เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
Finance จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Real Estate AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
Business Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
Finance สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
Tech iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
Finance เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
Finance ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เคลื่อนไหว Sideway จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสัปดาห์นี้

09 ธ.ค. 2567 | 19:24น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหว Sideway จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสัปดาห์นี้ ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group  ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 91% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/12) ที่ระดับ 34.01/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/12) ที่ระดับ 34.07/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อวันศุกร์ (6/12) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 202,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 36,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนเฮลีนและมิลตันที่พัดถล่มสหรัฐ และการประท้วงของพนักงานบริษัทโบอิ้ง

ทั้งนี้ อัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% ในเดือน พ.ย. จากระดับ 4.1% ในเดือน ต.ค. เป็นเวลาสองเดือนติดต่อกัน ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค. โดยหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 91% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.25% หลังจากที่ให้น้ำหนักเพียง 68% ในก่อนหน้านี้

อีกทั้งผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนอาวุโสของ U.S.Bank Wealth Management กล่าวสนับสนุนคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค. และในไตรมาส 1/2568

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ย. ในวันพุธ (11/12) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (12/12) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะมีการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 ธ.ค. เพื่อประเมินหาทิศทางที่แน่ชัดเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ด้านปัจจัยภายในประเทศ สัปดาห์นี้จะมีการแถลงผลงานรัฐบาลหลังเข้ารับตำแหน่ง 3 เดือน อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังจะมีการประกาศมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน 1.3 ล้านล้านบาทในกลุ่มบ้าน รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และ SMEs ในวันที่ 11 ธ.ค.

ขณะที่ระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวตามสกุลเงินในภูมิภาค รอปัจจัยหนุนใหม่ ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ (7/12) ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนเริ่มกลับมาซื้อทองคำเข้าคลังสำรองอีกครั้งในเดือน พ.ย. หลังจากหยุดพักไปเป็นเวลา 6 เดือน สนับสนุนการแข็งค่าของค่าเงินบาท

ทั้งนี้ ระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.83-34.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.80/33.71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/12) ที่ระดับ 1.0564/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/12) ที่ระดับ 1.0581/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตามติการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 12 ธ.ค.

โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB จะมีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.00% ขณะที่นักลงทุนจับตาดูสัญญาณความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.5% ต่อรอบการประชุมในปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในยูโรโซนจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศส โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0531-1.0574 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0567/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/12) ที่ระดับ 149.85/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/12) ที่ระดับ 150.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (9/12) สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 3/2567 ขยายตัว 1.2% เมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้นจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.9% และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่าจะขยายตัวเพียง 1.0%

ซึ่งตัวเลข GDP ที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดเป็นปัจจัยสนับสนุนมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระบุว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงขยายตัวปานกลาง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าคณะกรรมการ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือน ม.ค. 2568 หลังจากที่นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิกเกอิว่าช่วงเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา

ขณะที่นายโยชิอิโกะ โนดะ หัวหน้าพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ในวันนี้ว่า BOJ ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยุติการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ เพียงเพื่อจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง

อีกทั้งนายโนดะยังกล่าวเสริมว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านการคลัง โดยยุติการใช้งบประมาณจำนวนมากในช่วงวิกฤตและหาแนวทางในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี เช่น การปรับขึ้นภาษีเงินได้จากการขายทรัพย์สิน โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.67-150.52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค. ของธนาคารกลางแห่งออสเตรเลีย (RBA) (10/12), ดัชนี CPI เดือน พ.ย. ของเยอรมนี (10/12), ประชุมคณะทำงานว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ (Central Economic Work Conference) ของจีน (11/12), ดัชนี CPI เดือน พ.ย. ของสหรัฐ (11/12), ผลการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค. ของธนาคารกลางแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) (12/12), ผลการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค. ของ ECB (12/12), ดัชนี PPI เดือน พ.ย. ของสหรัฐ (12/12), จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (12/12), และ GDP เดือน ต.ค. ของอังกฤษ (13/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.63/-1.55 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.33/-8.19 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ดอลลาร์สหรัฐ