Skip to content

น้ำท่วมสเปนครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ดับพุ่งกว่า 150 ราย

31 ต.ค. 2567 | 08:55น.
น้ำท่วมสเปนครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ดับพุ่งกว่า 150 ราย
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 31 ตุลาคม และอัพเดตล่าสุดเมื่อ 1 พฤศจิกายน เวลา 16.40 น.

น้ำท่วมครั้งเลวร้ายในแคว้นบาเลนเซียของสเปนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 158  ราย ถือเป็นยอดความสูญเสียที่เลวร้ายที่สุดของประเทศ คาดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก ประชาชนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่รับมือล่าช้า

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 รอยเตอร์ (Reuters) และ บีบีซี (BBC) รายงานว่า เหตุน้ำท่วมครั้งร้ายแรงในสเปนทำให้ประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 158 ราย โศกนาฏกรรมนี้กลายเป็นภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสเปน หลังจากเหตุน้ำท่วมทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ในปี 1973 ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตราว 150 ราย

ภาพ เอเอฟพี

จากข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสเปนระบุว่า ฝนตกหนักในเวลา 8 ชั่วโมงเท่ากับปริมาณน้ำฝนที่ตกตลอดทั้งปีในพื้นที่บางส่วนของเมืองบาเลนเซียเมื่อ 29 ตุลาคม ทำให้เกิดรถติดบนทางหลวงและพื้นที่เกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำในภูมิภาคที่ผลิตส้มถึงสองในสามของสเปน ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับต้นของโลก

ภาพ เอพี

นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนเยือนศูนย์ประสานงานกู้ภัยใกล้เมืองบาเลนเซีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในขณะนี้ และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่บ้าน เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองอีก ภายหลังการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน และขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง รัฐบาลเกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากมีผู้สูญหายจำนวนมาก

ภาพ เอเอฟพี

นายโอสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยระบุว่า พบศพหลายศพในรถยนต์จำนวนหนึ่งและกล่าวเสริมว่าอาจต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองบาเลนเซียและกรุงมาดริดใหม่อีกครั้ง

สถานการณ์ในเมืองอูเตียล ซึ่งเป็นเมืองชนบทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และเป็นเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ไม่สามารถปีนขึ้นไปยังที่ปลอดภัยได้ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งเข้าไปประมาณ 85 กิโลเมตร เกิดเหตุแม่น้ำมาโกรเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้มีน้ำสูงถึง 3 เมตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว

ขณะที่กองทัพสเปนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงการช่วยคนออกจากระเบียงและหลังคารถเพื่อความปลอดภัย

ภาพ เอเอฟพี

ด้านผู้รอดชีวิตในบาเลนเซียเล่าถึงความน่ากลัวของน้ำท่วมเมื่อคืนวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งคลื่นซัดเข้าอย่างกะทันหัน ทำให้ถนนและทางหลวงกลายเป็นแม่น้ำ จนผู้ขับขี่รถยนต์หลายคนไม่ทันระวังตัว

กิเยร์โม เซร์ราโน เปเรซ วัย 21 ปี จากเมืองปายปอร์ตา ใกล้เมืองบาเลนเซีย กล่าวว่า น้ำได้ไหลบ่าลงมาตามทางหลวง เหมือนคลื่นสึนามิ ทำให้เขาและพ่อแม่ต้องทิ้งรถและปีนขึ้นไปบนสะพานเพื่อเอาชีวิตรอด

ประชาชนไม่พอใจการรับมือของเจ้าหน้าที่ในเหตุอุทกภัยอย่างแพร่หลาย และพบมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ในหลายกรณี รวมถึงเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยออกคำเตือนล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถออกจากถนนหรือหาพื้นที่สูงเพื่อหนีน้ำท่วมได้

ภาพ เอเอฟพี

หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือน ซึ่งรับผิดชอบในเหตุภัยพิบัติระดับชาติ ไม่ได้ออกประกาศเตือนภัยจนกระทั่งเวลา 20.15 น. ของเย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น แต่ในขณะนั้น เมืองชิวาและเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่งถูกน้ำท่วมไปแล้วอย่างน้อยสองชั่วโมง

นักอุตุนิยมวิทยาหลายคนระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์กำลังทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศเลวร้ายสุดขั้วบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายหนักขึ้น

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ในสเปนที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 158 ราย ถือเป็นยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมมากที่สุดของประเทศ เมื่อเทียบเหตุน้ำท่วมทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ในปี 1973 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตราว 150 รายและอาจกลายเป็นเหตุภัยพิบัติที่เกี่ยวเนื่องจากฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของยุโรปในรอบกว่า 50 ปี

จากสถิติ ในปี 2021 มีประชาชนอย่างน้อย 185 รายเสียชีวิตในเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในประเทศเยอรมนี และในปี 1970 มีประชาชน 209 รายเสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมในประเทศโรมาเนีย ตลอดจนน้ำท่วมในประเทศโปรตุเกสในปี 1967 ทำให้ประชาชนเสียชีวิตเกือบ 500 ราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม สเปน