คลังเร่งแก้ปัญหาโอนเงินหมื่นไม่สำเร็จ ตกค้างนับแสนราย พบส่วนใหญ่มาจากบัญชีถูกปิด หรือไม่เคลื่อนไหวนาน รวมถึงบางคนไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ พร้อมแนะวิธีแก้ไข ก่อนรอเงินรอบใหม่ 22 ต.ค. ด้าน ม.หอการค้าฯ เผยผลสำรวจคนค่อย ๆ ใช้เงิน มั่นใจเฟสแรกดันเงินสะพัดในระบบ 2.5-4.5 แสนล้าน ห้างค้าปลีกอัดโปรชิงเค้ก ให้ส่วนลด-คูปองสูงสุด 10%
เร่งแก้ปัญหาโอนเงินไม่สำเร็จ
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการโอนเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ซึ่งกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางได้โอนเงินให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นต้นมา พบปัญหาโอนเงินไม่สำเร็จกว่า 2 แสนราย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ 2 ปัญหาหลัก ๆ ประกอบด้วย 1.คนพิการ เกิดจากบัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด เลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง เป็นต้น และ 2.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน บัญชีไม่มีการเคลื่อนไหว บัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด เลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง เป็นต้น
ตกหล่นรอรับอีกรอบ 22 ต.ค.
“ขอให้ผู้มีสิทธิดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือติดต่อธนาคาร เพื่อแก้ไขบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหาข้างต้น ภายในวันที่ 18 ต.ค. 2567 เพื่อให้ได้รับการจ่ายเงินซ้ำได้ทันภายในวันที่ 22 ต.ค. 2567” นายพรชัยกล่าว
ส่วนคนพิการจำนวนประมาณ 9 หมื่นราย ที่บัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุ หรือข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการโอนเงิน แนะนำให้ดำเนินการต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการ ทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือแก้ไขข้อมูลประจำตัวคนพิการที่ศูนย์บริการคนพิการทั่วประเทศให้ถูกต้อง ภายในวันที่ 10 ต.ค. 2567 เพื่อให้ได้รับการจ่ายเงินซ้ำได้ทันภายในวันที่ 22 ต.ค. 2567
คลังกำลังเร่งพิจารณาแจกเฟส 2
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอลเลต เฟส 2 ว่าต้องรอความชัดเจนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวัน ส่วนจะจ่ายเงิน 10,000 บาท หรือ 5,000 บาท ต้องดูความเหมาะสม เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจมีหลายมิติ
“ถ้าตัวเลขมีความแตกต่างไม่มาก เรามีความสามารถในการบริหารงบประมาณที่จะดำเนินการได้ในครั้งเดียว แต่หากตัวเลขเยอะและต้องเร่งเครื่องทางการคลัง เช่น ขาดงบประมาณ 1 แสนล้านบาท แล้วต้องเติมด้วยการใช้งบฯกลาง เราก็จะไม่ทำเพราะต้องใช้ในภารกิจอื่น จะต้องดำเนินการแบ่งเป็นเฟส”
เชื่อตลาดสด-ค้าปลีกคึกคัก
รมช.คลังกล่าวอีกว่า จากการโอนเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้เชื่อได้เลยว่า ทั้งตลาดสด ตลาดค้าส่ง ตลาดค้าปลีก มีความคึกคักมาก ซึ่งนี่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าส่งผลบวกต่อจีดีพี 0.35% และหากเฟสที่ 2 เติมเงินให้กับประชาชนถูกจังหวะ ก็จะเป็นแรงเสริมให้กับเศรษฐกิจต่อไป
หากการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเลตแล้วเสร็จทั้งโครงการ จากเม็ดเงินงบประมาณ 4.5 แสนล้านบาทนั้น เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาอยู่ในเกณฑ์ระดับศักยภาพได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ยอมรับว่าศักยภาพของประเทศไทย เศรษฐกิจขยายตัวอยู่ที่เพียง 2% กว่าต่อปี แต่เราอยากเห็นเศรษฐกิจไทยเติบโตในตัวเลขศักยภาพที่ 5%ต่อปี
ม.หอการค้าฯชี้สะพัด 4.5 แสน ล.
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรผู้พิการที่ได้รับเงินสด 10,000 บาท พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 93% บอกอยากได้เป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ และอีก 7% อยากได้เป็นเงินดิจิทัลวอลเลต โดยคนส่วนใหญ่ 67.3% บอกว่าจะแบ่งใช้เงินหลายครั้ง, 19.2% ใช้หมดครั้งเดียว และ 13.5 % ไม่แน่ใจ
สินค้าที่สนใจซื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก 17.8% คือ ทองคำ อัญมณี รองลงมา 10.7% เครื่องใช้ไฟฟ้า, 8.8% เครื่องมือสื่อสาร, 8.4% สินค้าอุปโภคบริโภค และ 8.3% สินค้าวัตถุดิบเพื่อการเกษตรและการค้า เป็นต้น
“คาดว่าเงินหมื่นบาทเฟสแรก วงเงิน 1.45 แสนล้าน จะเข้ามาหมุนเศรษฐกิจได้ 2-3 รอบ ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบรวม 2.5-4.5 แสนล้านบาท ผลักให้จีดีพีปีนี้โตเพิ่มอีก 0.2-0.3% ทำให้จีดีพีช่วงครึ่งปีเติบโต 3-3.5% โดยทั้งปีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตรา 2.6-2.8%”
ยักษ์ค้าปลีกชิงเค้กเงินหมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแจกเงิน 1 หมื่นบาทให้กลุ่มคนพิการ และผู้ถือบัตรคนจน ทำให้ห้างค้าปลีกรายใหญ่ ทั้งโลตัส และบิ๊กซี จัดแคมเปญเชิญชวนคนเข้ามาช็อปสินค้าและบริการ โดยโลตัสจัดโปรโมชั่น ็โลตัส ให้เพิ่มิ ให้คูปองส่วนลดสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ 30-1,300 บาท ครอบคลุมทั้งการซื้อสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต โลตัสโกเฟรช และร้านค้าในพื้นที่เช่า
แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ คูปองส่วนลดซื้อสินค้าซึ่งใช้ได้ทั้งโลตัส โลตัสโกเฟรช และร้านค้าในพื้นที่เช่า กับการให้มูลค่าเพิ่มเมื่อซื้อบัตรของขวัญโลตัส ซึ่งใช้ได้เฉพาะโลตัสไฮเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น
โลตัสให้ส่วนลด-เพิ่มเงิน
สำหรับคูปองการซื้อสินค้าจะได้รับส่วนลดเทียบเท่าส่วนลด 10% เริ่มตั้งแต่ลดเพิ่ม 30 บาท เมื่อซื้อครบ 300 บาท/ใบเสร็จ ลดเพิ่ม 50 บาท เมื่อซื้อครบ 500 บาท/ใบเสร็จ และลดเพิ่ม 100 บาท เมื่อซื้อครบ 1,000 บาท/ใบเสร็จ
ส่วนการให้มูลค่าเพิ่มเมื่อซื้อบัตรของขวัญโลตัสนั้นจะมี 2 ระดับ คือ ให้มูลค่าเพิ่ม 300 บาท เมื่อซื้อบัตรของขวัญมูลค่า 5,000 บาท และให้มูลค่าเพิ่ม 1,000 บาท เมื่อซื้อบัตรของขวัญมูลค่า 10,000 บาท
บิ๊กซีแจกคูปองลดเพิ่ม 10%
ขณะที่บิ๊กซี ให้คูปองส่วนลดเพิ่ม 880 บาท สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแบ่งเป็นคูปองส่วนลด 30 บาท, 50 บาท, 100 บาท, 200 บาท และ 500 บาท เมื่อซื้อสินค้า 300 บาท, 500 บาท, 1,000 บาท, 2,000 บาท และ 5,000 บาท หรือเทียบเท่าส่วนลด 10%
พร้อมกันนี้ยังออกโปรโมชั่น “ช้อปหยุดโลก” ลดราคาสินค้าหลากหมวด ทั้งของสด เครื่องปรุง เครื่องครัว ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และรองเท้า-กระเป๋าสตรี ตั้งแต่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2567
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพยายามของยักษ์ค้าปลีกในการชิงเม็ดเงิน 10,000 บาท งวดแรกที่แจกให้แก่กลุ่มเปราะบาง