์แผนจีนจะเน้นรักษาแบบองค์รวม หรือการปรับสมดุลร่างกายหลังการผ่าตัด ขณะที่การแพทย์แผนปัจจุบันจะเน้นรักษาที่ตัวโรคเป็นหลัก จึงทำให้เมื่อนำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้รักษาได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

รุกขยายคลินิกฯในห้าง
ทั้งนี้ ปัจจุบันคลินิกฯหัวเฉียวมีสาขาอยู่ทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ศรีราชา โคราช และกรุงเทพฯ โดยภายใน 1-2 ปีมีแผนที่จะเริ่มขยายเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพื่อขยายการเข้าถึงสำหรับผู้คนที่ต้องการการรักษาแบบแพทย์แผนจีน
“ซึ่งเบื้องต้นเรายังมีข้อจำกัดในเรื่องของตัวยา เนื่องจากยาที่จำหน่ายในคลินิกฯหัวเฉียวจะเป็นยาห่อ (อิ่นเพี่ยน) ที่ทางคลินิกฯจะจัดเป็นชุด ๆ เพื่อให้คนไข้นำกลับไปต้มเอง แต่ถ้าเป็นสาขาในห้างอาจจะต้องเป็นยาที่ต้มสำเร็จแล้ว จึงทำให้ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่ แต่ถ้าแก้ไขจุดนี้ได้ก็คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้อย่างแน่นอน”